Category Archive ต้นกำเนิดชาเชียว

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดมาจากจีนหรือญี่ปุ่นกันแน่

มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในภาษาญี่ปุ่น Matcha (抹茶) แปลว่าชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียวสินะ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้ง่ายๆ คือ อะไรก็ได้ที่นิยมใส่มัทฉะไปแล้วขายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่ม ดัดแปลงผสมกันในสูตรอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ เบียร์หรือแม้กระทั่งผสมในเครื่องสำอาง หากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกอย่างจะต้องมีมัทฉะเป็นส่วนผสมมาด้วยจนกลายเป็นจุดเด่น Signature ของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทราบประวัติความเป็นมาของชาเลยว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะจีนเองก็เด่นดังเรื่องชาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

พิธีการชงชา จะเป็นพิธีที่สง่างาม มีการผสมผสานทางด้านความคิด จิตวิญญาณ แสดงความผูกพันระหว่างเจ้าบ้านกับผู้มาเยือน กุศโลบายของพิธีจะแฝงความคิดให้คิดถึงจิตใจของคนอื่น หัวใจหลักของพิธีชงชา คือ การดื่มชาด้วยความสุนทรีย์ในความเรียบง่าย การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติด้วยจิตใจที่นิ่งสงบและบริสุทธิ์

By1ADF8B

ชานวัตกรรมใหม่ เพื่อสุขภาพ

ไม่กี่ปีให้หลัง คนไทยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ สองประเทศนี้ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความตื่นตัวด้านสุขภาพสูง จึงไม่แปลก ที่เทรนด์การกินการดื่มเพื่อสุขภาพจะถูกถ่ายทอดมาสู่คนไทย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาลดไขมันซึ่งกำลังมาแรงสุดๆ บ.ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความถนัดด้านชาและน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพอยู่แล้ว จึงนำเทรนด์ดังกล่าวมาต่อยอดจนเป็น “ชาเดลี่เมท” ชาลดไขมันเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะตัว ที่ได้ผลดีกับคนไทยจริงๆ
เพียงไม่กี่วันที่ชาเดลี่เมทวางขายใน holiday-casino.org ก็เกิดกระแสคลื่นใต้น้ำ ขยายความนิยมออกเป็นวงกว้างท่ามกลางบรรยากาศการขายที่ค่อนข้างสโลว์ในช่วงปลายปีชาเดลี่เมทกลายเป็นสินค้าน้องใหม่ที่เตะตาเพจและบล็อกเกอร์ชื่อดัง ต่างหยิบไปรีวิวและแชร์ต่อจนกลายเป็นคลื่นลูกใหม่กระเพื่อมวงการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นยังไม่มีภาพยนตร์โฆษณาออกมาด้วยซ้ำ เรามาดูกัน ว่าชาเดลี่เมทมีดีอะไร จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว

มีอาวุธเด็ดหากนี่คือสมรภูมิรบ ชาเดลี่เมทนับว่าเป็นนักรบที่น่าหวาดหวั่น เพราะมีอาวุธเด็ดใช้ต่อสู้กับไขมัน คือ กลยุทธ์ 3B ที่ต้องมีครบ 3 ช่วยกันทำงานจึงจะได้ผลดีได้แก่ Block น้ำตาลไม่ให้กลายเป็นไขมัน Burn ไขมัน และ Balance ให้ขับถ่ายดี หากมีนักรบสักคนที่มีคุณสมบัติครบแบบนี้ คุณจะต้องการอะไรอีกล่ะจากการต่อสู้ไขมันครั้งนี้ส่วนผสมปังส่วนผสมของชาเดลี่เมท ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเด็ดที่ผู้กังวลในรูปร่างมักให้ความสนใจ ได้แก่ สารสกัดจากถั่วขาวที่ช่วยชะลอการย่อยแป้ง ทำให้แป้งถูกขับออกจากร่างกายก่อนจะกลายเป็นไขมันส่วนเกิน, แอลคาร์นิทีนชาเขียว และสารสกัดจากผลมะระขี้นก ช่วยการเผาผลาญไขมัน และไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดี ทำให้อิ่มนาน ไม่อยากอาหารเพิ่มหาที่ยืนจนเจอ คุณสมบัติดังกล่าวล้วนสร้างจุดขายและจุดยืนที่เข้มแข็งให้กับชาเดลี่เมท คือ “ช่วยให้รูปร่างดูดีและสุขภาพดีอย่างมีความสุข” ชาเดลี่เมทไม่สนับสนุนให้คุณอดอาหาร อดขนม ของอร่อย บุฟเฟต์หรือปาร์ตี้ เพราะมันคือความสุขในชีวิตประจำวันที่คุณสมควรจะได้รับ แต่เน้นให้กินอย่างถูกสัดส่วน และฉลาดเลือกสิ่งที่จะมาช่วยต่อสู้กับไขมันอย่างได้ผล

