Tag Archive สุขภาพ

By1ADF8B

ชาเขียว มีทั้งประโยชน์และโทษต่อสุขภาพ

มะเรชาเขียว.. เครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพ นับเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดที่หลายคนชื่นชอบไม่น้อยไปกว่ากาแฟ เพราะนอกจากจะให้รสชาติความอร่อยแล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้ยังให้ความหอมหวานในแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากประโยชน์จากชาเขียวที่มีต่อสุขภาพ การดื่มชาดังกล่าวยังพ่วงมาพร้อมโทษด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราก็หยิบมาฝากกันแล้ว สำหรับประโยชน์และโทษจากชาเขียว รวมถึงสาระน่ารู้อื่นๆ เรียกว่าเกี่ยวกับชาเขียวอย่างครบวงจร โดยสามารถติดตามได้เลยดังนี้

กว่าจะมาเป็นชาเขียว
ชาเขียวคือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ซึ่งเป็นต้นที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis โดยเป็นชาในชนิดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักแต่อย่างใดholiday-casino.org ซึ่งคุณสามารถเตรียมเครื่องดื่มชาเขียวได้ โดยการนำใบชาเขียวสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาเกิดความแห้งอย่างรวดเร็วในส่วนของวิธีการทำก็คือ เริ่มต้นจากการเก็บใบชาแล้วนำมาทำให้แห้งอย่างเร็วในหม้อทองแดง โดยใช้ความร้อนที่ไม่สูงจนเกินไป และใช้มือในการคลึงเบาๆ ก่อนที่ใบชาจะเริ่มแห้ง แต่สำหรับใครที่ต้องการใช้วิธีในการอบไอน้ำ ก็สามารถทำได้ด้วยการอบไอน้ำในระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นก็นำไปอบแห้งเพื่อเป็นการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ โดยความร้อนนั้นจะเป็นการช่วยในส่วนของการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์จนทำให้ไม่เกิดการสลายตัว จึงเห็นได้ว่าใบชาที่ได้มานั้นแม้จะแห้งแต่ก็ยังคงความสดเอาไว้และมีสีที่ค่อนข้างเขียว

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

 

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

By1ADF8B

ชานวัตกรรมใหม่ เพื่อสุขภาพ

ไม่กี่ปีให้หลัง คนไทยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ สองประเทศนี้ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความตื่นตัวด้านสุขภาพสูง จึงไม่แปลก ที่เทรนด์การกินการดื่มเพื่อสุขภาพจะถูกถ่ายทอดมาสู่คนไทย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาลดไขมันซึ่งกำลังมาแรงสุดๆ บ.ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความถนัดด้านชาและน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพอยู่แล้ว จึงนำเทรนด์ดังกล่าวมาต่อยอดจนเป็น “ชาเดลี่เมท” ชาลดไขมันเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะตัว ที่ได้ผลดีกับคนไทยจริงๆ
เพียงไม่กี่วันที่ชาเดลี่เมทวางขายใน holiday-casino.org ก็เกิดกระแสคลื่นใต้น้ำ ขยายความนิยมออกเป็นวงกว้างท่ามกลางบรรยากาศการขายที่ค่อนข้างสโลว์ในช่วงปลายปีชาเดลี่เมทกลายเป็นสินค้าน้องใหม่ที่เตะตาเพจและบล็อกเกอร์ชื่อดัง ต่างหยิบไปรีวิวและแชร์ต่อจนกลายเป็นคลื่นลูกใหม่กระเพื่อมวงการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นยังไม่มีภาพยนตร์โฆษณาออกมาด้วยซ้ำ เรามาดูกัน ว่าชาเดลี่เมทมีดีอะไร จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว

มีอาวุธเด็ดหากนี่คือสมรภูมิรบ ชาเดลี่เมทนับว่าเป็นนักรบที่น่าหวาดหวั่น เพราะมีอาวุธเด็ดใช้ต่อสู้กับไขมัน คือ กลยุทธ์ 3B ที่ต้องมีครบ 3 ช่วยกันทำงานจึงจะได้ผลดีได้แก่ Block น้ำตาลไม่ให้กลายเป็นไขมัน Burn ไขมัน และ Balance ให้ขับถ่ายดี หากมีนักรบสักคนที่มีคุณสมบัติครบแบบนี้ คุณจะต้องการอะไรอีกล่ะจากการต่อสู้ไขมันครั้งนี้ส่วนผสมปังส่วนผสมของชาเดลี่เมท ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเด็ดที่ผู้กังวลในรูปร่างมักให้ความสนใจ ได้แก่ สารสกัดจากถั่วขาวที่ช่วยชะลอการย่อยแป้ง ทำให้แป้งถูกขับออกจากร่างกายก่อนจะกลายเป็นไขมันส่วนเกิน, แอลคาร์นิทีนชาเขียว และสารสกัดจากผลมะระขี้นก ช่วยการเผาผลาญไขมัน และไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดี ทำให้อิ่มนาน ไม่อยากอาหารเพิ่มหาที่ยืนจนเจอ คุณสมบัติดังกล่าวล้วนสร้างจุดขายและจุดยืนที่เข้มแข็งให้กับชาเดลี่เมท คือ “ช่วยให้รูปร่างดูดีและสุขภาพดีอย่างมีความสุข” ชาเดลี่เมทไม่สนับสนุนให้คุณอดอาหาร อดขนม ของอร่อย บุฟเฟต์หรือปาร์ตี้ เพราะมันคือความสุขในชีวิตประจำวันที่คุณสมควรจะได้รับ แต่เน้นให้กินอย่างถูกสัดส่วน และฉลาดเลือกสิ่งที่จะมาช่วยต่อสู้กับไขมันอย่างได้ผล

