Tag Archive ต้นกำเนิดชา

By1ADF8B

ใครจะรู้ว่าต้นกำเนิดชาเขียวจริงๆมาจากจีนไม่ใช่ญี่ปุ่น

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ชาวจีนนิยมมากกว่า 4 พันปีมาแล้ว ในตำราแพทย์แผนโบราณของจีน ชามีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยย่อยอาหาร ล้างสารพิษ และเชื่อกันว่ามีฤทธิ์เป็นยาอายุวัฒนะ ชามีหลายชนิด แต่สามารถจัดออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ชาดำและชาเขียว ข้อแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่มนี้ คือ การหมัก ซึ่งรสชาติของชาดำนั้นจะเข้มข้นกว่าชาเขียว แต่ชาเขียวมีสารสำคัญซึ่งไม่ได้เปลี่ยนไปในขบวนการหมักชา และมีคุณภาพมากกว่าชาดำ สารสำคัญในชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจได้หลายอย่าง ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ชาเขียวยังมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้นกำเนิดชาเขียวของจีน

ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอม คนจึงนิยมดื่มกันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือ ชาวยุโรป ชาที่นิยมดื่มในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ชาจีน ชาเขียว และชาฝรั่ง ซึ่งชาแต่ละชนิดจะต่างกันตรงกรรมวิธีในการผลิต แต่ชาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากก็คือชาเขียว ซึ่งเป็นชาที่ไม่ผ่านการหมัก ทำให้ไม่สูญเสียส่วนประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไปในระหว่างการหมักเหมือนชาฝรั่ง ชาเขียวได้จากการทำใบชาให้แห้งที่อุณหภูมิสูงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ใบชาแห้งยังคงมีสีเขียวและมีคุณภาพเช่นเดียวกับใบชาสด ซึ่งเมื่อชงน้ำร้อนแล้วจะได้น้ำชาสีเขียวหรือเหลืองอมเขียว ไม่มีกลิ่น มีรสฝาดกว่าชาจีน นิยมแต่งกลิ่นด้วยพืชหอมเช่น มะลิ บัวหลวง เป็นต้น

ชาชนิดต่างๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้นกำเนิดชาเขียวของจีน

มนุษย์รู้จักดื่มชาเมื่อประมาณ 2737 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต้นชามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis กําเนิดของต้นชามาจากประเทศจีน พันธุ์ชามีมากกว่า 2,000 พันธุ์ ใบชาจากต้นเดียวกันสามารถแบ่งชนิดของชาได้ตามกรรมวิธีในการผลิต

ชาเขียว (Green tea)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาเขียว (Green tea)

  • ใบของชามีสีเขียว ใบแห้งทําโดยการนําชาสดคั่วหรืออบไอน้ำเพื่อทําลายเอนไซม์และป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารโพลีฟีนอล เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีเขียว ชาเขียวชาเป็นพืชในตระกูล Camellia sinensisนิยมชงดื่มมาหลายชั่วอายุคนชาเขียวได้รับความสนใจไปทั่วโลก
  • ชาเขียวเป็นชาที่นิยมดื่มในจีนและญี่ปุ่นทำได้โดยการเอาใบชาสดที่เก็บได้มาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปนักโดยใช้มือคลึงเบาๆก่อนแห้งหรือนำใบชาอ่อนที่ได้มาผ่านไอน้ำหรืออบด้วยความร้อนทันทีเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์จึงได้ใบชาจึงมีความสดและยังมีสีเขียวอยู่มาก
  • ชาเขียวที่มีคุณภาพดีได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สองที่เก็บจากยอดเรียกว่า”บู๋อี๋”ใบชาใบคู่ที่สามและคู่ที่สี่จากยอดจะให้ชาชั้นสองเรียกว่า”อันเคย”ส่วนใบชาคู่ที่ห้าและคู่ที่หกจากปลายยอดจะให้ชาชั้นเลวเรียกว่า”ล่ำก๋อง”เมื่อชงดื่มจะได้น้ำชาที่มีสีเหลืองอ่อนหรือเขียวและมีกลิ่นหอม
  • ชาเขียวแบ่งตามลักษณะการนำมาบริโภคได้เป็น 2 ประเภทคือ “ชาคอ” (breast tea) ที่ดื่มแล้วจะรู้สึกชุ่มคอ และ “ชากลิ่น”(scented tea) ที่มีกลิ่นหอม เนื่องจากอบด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ เช่น ดอกมะลิ ดอกประยงค์