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดมาจากจีนหรือญี่ปุ่นกันแน่

มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในภาษาญี่ปุ่น Matcha (抹茶) แปลว่าชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียวสินะ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้ง่ายๆ คือ อะไรก็ได้ที่นิยมใส่มัทฉะไปแล้วขายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่ม ดัดแปลงผสมกันในสูตรอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ เบียร์หรือแม้กระทั่งผสมในเครื่องสำอาง หากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกอย่างจะต้องมีมัทฉะเป็นส่วนผสมมาด้วยจนกลายเป็นจุดเด่นholiday-casino.orgของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทราบประวัติความเป็นมาของชาเลยว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะจีนเองก็เด่นดังเรื่องชาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

Matcha ชาเขียว มีประวัติความเป็นมาหลายร้อยปีแล้ว โดยนักบวชชาวญี่ปุ่น Eichu จากวัด Bonshakuji จังหวัดไอจิ ได้เดินทางไปเป็นทูตเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากประเทศจีนรวมทั้งการศึกษาตัวยาสมุนไพรจากจีนอีกด้วย เมื่อไปศึกษาที่เมืองจีนแล้วก็เอาชากลับมาถวายให้จักรพรรดิ Saga เมื่อท่านได้ดื่มชาก็เกิดความประทับใจในรสชาติ แต่ในสมัยนั้นความนิยมยังคงมีอยู่แต่ในเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะฉะนั้น ชา จากประเทศจีนจึงเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกๆ โดยพระสงฆ์นั่นเอง จึงเห็นได้ชัดว่าชามีต้นกำเนิดมาจากเมืองจีนนะคะ แต่คนญี่ปุ่นได้นำชานั้นมาเป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นขึ้นมาชัดเจนมากเค้าคิดว่าชาดีอยู่ที่การใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง เพราะความประณีตจนเกิดเป็นวัฒนธรรมการชงชา และพิธีชงชาเป็นเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ซึ่งแหม่มโชคดีมากที่เคยเห็นพิธีชงชาที่กินซ่า ประเทศญี่ปุ่น เห็นแล้วรู้สึกว่าพิธีนี้มีความขลังมากเลยค่ะ

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้กับประวัติที่ทำให้คุณต้องตะลึง

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ คงบอกไม่ได้เลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก แล้วมักจะเรียกชาเขียว ติดปากกันว่า มัทฉะ Matcha ( 抹茶 ) ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้วเราเข้าใจกันผิดเล็กน้อย เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นคำว่าชาเขียว คือ Ryokucha ( 緑茶 ) หรือในภาษาอังกฤษ คือ green tea ส่วน Matcha จริงๆแล้วคือ ชาเขียวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผงสีเขียว โดยผ่านขั้นตอนและการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อทำให้มีรสชาติ หวานหอมอร่อยเป็นพิเศษ

หน้าตา มัทฉะ (Matcha) ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ของมารูเซน

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (Green tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากการหยุดการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase ที่อยู่ในใบชาสดโดยการอบด้วยไอน้ำ (steaming) เพื่อทำให้เอนไซม์ polyphenol oxidase ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยา oxidation และ polymerization ของ polyphenols ที่อยู่ในใบชาได้ เสร็จแล้วนำไปนวด (holiday-casino.org) เพื่อทำให้เซลล์แตกและนวดเพื่อให้ใบชาม้วนตัว จากนั้นนำไปอบแห้ง สีของน้ำชาจึงมีสีเขียว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผนผังแสดงกระบวนการผลิตชาที่แตกต่างกันไปตามชนิดของชาแผนผังแสดงกระบวนการผลิตชาที่แตกต่างกันไปตามชนิดของชา

หากเอ่ยถึง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าเราต้องนึกถึง จังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกชาเขียวมากที่สุด โดย 45% ของชาเขียวซึ่งดื่มกันในญี่ปุ่นนั้นมาจากที่นี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่นมาจากจังหวัด shizuoka

ชาเขียวสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักใหญ่ๆ ได้ดังนี้

มัทฉะ ( Matcha ) คือ ชาเขียวผงละเอียด ที่เอาใบชามาบดด้วยโม่หินให้เกิดความร้อนน้อยที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพและสารอาหาร แล้วเอามาละลายน้ำ
เซนฉะ ( Sencha ) คือ ชาเขียวเป็นใบๆ แล้วเอามาชงกับน้ำ
เกนไมฉะ ( Genmaicha ) คือ ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่วญี่ปุ่น ทำให้มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ร้านอาหารนิยมเสิร์ฟชาแบบนี้รูปภาพที่เกี่ยวข้องGenmaicha ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่วญี่ปุ่น ทำให้มีกลิ่นหอม และได้รสชาติจากข้่าวคั่ว
ชาเขียว ถือว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของญี่ปุ่น แต่ที่น่าสนใจ คือ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถังของจีน (ค.ศ.618-907) โดยพระญี่ปุ่นที่เดินทางกลับมาจากศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศจีน นำเมล็ดพันธุ์ชาจากประเทศจีนมาเพาะพันธุ์ในวัดที่ญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงแรกที่ญี่ปุ่นผลิตใบชามาเป็นยารักษาโรค และผลิตใบชาได้น้อย ทำให้ชากลายเป็นสินค้าราคาสูง สามัญชนไม่สามารถซื้อหาได้ จึงทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาจำกัดวงอยู่แค่ในวัดและพระราชวังเท่านั้น
ต่อมาชาเริ่มเปลี่ยนฐานะจากยารักษาโรคมาเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสุนทรีของบรรดาขุนนางและชนชั้นสูง จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 วัฒนธรรมการดื่มชาแบบนี้ก็ค่อยๆ แพร่ขยายออกไป จนเป็นที่นิยมในหมู่ซามูไร นักบวช และคนทั่วไป จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการดื่มชา หรือที่รู้จักกัน คือ พิธีชงชา

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดมาจากจีนหรือญี่ปุ่นกันแน่

มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในภาษาญี่ปุ่น Matcha (抹茶) แปลว่าชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียวสินะ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้ง่ายๆ คือ อะไรก็ได้ที่นิยมใส่มัทฉะไปแล้วขายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่ม ดัดแปลงผสมกันในสูตรอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ เบียร์หรือแม้กระทั่งผสมในเครื่องสำอาง หากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกอย่างจะต้องมีมัทฉะเป็นส่วนผสมมาด้วยจนกลายเป็นจุดเด่น Signature ของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทราบประวัติความเป็นมาของชาเลยว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะจีนเองก็เด่นดังเรื่องชาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

Matcha ชาเขียว มีประวัติความเป็นมาหลายร้อยปีแล้ว โดยนักบวชชาวญี่ปุ่น Eichu จากวัด Bonshakuji จังหวัดไอจิ ได้เดินทางไปเป็นทูตเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากประเทศจีนรวมทั้งการศึกษาตัวยาสมุนไพรจากจีนอีกด้วย เมื่อไปศึกษาที่เมืองจีนแล้วก็เอาชากลับมาถวายให้จักรพรรดิ Saga เมื่อท่านได้ดื่มชาก็เกิดความประทับใจในรสชาติ แต่ในสมัยนั้นความนิยมยังคงมีอยู่แต่ในเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะฉะนั้น ชา จากประเทศจีนจึงเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกๆ โดยพระสงฆ์นั่นเอง จึงเห็นได้ชัดว่าชามีต้นกำเนิดมาจากเมืองจีนนะคะ แต่คนญี่ปุ่นได้นำชานั้นมาเป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นขึ้นมาชัดเจนมากเค้าคิดว่าชาดีอยู่ที่การใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง เพราะความประณีตจนเกิดเป็นวัฒนธรรมการชงชา และพิธีชงชาเป็นเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ซึ่งแหม่มโชคดีมากที่เคยเห็นพิธีชงชาที่กินซ่า ประเทศญี่ปุ่น เห็นแล้วรู้สึกว่าพิธีนี้มีความขลังมากเลยค่ะ

By1ADF8B

วิธีการผลิตและความแตกต่าง

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (Green tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก ต่างจากชาดำ ชาอู่หลง กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากการหยุดการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase ที่อยู่ในใบชาสดโดยการอบด้วยไอน้ำ (steaming) เพื่อทำให้เอนไซม์ polyphenol oxidase ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยา oxidation และ polymerization ของ polyphenols ที่อยู่ในใบชาได้ เสร็จแล้วนำไปนวด (rolling) เพื่อทำให้เซลล์แตกและนวดเพื่อให้ใบชาม้วนตัว จากนั้นนำไปอบแห้ง สีของน้ำชาจึงมีสีเขียว

ต้นชาที่จะนำมาผลิตเป็นมัทฉะ มีการปลูกและดูแลที่ซับซ้อนกว่าชารูปแบบอื่น ในขั้นตอนการปลูกช่วงที่ใบชาแตกยอด ก่อนเก็บเกี่ยวต้องคลุมป้องกันไม่ให้ชาได้รับแสดงแดดโดยตรง ต้นชาจะผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้นเพื่อช่วยให้สังเคราะห์แสดงได้ดีขึ้น ใบชาจึงมีสีเขียวเข้ม เหมาะกับการนำไปทำมัทฉะ นอกจากนี้ชาจะมีการสร้าง amino acids ส่งผลให้ชามีรสชาติหวานขึ้นด้วย หลังจากที่เก็บยอดชาไปผ่านกระบวนการผลิตชาแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายต้องนำใบชามาบดโดยครกหินที่ทำให้เกิดความร้อนน้อยที่สุด เพื่อรักษารสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกบลักษณ์ไว้ ได้ออกมาเป็นผงละเอียดเหมือนแป้ง ใช้เวลานานกว่าจะได้ผงชาออกมาจำนวนหนึ่ง ทำให้มัทฉะมีราคาสูงกว่าชาเขียวชนิดอื่นๆ

By1ADF8B

เรื่องที่จัดว่าเด็ด… จนต้อง “ว้าว”! ไขความลับชาเขียวญี่ปุ่นแท้ !!!