By1ADF8B

อีกหนึ่งประโยชน์ที่สาวๆ ควรรู้

คนในปัจจุบันหันมาใส่ใจกับเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น บ้างก็สรรหาวิตามิน อาหารเสริมต่างๆ มารับประทานเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และด้วยสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษรอบตัว จึงทำให้คนให้ความสำคัญกับเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นกว่าในอดีต“ชา” ก็เป็นเครื่องดื่มอีกประเภทหนึ่งที่สามารถครองใจคนรักสุขภาพได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมกันทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ชายังมีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีชาอีกประเภทหนึ่งคือ ชาอู่หลง ที่มีฤทธิ์ในการลดน้ำหนักและช่วยลดการดูดซึมไขมันได้ดีกว่าชาประเภทอื่นๆ…งั้น อย่ารอช้า…ไปรู้จักกับ

ชาอู่หลงลดน้ำหนักกันเลยค่ะ

4 สรรพคุณของชาอู่หลงช่วยลดน้ำหนักได้
1 ชาอู่หลงช่วยลดการดูดซึมไขมันในร่างกาย เนื่องจากชาอู่หลงเป็นชาที่มีการบ่มแบบกึ่งหมัก จึงทำให้ได้สารชนิดหนึ่ง ชื่อ OTPP สารชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยในการลดการดูดซึมไขมันของร่างกาย ทำให้ไขมันถูกขับออกมาทางอุจจาระได้มากขึ้น จึงทำให้การดื่มชาอู่หลงช่วยลดน้ำหนักได้

2 ช่วยในการกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึ่ม กระบวนการเมตาบอลิซึ่มเป็นกระบวนการที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย การดื่มชาอู่หลงจะทำให้การเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีขึ้น

3 ชาอู่หลงช่วยลดไขมันในช่องท้อง ชาอู่หลงมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันในช่องท้อง และช่วยบำบัดภาวะอ้วนลงพุง ลดรอบเอว จากการศึกษาวิจัยพบว่าในชาอู่หลงมีสารที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซน์ไลเปส ซึ่งเป็นเอนไซน์ที่ช่วยในการดูดซึมไขมันที่ลำไส้เล็ก และถือว่าเป็นกลไกเดียวกับที่ใช้กับยาลดความอ้วนบางชนิดในปัจจุบัน

4 ชาอู่หลงช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ไตรกลีเซอร์ไรด์คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมา มีขนาดเล็กมาก นอกจากนั้น ไตรกลีเซอร์ไรด์ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ เช่น ไขมัน เนื้อ นม เป็นต้น เมื่อไขมันชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป ร่างกายจะเก็บไตรกลีเซอร์ไรด์ไว้ยังเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งมีกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ของร่างกาย กลายเป็นไขมันสะสมทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของชาอู่หลงอีกประการหนี่ง คือการช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายได้ดี จึงไม่แปลกใจที่ชาอู่หลงลดน้ำหนัก และช่วยลดความอ้วนได้

นอกจากนี้ชาอู่หลงยังมีประโยชน์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ส่วนใครที่ต้องการลดน้ำหนัก การดื่มชาอู่หลงเพื่อลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควรทำควบคู่กับการดูแลเรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย จึงจะเห็นผล หากคุณอยากจะเป็นคนที่มีรูปร่างดีแล้วล่ะก็ การดื่มชาอู่หลงน่าจะเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจแถมยังมีประโยชน์อีกสารพัดเลยล่ะ

By1ADF8B

กินชาเชียวอันตรายมั้ย

1. กินชาดีไหม มาดูประโยชน์ของการดื่มชากัน

ประโยชน์ของชาต่อสุขภาพมีอยู่หลายข้อด้วยกัน เนื่องด้วยในน้ำชามีทั้งวิตามิน B, C, E กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ที่เรียกว่าคาเทซินอย่างสารสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) หรือ EGCG ซึ่งมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิด รวมทั้งคาเทชินในใบชายังมีส่วนช่วยลดความอ้วนได้ โดยเฉพาะคาเทชินในชาเขียวที่มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่ามีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคชาให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุดนั้นควรต้องดื่มอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ

2. กินชามากไป มีโทษอะไรบ้าง

การดื่มชามากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ อย่างงานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ที่พบว่า การดื่มชาดำเย็นมาก ๆ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน เนื่องจากในชาดำมีสารออกซาเลทเป็นจำนวนมาก การดื่มชาดำเป็นประจำจะทำให้สารออกซาเลทตกค้างอยู่ในร่างกายและก่อให้เกิดนิ่วในไตได้ ยิ่งหากคุณมีประวัติว่าเคยเป็นนิ่วมาก่อนยิ่งต้องระวังให้ดี

นอกจากนี้ยังมีรายงานที่พบว่า หนูทดลองที่ดื่มชาเขียวในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ติดต่อกัน 5 วัน มีภาวะตับถูกทำลายลงเล็กน้อย และจะเกิดภาวะตับเป็นพิษเมื่อดื่มชาเขียวในขณะที่เป็นไข้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การดื่มชาในระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ และบริโภคในปริมาณที่สูง อาจส่งผลให้ตับถูกทำลายได้

ขณะที่ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เตือนมาว่า ผู้ที่ท้องอืดบ่อย ๆ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และคนที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชา เพราะจะยิ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น รวมทั้งคนที่เป็นโรคไตก็ไม่ควรดื่ม

กินชาดีไหม
3. กินชาเย็น/ชาเขียวทุกวันเป็นอันตรายไหม

อย่างที่ได้รู้กันไปว่าในใบชามีสารออกซาเลทจำนวนมาก ดังนั้นหากเราดื่มชาเขียวนมทุกวัน หรือดื่มชานมทุกวัน โอกาสที่สารออกซาเลทจะสะสมจนก่ออาการอุดตันในไต หรือทำให้เกิดโรคนิ่วในไตก็อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้ง ผศ. ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังเตือนว่า การดื่มชานม กาแฟเย็น หรือชาเขียวทุกวันอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดื่มชาเย็น ชาไข่มุกในปริมาณมาก บางคนดื่มกันวันละ 3 แก้ว ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินเกินจำเป็นอีกต่างหาก

4. กินชาเขียวแช่เย็นมีโทษไหม

อาจารย์สง่า ดามาพงศ์ นักโภชนาการ ได้เคยให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเย็นจะทำให้เกิดโรคได้ ทว่าก็ยังไม่มีผลวิจัยใด ๆ ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวจะสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในคนได้เช่นกัน แม้ที่ยอดใบชาจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ป้องกันการเกิดมะเร็งได้จริงก็ตาม

นอกจากนี้ นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ธรรมชาติบำบัด ก็พูดถึงเรื่องการดื่มชาเขียวไว้ว่า การกินชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระจริง ๆ จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่น และต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก แต่สำหรับการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบัน เป็นชาเขียวที่เจือจาง และยังปรุงรสแต่งกลิ่นด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ ก็อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้นจะดื่มร้อนหรือเย็นก็ไม่ต่างกัน

5. ดื่มชาแล้วใจสั่น อาการนี้อันตรายไหม

ไม่ใช่แค่กาเฟที่มีคาเฟอีน เพราะฐานข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรสหรัฐอเมริกาเผยว่า ชาเขียวร้อนมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 25 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์หรือเท่ากับ 236.6 มิลลิลิตร และชาดำร้อนมีคาเฟอีน 47 มิลลิกรัมต่อปริมาณชาดำ 8 ออนซ์ ในขณะที่ชาร้อนสำเร็จรูปจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 26 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์ ซึ่งเผลอ ๆ ในใบชาอาจจะมีคาเฟอีนที่มากกว่ากาแฟอีกก็เป็นได้นะคะ

ดังนั้นสำหรับบางคนที่ดื่มชาแล้วใจสั่น ก็อาจเป็นเพราะคาเฟอีนที่แฝงอยู่ในชานี่เอง ยิ่งกับคนที่มีภาวะเครียด อ่อนเพลีย หรืออยู่ในภาวะร่างกายขาดน้ำ ก็อาจโดนคาเฟอีนเล่นงานเอาได้ง่ายกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น หรือเวียนศีรษะแปลก ๆ ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นอาการที่ร้ายแรงอะไร เพียงแต่ทางที่ดีควรจะดื่มน้ำเปล่าตามไปให้มาก ๆ หรือจะงดดื่มชากาแฟไปก่อนก็ได้ ทว่าเมื่อไรที่มีอาการใจสั่นร่วมกับอาการหน้ามืด หมดสติ แน่นหน้าอก หรือหอบเหนื่อยกว่าปกติ แบบนี้ควรต้องรีบไปพบแพทย์เพราะอาจมีโรคหัวใจรุนแรงซ่อนอยู่