ชาขาว (White tea)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาขาว (White tea)

  • ใบของชามีสีเขียวอ่อน ปกคลุมด้วยขนขาวๆ ใบจะตากแห้งโดยใช้แสงแดด เมื่อชงชาแล้วจะได้ชาที่มีสีซีดมาก
  • ชาขาวเป็นใบชาที่ได้จากเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ ก่อนนำมาผ่านกรรมวิธีเดียวกันกับชาเขียว

ชาแดง (ชากึ่งหมัก ,ชาอู่หลง)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาแดง (ชากึ่งหมัก ,ชาอู่หลง)

  • ชาประเภทนี้จะมีการผึ่งใบชาให้แห้งจนได้ที่แล้วนำมานวดเพื่อให้ผิวนอกของใบช้ำ ซึ่งเป็นการกระตุ้นสารแทนนินที่อยู่ภายใน ทำให้ใบชามีสีเข้ม และมีรสฝาดขม จากนั้นนำไปหมัก หรือทำปฏิกิริยากับออกซิเจน 10-80% บางตำราจึงจัดเป็น “ชาดำ” ประเภทหนึ่ง บางตำราจัดแยกออกเป็นชาอีกประเภทหนึ่ง
  • ชาแดง เป็นใบของชาเขียวได้ผ่านกระบวนการออกซิเดชันหรือการหมัก จนได้เป็นใบชาสีเข้ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีออกน้ำตาลแดง

ชาดำ (ชาฝรั่ง)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาดำ (ชาฝรั่ง)

  • เตรียมได้โดยการเอาใบชาที่เก็บมาได้ เอามากองสุมไว้ เพื่อให้เกิดการหมัก 100%ขณะที่หมักจะมีการบดหรือขยี้ใบชาเพื่อช่วยเร่งการหมักให้เร็วขึ้นในขั้นตอนของการหมักนี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารสำคัญในใบชาเมื่อหมักจนได้ที่ตามที่ต้องการแล้วก็จะนำไปทำให้แห้งใบชาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเนื่องจากสารสีบางชนิดที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักโดยการใช้ความร้อนที่พอเหมาะเนื่องจากผ่านกระบวนการหมักซึ่งเป็นกระบวนการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจึงมีผลให้ใบชาสูญเสียสารสำคัญไปจึงมีประโยชน์ในการป้องกันและบำบัดโรคไม่ดีเท่าชาเขียว
  • ชาดํา เป็นใบของชาเขียว ผ่านกระบวนการหมักเต็มที่ทําให้ใบออกสีดําเข้ม ใบทําให้แห้งโดยการใช้เครื่องอบ เครื่องดื่มที่ได้จะออกสีแดงเข้มจนดูดํา

ชาอูลองเขียว (Green oolong)

  • ใบของชาเขียวถูกออกซิไดซ์ร้อยละ 15-20 ก่อนเข้าเครื่องอบแห้ง เครื่องดื่มที่ได้จะมีสีเขียวทอง

ชาอูลองแดง (Red oolong)

  • ใบของชาเขียวถูกออกซิไดซ์ร้อยละ 15-20 ก่อนเข้าเครื่องอบแห้ง เครื่องดื่มที่ได้จะมีสีออกน้ำตาลแดงเข้ม

ชากลิ่น (Scented tea)