คุณรู้หรือเปล่าว่า ชาเขียวสำเร็จรูปที่วางขายในบ้านเราที่เห็นกันตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ที่เป็นแบบขวดสำเร็จรูปตามร้านสะดวกซื้อนั้นไม่ใช่…ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (เพราะชาเขียวต้องสีเขียว ไม่ใช่สีน้ำตาล) ซึ่งชาวญี่ปุ่นยังบอกเลยว่า มันคือน้ำหวาน เพราะชาเขียวที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่หวาน

ที่สำคัญ..ชาเขียวแท้ยิ่งดื่มยิ่งสุขภาพดี ไม่เช่นนั้น คนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนการดื่มน้ำเปล่าทำไมกัน??? แถมดื่มได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่สำหรับบ้านเราที่หันมานิยมดื่มชาเขียวสำเร็จรูปนั้น ดื่มเพื่อสุขภาพ? หรือดื่มเพราะตามเทรนด์? อย่างที่บอกว่าชาเขียวที่แท้จริงนั้นจะมีรสชาติที่ขม แต่ที่เราได้ลิ้มรสกันจนติดอกติดใจ แถมบางช่วงมีโปร 1 แถม 1 ซดกันให้ชุ่มปอดเลยทีเดียว ซึ่งที่ชาเขียวรสต่าง ๆ ที่เห็นในบ้านเรานั้น เขานำมาเพิ่มรสชาติให้มีความหวานให้เหมาะกับคนไทยนั่นเอง ลองสังเกตดูสิว่าหากเป็นรสออริจินอลชาเขียวแท้ จะต้นตำหรับมาจากไหน มักจะมียอดขายแย่กว่าชาเขียวที่มีรสหวานซะอีก วันนี้เรามี 5 เรื่องเด็ด ๆ ของ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่คุณจะต้องร้อง…WOW มาเล่าสู่กันฟัง มีอะไรเด็ดจริงไหม?? มาดูกัน

1. เชื่อไหม??ชาขาว ชาเขียว ชาอูหลง ชาดำ ก็คือ ต้นชาเดียวกัน
อย่างที่บอกไปว่า ชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียว เชื่อว่าหลายคนคงมีความคิดเหมือนกันว่า ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอูหลง หรือ ชาดำ เป็นชาคนละต้น แต่ความจิรงแล้ว ชาเขียวที่เราเห็นรวมทั้งชาอื่นๆ ดังกล่าว มันมาจาก ต้นชาเดียวกัน ชาชนิดเดียวกัน เหมือนกัน เพียงแต่ต่างกันที่ขั้นตอนการผลิต และการหมักบ่มนั่นเอง ทำให้สีของใบชา รวมทั้งรสชาติต่าง ๆ ของชามีความแตกต่างกันตามไปด้วย

อย่าง ชาเชียว เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำไปอบให้แห้งทันที โดยไม่มีการหมัก ส่วน ชาขาว คือ ใบชาที่อ่อนที่สุด เมื่อเก็บแล้วจะนำไปตากแห้ง สำหรับชาดำ เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดอย่างเต็มที่จากนั้นทำการหมักจนได้กลิ่นหอม ๆ แต่ ชาอูหลง นั้นเป็นการนำยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดให้ผิวนอกช้ำแล้วค่อยนำมาอบให้แห้ง

2. ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ลดน้ำหนัก สลายไขมันได้
จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า สารคาเฟอีน และ สารคาเทชิน ใน ชาเขียวญี่ปุ่น แท้ๆ นั้นมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มเมทาบอลิซึ่มของร่างกาย ซึ่งเป็นการเพิ่มอัตราการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และการออกซิเดชันของไขมัน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ยังช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ทำงานดียิ่งขึ้น แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรจะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะช่วยทำให้การเผาผลาญดีขึ้น