กินชาดีไหม
ภาพจาก unsplash
6. ดื่มชาแล้วนอนไม่หลับ ทำไงดี

สำหรับคนที่มักจะมีอาการนอนไม่หลับ แล้วคิดว่าต้นเหตุคือชาที่ดื่มเข้าไป บอกเลยว่าคุณคิดถูกแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าในชาก็มีคาเฟอีนอยู่ไม่น้อยเลย ดังนั้นหากไม่อยากกินชาแล้วนอนไม่หลับ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มชาในช่วงเย็น หรือจะงดดื่มชาไปก่อนสักระยะ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเวลานอนหลับก่อนก็ได้

7. กินชาเขียวตอนไหนดี ถึงจะได้ความเฮลธ์ตี้เต็มแม็กซ์

การดื่มชาเพื่อสุขภาพควรต้องดื่มหลังรับประทานอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ชากระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารจำพวกวิตามินเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายขึ้น ทว่าเพื่อผลผระโยชน์สูงสุดก็ควรดื่มชาเขียวหลังมื้ออาหารเช้าจะดีกว่านะคะ เพราะหากดื่มหลังมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็น อาจทำให้นอนตาค้างเนื่องจากผลกระทบของคาเฟอีนได้

อ้อ ! และขอฝากวิธีดื่มชาเขียวที่ถูกต้องเอาไว้อีกสักนิด นั่นก็คือควรดื่มชาเขียวชงร้อนด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้เราจำกัดปริมาณน้ำตาลได้ อีกทั้งการดื่มชาเขียวร้อนยังจะช่วยให้ประสิทธิภาพของชาเขียวไม่ถูกเจือจางไปกับน้ำแข็งอีกด้วยค่ะ แค่หากใครอยากดื่มชาเขียวเย็นก็ได้ เพียงแต่ว่าขอเป็นชาเขียวชงเองแล้วแช่เย็นไว้ และดื่มแบบไม่ใส่น้ำแข็งเป็นพอ นอกจากนี้หากจะชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ก็แนะนำให้บีบมะนาวลงไประหว่างชงชาด้วยนะคะ

กินชาดีไหม
8. กินชาเขียวลดน้ำหนักต้องทำยังไง

ในชาเขียวมีคาเทชินซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย ซึ่งก็ช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่หากอยากดื่มชาเขียวลดน้ำหนักอย่างจริง ๆ จัง ๆ แนะนำให้ทำตามวิธีด้านล่างนี้

– ชาเขียว ช่วยลดน้ำหนักได้ ถ้าดื่มด้วยวิธีนี้ …

ดื่มแบบร้อนเท่านั้น
ถึงแม้ว่าชาเขียวเย็นจะมีขายกันเต็มไปหมด แต่รู้ไว้เถอะว่าชาเขียวร้อนและเย็นไม่เหมือนกันหรอกนะคะ ก็ในชาเขียวเย็นที่ใส่น้ำแข็งจะมีน้ำมากกว่าชาเขียวร้อนน่ะสิ โดยน้ำเหล่านั้นก็มาจากน้ำแข็งที่ละลาย ซึ่งมันจะเจือจางและทำให้ประสิทธิภาพของชาเขียวถูกลดลงไป ฉะนั้นถ้าอยากดื่มชาเขียวเพื่อลดน้ำหนัก ก็หันมาดื่มแบบร้อนกันดีกว่า

เลือกชายี่ห้อดี

หากวันไหนได้ไปเลือกซื้อชาเขียวที่ซูเปอร์มาเก็ต ก็ลองเลือกตัดสินใจซื้ออันที่ยี่ห้อดีเชื่อถือได้จะดีกว่า เพราะคุณจะได้ชาเขียวที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้คุณได้ดื่มชาจากธรรมชาติที่สดใหม่ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ที่สำคัญยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าอีกด้วย

บีบน้ำมะนาวผสมลงไป

แทนที่จะดื่มชาเขียวเพียว ๆ ก็ลองหยดน้ำมะนาวเล็กน้อยผสมลงไปด้วยสิ เพราะมันจะช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกแรงหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษจากร่างกายและลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย

เลือกชาเขียวที่ไม่เก็บไว้นานเกินไป

ชาเขียวก็เหมือนอาหารอื่น ๆ นั่นแหละค่ะ คือถ้าเลือกแบบสด ๆ ไม่เก็บไว้นานได้ ก็จะดีต่อสุขภาพร่างกาย ฉะนั้นเวลาซื้อชาเขียวมาจากซูเปอร์มาเก็ต ก็ให้ลองตรวจเช็คดูวันที่ผลิตและหมดอายุให้เรียบร้อย และไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป ไม่อย่างนั้นคุณภาพชาเขียวที่ได้ดื่มก็อาจจะแย่ลงและไม่ได้ประสิทธิภาพดีอย่างที่ต้องการ

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ccduchallenge.comยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ holiday-casino.org

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

4.ไม่ควรดื่มน้ำชาพร้อมกับอาหาร เพราะในใบชาจะมีสารบางชนิดที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดไปใช้งานตามปกติได้