  • เพิ่มกลิ่นโดยการเติมดอกไม้ ผลไม้ ชากลิ่นมักใช้ใบชาที่มีคุณภาพต่ำมาแต่งกลิ่นลงไป โดยนิยมใช้ชาดํา ยกเว้นชากลิ่นมะลิ

ชาจากเมล็ดกัวรานา (Guarana Tea)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

  • สารสกัดจากเมล็ดกัวราน่านั้น นิยมใช้เป็นประโยชน์มานานแล้ว โดยเฉพาะในแถบประเทศแอฟฟริกาและอเมริกาใต้ โดยเน้นในเรื่องของการให้ผลในการกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า จากสารสำคัญที่มีอยู่ในเมล็ดกัวราน่า และสารสำคัญชนิดนี้เป็นสารสำคัญที่นอกจากจะให้ผลในการกระตุ้นร่างกายของเราให้กระปรี้กระเปร่าแล้ว สารสำคัญดังกล่าวยังให้ผลในการช่วยขับสารพิษตกค้างในร่างกาย ทั้งในระบบทางเดินอาหารและระบบไหลเวียนโลหิต จะพบว่าโปรแกรมในการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกายส่วนใหญ่แล้วจะต้องมีสารสกัดจากกัวราน่าอยู่ในโปรแกรมเสมอ

ชาสกัด

  • เป็นที่ทราบกันดีว่าสารโพลีฟีนอลในชาเขียวสามารถป้องกันโรคได้หลายโรค แต่เนื่องจากปริมาณของโพลีฟีนอลต่อชาหนึ่งถ้วยมีไม่มากนัก การจะบริโภคถึง 10ถ้วยอาจปฏิบัติได้ยากทางอุตสาหกรรมอาหารจึงได้คิดค้นวิธีการสกัดเพื่อให้ได้สารสําคัญมากขึ้นและบริโภคได้สะดวกขึ้น
  • สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารสําคัญที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จึงมีการนําสารสกัดจากธรรมชาติเติมในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ซีเรียล, เค้ก, ขนมปังกรอบ, เนื้อหมู, ไก่, เนื้อวัว, น้ำมันพืช, น้ำมันตับปลา, เนื้อปลา, ไขมันสัตว์, ผลิตภัณฑ์นม, บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป, ลูกอม, ไอศกรีม, ของขบเคี้ยว, ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นต้น
  • ส่วนของใช้ที่นําชาเขียวสกัดมาเติม ได้แก่ ยาสีฟัน, น้ำยาบ้วนปาก, หมากฝรั่ง, สเปรย์ดับกลิ่นปาก, แชมพู, ครีมทาผิว, น้ำหอม, ครีมทาผิวผสมสารต้านรังสีอุลตราไวโอเล็ต, ผ้าอนามัย, เสื้อผ้า, ถุงเท้า เป็นต้น

ส่วนประกอบของชาเขียว

ใบชาสด ประกอบด้วย 75-78% (dry matter 22-25%) ใบชาแห้งมีสารอินทรีย์ 93-96% สารอนินทรีย์ 4-7% สารอินทรีย์ ได้แก่ โปรตีน 20-30% กรดอะมิโน 1-4% (theanine) อัลคาลอยด์ 3-5% (caffeine) โปลีฟีนอล 20-35% (catechin) คาร์โบไฮเดรต 20-25% (polysaccharide) กรดอินทรีย์ 3% (oxalic, malic, citric) ไขมัน 8% เม็ดสี 1% สารประกอบกลิ่น 0.005-0.03% วิตามิน 0.6-1% สารอนินทรีย์ ได้แก่ โปตัสเซียม 1.76% แคลเซียม 0.41% ฟอสฟอรัส 0.32% แมกนีเซียม 0.22% เหล็ก 0.15% แมงกานีส 0.12% ซัลเฟอร์ 0.088% อลูมิเนียม 0.069% โซเดียม 0.03% ซิลิกอน 0.024% สังกะสี 0.003% ทองแดง 0.002% เป็นต้น