By1ADF8B

กำเนิดชาเขียว

ชามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนกว่า 4,000 ปีมีแล้ว กล่าวคือเมื่อ 2,737 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดินามว่า เสินหนง ซึ่งเป็นบัณฑิตและนักสมุนไพร ผู้รักความสะอาดเป็นอย่างมาก ดื่มเฉพาะน้ำต้มสุกเท่านั้น วันหนึ่งขณะที่เสินหนงกำลังพักผ่อนอยู่ใต้ต้นชาในป่า และกำลังต้มน้ำอยู่นั้น ปรากฏว่าลมได้โบกกิ่งไม้ เป็นเหตุให้ใบชาร่วงหล่นลงในน้ำซึ่งใกล้เดือดพอดี เมื่อเขาลองดื่มก็เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ชาเขียวถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆในช่วงศตวรรษต่างๆ ดังนี้

ช่วงศตวรรษที่ 3 ชาเป็นยา เป็นเครื่องบำรุงกำลังที่ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่3ชาวบ้านก็เริ่มหันมาปลูกชากันและพัฒนาขั้นตอนการผลิตมาเรื่อยๆ

ช่วงศตวรรษที่ 4 และ 5 ชาในประเทศจีนได้รับความนิยมมากขึ้นและได้ผลิตชาในรูปของการอัดเป็นแผ่น คือ การนำใบชามานึ่งก่อน แล้วก็นำมา กระแทก ในสมัยนี้ได้นำน้ำชาถึงมาถวายเป็นของขวัญแด่พระจักรพรรดิ

สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 – 906 ถือเป็นยุคทองของชา ชาไม่ได้ดื่ม เพื่อเป็นยาบำรุงกำลังอย่างเดียว แต่มีการดื่มเป็นประจำทุกวัน เป็นเครื่องมือเพื่อสุขภาพ

สมัยราชวงศ์ซ้อง (ค.ศ. 960 – 1279 ชาได้เติมเครื่องเทศแบบใน สมัยราชวงศ์ถังแต่จะเพิ่มรสบางๆ เช่น น้ำมันจากดอกมะลิ ดอกบัว และดอกเบญจมาศ

สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) ชาที่ปลูกในจีนทั้งหมดเป็นชาเขียว สมัยนั้นกระบวนการผลิตชาได้พัฒนาขึ้นไปอีก ไม่อัดเป็นแผ่น แต่มี การรวบรวมใบชา นำมานึ่ง และอบแห้ง ซึ่งจะเก็บได้ไม่ดีนัก สูญเสียกลิ่นได้ ง่าย และรสชาติไม่ดี ในช่วงศตวรรษที่ 17 มีการค้าขายกับชาวยุโรป การผลิตเพื่อจะรักษาคุณภาพชาให้นานขึ้น โดยได้คิดค้นกระบวนการที่เราเรียกว่า การหมัก เมื่อหมักแล้วก็จะนำไปอบ ซึ่งก็เป็นที่มาของชาอูหลง และชาดำ ในประเทศจีน มีการแต่งกลิ่นด้วย โดยเฉพาะกลิ่นดอกไม้

ประเภทของชาเขียว มี 2 ประเภท
ชาเขียวแบบญี่ปุ่น ชาเขียวแบบญี่ปุ่นไม่ต้องคั่วใบชา ชาเขียวมีสารอาหารพวกโปรตีน น้ำตาลเล็กน้อย และมีวิตามินอีสูง
ชาเขียวแบบจีน ชาเขียวแบบจีนจะมีการคั่วด้วยกะทะร้อน
วิตามินเอและวิตามินอีที่มีอยู่ในใบชาจะสูญเสียไปเกือบหมดถ้าใช้ระยะเวลาในการชงนานจนเกินไป ส่วนปริมาณของแคลเซียม เหล็ก และวิตามินซีจะสูญเสียไปประมาณครึ่งหนึ่ง

ใบชาเขียวมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ

1.กาเฟอีน (caffein) ซึ่งมีอยู่ในชาเขียวประมาณร้อยละ 2.5 โดยน้ำหนัก ซึ่งสารชนิดนี้เองที่ทำให้น้ำชาสามารถกระตุ้น ให้สมองสดชื่น แจ่มใส หายง่วง เนื่องจากกาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เพิ่มการเผาผลาญ เพิ่มการทำงานของหัวใจและไต ผู้ป่วยโรคหัวใจก็ไม่ควรดื่มชา เนื่องจากกาเฟอีนมีคุณสมบัติในการกระตุ้นประสาทและบีบหัวใจ

2.แทนนิน หรือ ฝาดชา (tea tannin) พบในใบชาแห้งประมาณร้อยละ 20-30 โดยน้ำหนัก เป็นสารที่มีรสฝาดที่ใช้บรรเทาอาการท้องเสียได้ ดังนั้นหากต้องการดื่มชาเขียวให้ได้รสชาติที่ดีจึงไม่ควรทิ้งใบชาค้างไว้ ในกานานเกินไป เพราะแทนนินจะละลายออกมามากทำให้ชาเขียวมีรสขม แต่ถ้าหากดื่มชาเขียวเพื่อจุดประสงค์ในการบรรเทาอาการท้องเสียก็ควรต้มใบชา นาน ๆ เพื่อให้มีปริมาณแทนนินออกมามาก แทนนินยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ของกล้ามเนื้อหัวใจและขยายผนังหลอดเลือด จึงทำให้ชาเขียวเหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า สารแคทิชิน (catechin) ซึ่งเป็นสารแทนนินชนิดหนึ่งในชาเขียว มีฤทธิ์เป็นสารต้านการเกิดมะเร็ง