5.ในใบชาจะมีสารคาเฟอีนปริมาณสูง ซึ่งสูงกว่าเมล็ดกาแฟด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ การดื่มชา สารแทนนินจากน้ำชาก็จะช่วยป้องกันหรือช่วยลดการดูดซึมของคาเฟอีนในร่างกายได้ จึงทำให้การออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและสมองมีน้อยกว่าการดื่มกาแฟได้เป็นอย่างมากทีเดียว

6.การที่เรานำสารสกัดจากชาเขียวไปผสมกับอาหารอื่นๆ อย่างเช่น ขนมเค้กก็จะทำให้คุณค่าของชาเขียวลดประสิทธิภาพลง เพราะฉะนั้น หากต้องการให้ร่างกายได้รับสารสำคัญจากชาเขียวอยู่ดังเดิมก็ไม่ควรนำสารสกัดจากชาเขียวไปผ่านกระบวนการที่ต้องใช้ความร้อน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยรักษาคุณค่าของชาเขียวเอาไว้ดังเดิมได้แล้ว

อย่าลืมนะคะว่าหากต้องการดื่มชาเขียวเพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เราควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ลิ้มรสชาติของชาอย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากชา ในขณะที่การดื่มชาเขียวแบบสำเร็จรูป สารสำคัญจากชาบางส่วนก็จะถูกทำลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตอย่างหมดสิ้นแล้ว สิ่งที่ร่างกายจะได้รับก็คงมีเพียงน้ำตาลปริมาณสูงที่นำมาซึ่งโรคต่างๆ ในอนาคตนั่นเอง

By1ADF8B

ชาเขียวคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

หลายๆคนคงไม่มีใครไม่รู้จัก “ชาเขียว” (Green tea) กันใช่ไหมล่ะคะ ถ้าพูดถึงชาเขียวเราก็จะนึกถึงกลิ่นหอมๆที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเมื่อได้ลิ้มรสชาติแล้วก็จะรู้สึกว่าสุขภาพที่ดีนั้นเป็นยังไงเลยใช่ไหมล่ะคะ ไม่ว่าจะเข้าไปในร้านกาแฟที่ไหนก็จะต้องสั่งชาเขียวเย็น ชาเขียวนมสดปั่นตลอดเลย และสมัยนี้มองไปทางไหนอะไรอะไรก็เป็นชาเขียวไปซะหมด ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชาเขียวก็มีวางจำหน่ายในหลากหลายรูปแบบ โดยผู้ผลิตได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากชาเขียวหลั่งไหลออกมาสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ccduchallenge.com ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ถนอมผิว เครื่องสำอางต่าง ๆ สบู่ เกลืออาบน้ำ น้ำยาดับกลิ่นตัว ครีมบำรุงผิว โลชั่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไหนจะชาเขียวสำเร็จรูปที่วางขายในประเทศไทยที่เป็นแบบขวดสำเร็จรูปตามร้านสะดวกซื้อนั้น แต่เราจะทราบกันไหมคะว่านั่นไม่ใช่…ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (ชาเขียวต้องสีมีเขียว ไม่ใช่สีน้ำตาล) คนญี่ปุ่นยังบอกเลยว่ามันคือ… น้ำหวานเพราะชาเขียวที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่หวาน แถมยิ่งดื่มยิ่งสุขภาพดี ไม่อย่างนั้นคนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนการดื่มน้ำเปล่ากันทำไม แถมยังดื่มกันได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุกันเลยทีเดียวค่ะ และนอกจากนั้นเราก็จะเห็นในรูปแบบช็อคโกแลตที่เป็นรสชาเขียว ขนม ลูกอม ไอศกรีม ต่างๆและอะไรต่อมิอะไรก็มักจะมีส่วนผสมของชาเขียวเสมอรวมไปถึงยังเป็นส่วนผสมของอาหารอีกมากมายตามร้านอาหารต่างๆ แล้วชาเขียวก็ยังมีส่วนผสมอยู่ในเครื่องสำอางค์ ครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์ต่างๆอีกด้วย เชื่อกันว่าหลายคนพอจะทราบว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์และดีต่อสุขภาพใช่ไหมล่ะคะ และดันมีกลิ่นที่จะหอมและมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย เลยไม่ยากที่จะเลือกรับประทานหรือเลือกใช้กันแต่ก็เชื่ออีกเหมือนกันค่ะว่าบางคนก็ยังคงไม่ทราบเช่นกันว่าแท้จริงแล้วชาเขียวคืออะไร แบบไหนที่เรียกว่าชาเขียวและชาเขียวมีประโยชน์อย่างไร วันนี้ HealthGossip จะนำความรู้มาเล่าสู่กันฟังและทำความเข้าใจไปด้วยกันค่ะ ว่าเจ้าชาเขียวที่ว่าเนี่ยมีดีกว่าที่คิดแน่นอน อย่างที่บอกว่า ชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียว เชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกันว่า ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอู่หลง ชาดำ เป็นชาคนละต้นแต่จริง ๆแล้ว มันมาจาก ต้นชาเหมือนกัน เพียงแต่ต่างกันที่ขั้นตอนการผลิตและการหมักบ่มนั่นเอง อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ชาฝรั่ง (Black Tea) หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า ‘’ชาดำ’’ เตรียมได้จากการเอาใบชาที่เก็บได้มากองสุมไว้เพื่อให้เกิดการหมัก ขณะที่หมักอาจจะบดหรือขยี้ใบชาด้วยลูกกลิ้ง เซลล์ของใบชาจะช้ำโดยใบไม่ขาดในเซลล์ของใบชาจะมีเอนไซม์อยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อเซลล์แตกเอนไซม์เหล่านี้จะหลั่งออกมาและทำการย่อยสารเคมีภายในตัวชา การหมักจะทำให้ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของสารสำคัญในใบชาทำให้เกิดกลิ่นและรสขึ้น เมื่อหมักได้ที่แล้วจะนำใบชาไปตากแห้ง ใบชาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเนื่องจากสีบางชนิดที่เกิดขึ้นระหว่างการหมัก
ชาจีน หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า ‘’ชาอู่ล่ง’’ เป็นชาที่ผ่านการหมักเพื่อให้เกิดออกซิเดชั่นเพียงบางส่วน
ชาเขียว (green tea) เป็นชาที่นิยมดื่มกันมากในจีนและญี่ปุ่น ทำได้โดยนำใบชาสดที่ได้มาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วโดยการใช้อุณหภูมิสูงและอุณหภูมิสูงนี่แหละจะไปทำลายเอนไซม์ในใบชา เมื่อนำไปผ่านลูกกลิ้งและตากแดดให้แห้ง ชาจะไม่เปลี่ยนเป็นสีดำแต่ยังคงความเขียวสดเหมือนเดิมและมีคุณภาพเช่นเดียวกับใบชาสด เมื่อชงน้ำร้อนจะได้น้ำชาเขียวหรือเขียวอมเหลือง ไม่มีรสฝาด