ข้อดีของชาเขียว ต้านโรคไขข้ออักเสบ กล่าวกันว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูห์มาติก (rheumatoid arthritis) ที่มักจะเกิดกับสตรีวัยกลางคน อาการของโรคโดยทั่วไปคือมีอาการของการอักเสบบวมแดง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ccduchallenge.com

ลดระดับคอเลสเทอรอล สารแคเทชินในชาเขียว ช่วยทำลายคอเลสเทอรอล และกำจัดปริมาณของคอเรสเทอรอลในลำไส้ แค่นั้นยังไม่พอ ชาเขียวยังช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่พอดีอีกด้วย

ควบคุมน้ำหนัก ถ้าคุณกำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่ การจิบชาเขียวสามารถช่วยได้ดีทีเดียว จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์พบว่า ชาเขียวช่วยเร่งให้ร่างกายมีการเผาผลาญอาหารและไขมันมากขึ้น

กลิ่นปากและแบคทีเรีย ป้องกันฟันผุ การดื่มชาเขียวนอกจากจะทำให้ร่างกายอบอุ่นแล้ว ยังช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่นและป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย อันที่จริงแล้วพบว่าชาเขียวเป็นตัวช่วยยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ต่อสู้กับเชื้อไวรัสในปากโดยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ผลการทดลองชี้ว่ายาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากอย่างเดียวนั้น ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการต่อสู้กับเชื้อไวรัส ผลการศึกษาสรุปว่า สารพอลิฟีนอลส์ในชาเขียวช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียถึง 30% และลดการผลิตของสารประกอบที่เป็นสาเหตุทำให้ลมหายใจเหม็นบูด นอกจากนี้ชาเขียวมีสรรพคุณช่วยป้องกันฟันผุ โดยช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ชื่อ Streptococcus mutans ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดหินปูนที่มาเกาะฟัน คนส่วนใหญ่จะดื่มชาเขียวหลังอาหาร เพื่อช่วยให้ลมหายใจและกลิ่นปากสะอาดสดชื่น

ป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี ข้อมูลในวารสารวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์ และโรคภูมิแพ้ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายนตี พิมพ์ไว้ว่า สารแคเทชินในชาเขียวโดยเฉพาะ EGCG มีสรรพคุณป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ชาเขียวเข้มข้นช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเอชไอวี จับตัวกับเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิดที่มีความสำคัญต่อภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราที่เรียกว่า “ทีเซลล์” (T cells) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ ถ้ามีผลการศึกษาเพิ่มเติมยืนยันผลการวิจัยดังกล่าวนี้ นักวิจัยกล่าวว่าจะนำสารในชาเขียวมาใช้ทดลองในการผลิตยาชนิดใหม่ เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อเอชไอวี

ประโยชน์ของชาเขียว ทำความสะอาดพรม นอกจากใบชาแห้งจะเป็นยาดับกลิ่นได้ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติต่อต้านหรือหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย ก่อนทำความสะอาดพรมด้วยเครื่องดูดฝุ่น ให้โปรยใบชาแห้งบนพรม ให้ทั่วทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงดูดฝุ่นรวมทั้งใบชาทั้งหมด กลิ่นหอมสะอาดของใบชาเขียวจะช่วยทำให้ห้องสดชื่น รวมทั้งทำความสะอาดพรมด้วย

ทำความสะอาดเครื่องครัว เราสามารถใช้กากชาเขียวดับกลิ่นคาวต่าง ๆ ได้ โดยหลังจากใช้เขียงประกอบอาหารแล้ว ให้นำไปล้างน้ำ หลังจากนั้นเกลี่ยใบชาเปียกให้ทั่วเขียง ทิ้งไว้สักพักใหญ่แล้วจึงใช้ใบชาขัดถูเขียงให้ทั่ว และล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำชาต้มก็สามารถนำมาใช้ล้างทำความสะอาดเขียงและอุปกรณ์เครื่องครัวอื่น ๆ ได้เช่นกัน

ป้องกันสนิม ใช้ใบชาขัดถูหม้อ หรือกะทะเหล็กป้องกันสนิมได้ สารแทนนิน (tannin) ในใบชาจะจับตัวกับเหล็กและสร้างสารเคลือบบาง ๆ บนพื้นผิวหม้อหรือกะทะเพื่อป้องกันสนิม