ชาเขียว (Green Tea) คืออะไร
ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบา ๆก่อนแห้งหรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้น ๆแล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว) จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่และมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า “ชาเขียว” และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมักจึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอล (Phenolic compound) หลงเหลืออยู่มากกว่าในอู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดยชาเขียวจะมี สารพฤกษเคมี ชื่อ EGCG ตัวนี้เป็นแชมป์เปี้ยนของสารต้านอนุมูลอิสระเลยทีเดียว จึงสามารถช่วยป้องกันมะเร็งและต้านมะเร็งได้ด้วย และมีบางงานวิจัยยังบอกว่าช่วยลดการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอร์รอลที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคหลอดเลือดตีบตันและโรคหัวใจได้อีกด้วยค่ะ และในชาเขียวนั้นจะมีเจ้าสาร EGCG อยู่ถึงประมาณ 35-50% กันเลยทีเดียว โดยขณะที่ชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10% เท่านั้นเองค่ะ ชาเขียวที่มีคุณภาพจะได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สองที่เก็บจากยอด (ชาวจีนเรียกว่า “บู๋อี๋”) ส่วนใบชาคู่ที่สามและสี่จากยอดจะให้ชาชั้นสอง (ชาวจีนเรียกว่า “อันเคย”) ส่วนใบชาคู่ที่ห้าและหกจากปลายยอดจะเป็นชาชั้นเลว (ชาวจีนเรียกว่า “ล่ำก๋อง”)สำหรับสี กลิ่น และรสชาติของชานั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารคาเทชินที่มีอยู่ในชา โดยฤดูการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว จะมีผลต่อระดับของสารคาเทชิน ซึ่งในใบชาฤดูใบไม้ผลิจะมีสารคาเทชินประมาณ 12-13% ในขณะที่ชาในฤดูร้อนจะมีสารคาเทชินประมาณ 13-14% (ใบชาอ่อนจะมีสารคาเทชินมากกว่าใบชาแก่) สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียวจะประกอบไปด้วย กรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน (catechins) โดยเราสามารถแยกสารคาเทชินออกได้เป็น 5 ชนิด คือ gallocatechin (GC), epicatechin (EC), epigallocatechin (EGC), epicatechin gallate (ECG), และ epigallocatechin gallate (EGCG) โดยคาเทชินที่พบได้มากและมีฤทธิ์ทรงพลังที่สุดในชาเขียว คือ สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate – EGCG) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ชาเขียวมี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ชาเขียวแบบญี่ปุ่นและชาเขียวแบบจีน ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้จะต่างกันโดยชาเขียวแบบจีนจะมีการคั่วด้วยกระทะร้อนแต่ชาเขียวแบบญี่ปุ่นไม่ต้องคั่วใบชา ชาเขียวแบบญี่ปุ่นจำแนกออกเป็นหลายเกรดตามคุณภาพใบชาแต่ที่รู้จักและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่น ได้แก่ บันฉะ เซ็นฉะ เกียวกุโระฉะ และมัทฉะ

บันฉะ (Bancha) ใบชาแก่และคุณภาพต่ำที่สุด มักมีก้านใบติดมาด้วย เนื้อหยาบ รสค่อนข้างฝาด สีเขียวอมเหลือง เป็นชาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นให้บริการฟรี บันฉะมีรสอ่อน สีไม่สวย จึงไม่นิยมนำมาปรุงอาหาร
เซ็นฉะ (Sencha) เป็นชาแก่เกรดกลางที่คนใช้ทั่วไป ประมาณ 80% ของใบชาที่เก็บเกี่ยวได้ผลิตเป็นใบชาเกรดนี้ ใบเซ็นฉะไม่มีก้านติดมาด้วย น้ำเซ็นฉะสีเขียวสด รสเข้มแต่ละเมียดละไม จับแล้วรสชายังติดที่ปลายลิ้นเป็นชาที่ชาวญี่ปุ่นเสิร์ฟรับรองแขกที่บ้าน ตามงานเลี้ยงรับรอง และตามที่ประชุมต่างๆ เซ็นฉะมีหลายเกรดตั้งแต่แบบธรรมดาแลัแบบพรีเมี่ยม ราคาก็ต่างกัน นำมาใช้ทำอาหารได้หลากหลายเพราะให้ทั้งกลิ่นและรสชาเขียวที่เข้มกว่าชนิดอื่น
เกียวกุโระฉะ (Gyukurocha) เป็นใบชาที่เก็บจากพุ่มต้นชาที่ดีที่สุด เนื่องจากผลผลิตน้อยราคาจึงค่อนข้างสูง น้ำชาสีเขียวอ่อนหอมหวานมาก ปกติการชงชาเขียวทั่วไปใช้น้ำร้อนที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสเท่านั้น เมื่อมิได้ความร้อนไปทำลายรสชาติชา ชาชนิดนี้แพงเกินกว่าจะนำมาผสมใส่อาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่นได้
มัทฉะ (Matcha) เป็นผงชาเขียว สมัยก่อนได้จากการนำใบชาชั้นดี ‘’เกียวกุโระฉะ’’ มาบดจนละเอียดเป็นผงเพื่อใช้ในพิธีชงชา มัทฉะที่ได้จะมีลักษณะข้นสีเขียวเข้ม ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตโดยนำใบชา’’เซ็นฉะ’’ มาสกัดเป็นน้ำแล้วจึงพ่นโดยการฉีดผ่านไอความร้อนสูงให้ไอระเหยออกเหลือแต่ผงสีเขียวเข้มกลิ่นหอม มัทฉะเป็นชาที่นิยมใช้ใส่อาหารเพราะสะดวกในการใช้ให้สีสวยกลิ่นหอมและราคาไม่แพง มัทฉะจะมีสีเขียวสดคล้ายเขียวมะนาว ในใบชาเขียวมีสารสำคัญหลายๆชนิด คือ คาเฟอีน, แทนนิน, สารคาเทซิน, เกลือฟลูออไรด์

ประโยชน์จากชาเขียว
ในชาเขียวมีวิตามินมากมาย

วิตามินซี ช่วยลดความเครียด ต่อต้านภาวะติดเชื้อและเสริมการทำงานของระบบ
วิตามินบีรวม ช่วยเสริมการทำงานในกระบวนการเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต
วิตามินอี มีสรรพคุณเป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ ชะลอความแก่
ฟลูออไรด์ ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่เคลือบฟัน ป้องกันฟันผุ
GABA ช่วยลดระดับความดันเลือด และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย
แร่ธาตุ ได้แก่ โซเดียม, โปแตสเซียม, แคลเซียม, แมกนีเซียมและฟอสฟอรัส และอื่นๆ
จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า สารคาเฟอีน และ สารคาเทชินใน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มเมทาบอลิซึ่มของร่างกายนั่นก็หมายถึง การเพิ่มอัตราการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และการออกซิเดชันของไขมันนั่นเอง นอกจากนี้ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ยังช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ทำงานดีมากยิ่งขึ้น แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรจะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะทำให้การเผาผลาญดีขึ้น และเพื่อให้ได้ผลดีต้องดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แบบปราศน้ำตาล หรือสารปรุงแต่งอื่นๆ โดยในแต่ละวันไม่ควรดื่มเกิน 10 – 12 ถ้วย หรือ ชงใบชา 1-2 ช้อนชา ในน้ำร้อน ดื่มวันละ 3 ถ้วย ระหว่างมื้ออาหาร จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ดังนั้น ควรจะดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ เท่านั้น ซึ่งจะผลิตออกมาในรูปแบบของ ใบชา ชาซอง มัทฉะ เพื่อให้เราได้รับสารที่มีประโยชน์อย่างเต็มที่เพียงเติมน้ำร้อน ถึงชาเขียวญี่ปุ่นแท้ จะมีสารคาเฟอีน (ซึ่งอาจจะทำให้นอนไม่หลับถ้าดื่มเยอะเกิน) แต่ยังมีสารสำคัญที่มีประโยชน์อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น กรดอะมิโน วิตามินบี, วิตามินซี, วิตามินอี, สารในกลุ่ม xanthine alkaloids หรือ คาเฟอีน (caffeine) และ ธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สดชื่น คึกคัก และสารใน กลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่เรียกว่า แคทีชิน (catechins) ตัวนี้แหละที่สำคัญ