น้ำยาบ้วนปาก กลั้วปากด้วยชาเขียวช่วยทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในปาก สารฟลูออรีนในชาเขียวช่วยทำให้ฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบ ไม่จำเป็นต้องใช้ชาเขียวชงครั้งแรกกลั้วปาก ดื่มชาให้ชื่นใจก่อน หลังจากนั้นคุณสามารถใช้ชาเขียวชงครั้งที่สามหรือสี่ได้

ประคบดวงตาให้สดใส นำถุงชาที่เปียกและเย็น ทั้งที่ใช้แล้วหรือถุงชาเก่าที่ไม่ได้ใช้ วางบนเปลือกตาจะช่วยคลายความเมื่อยล้าและทำให้ดวงตาสดใส

ผสมน้ำอาบ นำถุงชาใช้แล้วหรือใบชาใส่ถุงผ้าฝ้ายบาง ๆ มัดให้แน่นแช่ทิ้งไว้ในอ่างอาบน้ำอุ่น น้ำอุ่นผสมน้ำชาจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น

หมอนใบชา กลิ่นหอมบาง ๆ จากใบชาจะช่วยให้เราหลับสบายขึ้น การดูแลรักษาทำได้ง่ายโดยนำหมอนที่ทำจากใบชาออกตากในที่ร่ม เพื่อระบายอากาศเป็นประจำ สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

เป็นเครื่องหอม นำใบชามาเผาเป็นเครื่องหอมจะให้กลิ่นหอมมาก

ยาดับกลิ่นในตู้เย็น ให้นำถุงผ้าฝ้ายบ้าง ๆ บรรจุใบชาหรือถุงชาใช้แล้วใส่ไว้ในตู้เย็น สามารถขจัดกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาในตู้เย็นได้

ปุ๋ย ให้นำกากชาไปใส่ที่กระถางต้นไม้ ใช้เป็นปุ๋ยแทนได้

โทษของชาเขียว ชาเขียวมีประโยชน์ แต่ชาที่เข้มข้นเกินไป ก็อาจจะเกิดโทษได้เช่นกัน

  • ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
  • หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์
  • ในรายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะกาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
  • คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมา มากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร
  • การดื่มชาแทนอาหารเช้าจะทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร จึงควรเติมนมหรือน้ำตาลอาจเพิ่มเพิ่มคุณค่าได้บ้าง และควรกินอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย
  • การดื่มชาในปริมาณที่เข้มข้นมากๆจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และนอนไม่หลับ
  • ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดมากๆเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ระคายเคืองต่อเซลล์ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งสูง
  • การดื่มชาเขียวในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้
  • ในกรณีที่ดื่มชาเพื่อต้องการเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็ง การเติมนมในชาก็ไม่ได้ผล เพราะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารแทนนิน แต่การเติมนมลงไปนมจะไปจับกับสารแทนนิน ไม่ให้ออกฤทธิ์
    แม้จะมีการวิจัยต่างๆ มากมายที่ระบุว่าสาร EGCG ในคาเทซินซึ่งมีอยู่ในชาจะสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่การทดลองบางแห่งหนึ่งก็พบว่าการ EGCG เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง เพราะความสลับซับซ้อนของเอมไซม์และฮอร์โมนของสัตว์ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดื่มชาเพื่อสุขภาพที่แท้จริงจึงควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี
By1ADF8B

ชาเขียว…มีกี่ประเภท?

ชาเขียวที่เราได้รับประทานกันอยู่นั้น จะสังเกตได้ว่ามีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งหลักๆ แล้ว ชาเขียวจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ชาเขียวแบบญี่ปุ่น ชาเขียวญี่ปุ่น ที่ไม่ต้องคั่วใบชา และชาเขียวแบบจีน ชาเขียวจีน ซึ่งจะมีการคั่วด้วยกะทะร้อนและมีการแบ่งย่อยไปอีกหลายชนิด

ชาเขียวมีกี่ประเภท
เซนฉะ (煎茶) – ตัวแทนของชาญี่ปุ่น
เป็นชาเขียวประเภทที่นิยมดื่มกันมากที่สุด ลักษณะของใบชาแบบนี้จะมีสีเขียวสวยถ้าให้พูดถึงชาญี่ปุ่นหรือชาเขียวแล้ว ส่วนใหญ่มักจะหมายถึง Zencha หรืออ่านว่า เซนฉะ นี้ คิดเป็นปริมาณถึง 80% ของการผลิตชาเขียวทั้งหมด

ชาเขียวมีกี่ประเภท
Gyokuro (玉露) – ใบชาชั้นสูงสุด จากใบชาอ่อนในร่ม
Gyokuro เป็นใบชาเขียวที่ได้จากการปลูกแบบประคบประหงมอย่างดี ภายในอุณหภูมิ และสถานที่ในร่ม เพื่อให้ได้กลิ่นและรสที่ดีที่สุด เป็นชาชั้นสูงที่สุดของชาเขียว ซึ่งได้จากยอดอ่อนของใบชา