ชาเขียวกับความงาม สูตรน้ำแร่ชาเขียว ชั้นตอนแรกให้นำน้ำแร่มาต้มให้เดือด แล้วใส่ผงชาเขียวหรือใบชาเขียวลงไป แล้วทิ้งไว้ให้เย็น (ถ้าใช้ใบชาควรกรองเอาแต่น้ำ) เสร็จแล้วเทน้ำใส่ขวดสเปรย์ ใช้เป็นสเปรย์น้ำแร่ชาเขียว โดยนำมาใช้ฉีดหน้าได้ทุกเวลาที่ต้องการ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้าของคุณได้เป็นอย่างดี ส่วนอีกสูตรคือ สูตรถนอมผิวรอบดวงตาด้วยชาเขียว ขั้นตอนแรกให้ต้มชาเขียวกับน้ำเดือด แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วใช้สำลีชุบชาเขียวให้เปียกชุ่ม แล้วนำมาวางบริเวณเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที วิธีนี้จะช่วยลดริ้วรอยจากความอ่อนล้าของผิวรอบดวงตา และยังช่วยลดอาการบวมของเปลือกตาและถุงใต้ตาได้ด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวนุ่มนวลและดูสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ชาเขียวยังนิยมนำมาใช้เพื่อปรุงแต่งกลิ่น สี และรสชาติของอาหาร เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยจัดเป็นสารให้กลิ่นรสจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากชนิดหนึ่ง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของชาเขียวรูปของอาหาร ได้แก่ เค้ก ขนมปัง ขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลต ลูกอม หมากฝรั่ง ฯลฯ และยังถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันและน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหม็นหืนเร็ว จนมีการศึกษาวิจัยถึงความเป็นไปได้ที่จะนำสารสกัดจากชาเขียวมาใช้เป็นสารกันบูดสำหรับอาหารสด รวมไปถึงการนำชาเขียวมาผสมกับเส้นใยผ้า สำหรับเสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น และยังมีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในแผ่นใยกรองอากาศสำหรับเครื่องปรับอากาศ ซึ่งก็นับว่าเป็นการเพิ่มช่องทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้ ในเมื่อเราทราบถึงประโยชน์อันมากมายหลายหลากของเจ้าชาเขียวที่แสนหอมหวานนี้แล้วก็อย่าลืมเลือกชาเขียวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในคนที่รักษาสุขภาพกันนะคะ

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

  • ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง
  • หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง
  • การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

  • ไม่ควรดื่มน้ำชาพร้อมกับอาหาร เพราะในใบชาจะมีสารบางชนิดที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดไปใช้งานตามปกติได้
  • ในใบชาจะมีสารคาเฟอีนปริมาณสูง ซึ่งสูงกว่าเมล็ดกาแฟด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ การดื่มชา สารแทนนินจากน้ำชาก็จะช่วยป้องกันหรือช่วยลดการดูดซึมของคาเฟอีนในร่างกายได้ จึงทำให้การออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและสมองมีน้อยกว่าการดื่มกาแฟได้เป็นอย่างมากทีเดียว
  • การที่เรานำสารสกัดจากชาเขียวไปผสมกับอาหารอื่นๆ อย่างเช่น ขนมเค้กก็จะทำให้คุณค่าของชาเขียวลดประสิทธิภาพลง เพราะฉะนั้น หากต้องการให้ร่างกายได้รับสารสำคัญจากชาเขียวอยู่ดังเดิมก็ไม่ควรนำสารสกัดจากชาเขียวไปผ่านกระบวนการที่ต้องใช้ความร้อน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยรักษาคุณค่าของชาเขียวเอาไว้ดังเดิมได้แล้วอย่าลืมนะคะว่าหากต้องการดื่มชาเขียวเพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เราควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ลิ้มรสชาติของชาอย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากชา ในขณะที่การดื่มชาเขียวแบบสำเร็จรูป สารสำคัญจากชาบางส่วนก็จะถูกทำลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตอย่างหมดสิ้นแล้ว สิ่งที่ร่างกายจะได้รับก็คงมีเพียงน้ำตาลปริมาณสูงที่นำมาซึ่งโรคต่างๆ ในอนาคตนั่นเอง

ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay.com