ชาเขียวมีกี่ประเภท
ใบชาชั้นสูงสุมัทฉะ (抹茶) – ชาเขียวอย่างดี สำหรับประกอบพิธีชงชา
ชาเขียวมัทฉะ ก็เป็นชาที่ได้จากการปลูกชาแบบประคบประหงมเช่นกัน โดยปกติแล้วการดื่มชาเขียวมัทฉะคือการดื่มผงมัทฉะนี้เข้าไปด้วย การผลิตมัทฉะจะนำใบชาอ่อนไปอบ และเมื่อแห้งแล้วจึงนำไปหมุนกลิ้งหรือบดเป็นผงด้วยครก ให้ผู้ดื่มได้รับสารอาหารในใบชาอย่างเต็มที่ ชาเขียวมัทฉะแท้โดยทั่วไปจะมีสีเขียวอ่อนๆ แบบนกไนติงเกล โดยที่ชนิดที่อ่อนกว่าจะให้ความหวานมากกว่าชนิดสีเข้ม ซึ่งจะให้รสฝาดของใบชา

ชาเขียวมีกี่ประเภท
โคนะฉะ (粉茶) – ใบชาแบบที่บริการในร้านซูชิทั่วไป
ผลิตจากใบชา ส่วนที่เหลือจากกระบวนการทำชาเขียวมัทฉะหรือ Gyokuro มักจะใช้ในร้านขายซูชิ หรือที่เรียกว่าซูชิจานเวียนทั่วๆ ไปในญี่ปุ่น

ชาเขียวมีกี่ประเภท
เก็นมัยฉะ (玄米茶) – ชารสข้าวตามแบบฉบับญี่ปุ่น
เป็นชาที่เกิดจากการผสมผสาน ของเซนฉะกับข้าวกล้องที่ผ่านไฟแรงๆ จนเกิดเป็นกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ เทคนิคในการดื่มคือการชงเร็วๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดรสขม ในข้าวกล้องยังอุดมไปด้วยวิตามิน B1 ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

ชาเขียวมีกี่ประเภท
โฮจิฉะ (ほうじ茶 ) – เหมาะสำหรับเด็กๆ และ คนป่วย
เป็นใบชาที่ใช้เซนฉะ หรือบังฉะผ่านไฟแรงๆ ซึ่งทำให้ได้กลิ่นหอม นอกจากนี้ยังมีคาเฟอีนและเธียอะนิน ซึ่งให้รสขม อยู่น้อยกว่าชาเขียวชนิดอื่นๆ ทั่วไป จึงเหมาะสำหรับเด็กๆ หรือ คนป่วย คนญี่ปุ่นนิยมกินแบบเย็นๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนยิ่งให้ความรู้สึกชื่นใจได้เป็นอย่างดี

ชาเขียวมีกี่ประเภท
บังฉะ (番茶) – ดื่มแล้วสดชื่น เอาไว้ดื่มหลังอาหาร
บังฉะทำจากชาที่จับตัวหลังจากการวางซ้อนทับกันในกระบวนการผลิตชาเซนฉะ ดื่มชาประเภทนี้แล้วทำให้รู้สึกสดชื่นในปาก วิธีการชงคือชงด้วยน้ำร้อนแบบเร็วๆ ให้รสชาติที่ค่อนข้างขมและฝาด เหมาะกับการดื่มเพื่อล้างปาก หลังทานอาหารเสร็จ เพื่อเพิ่มความรู้สึกสดชื่น และยังมีฟลูโอไรด์อยู่มาก ช่วยในการลดแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งเป็นปัญหาของการเกิดกลิ่นปากได้ด้วย

ชาเขียวมีกี่ประเภท
ฟุงมัทซึฉะ (粉末茶) – ชาแบบผงสะดวกไม่ต้องชงยามเดินทาง
ทำจากใบเซนฉะที่เอามาบดให้กลายเป็นผงละเอียด จนสามารถละลายน้ำรับประทานได้ แตกต่างจากโคนะฉะ ที่เป็นใบชาบดละเอียดเช่นกัน แต่จะไม่ละลายน้ำ สามารถละลายได้ดีในน้ำเย็น คนญี่ปุ่นบางคนเอามาผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ประกอบอาหาร เพราะไม่ต้องใช้กาชงชา จึงสะดวกมากเป็นพิเศษสำหรับการพกไปดื่มเวลาเดินทางหรือยามออกนอกบ้าน แต่ยังได้ประโยชน์จากใบชาแบบเต็มที่ ข้อเสียก็คือกลิ่นหอมของใบชาอาจจะสูญเสียไปได้ง่ายกว่าชาแบบใบ

By1ADF8B

เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ

เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ
เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ

ตามปกติชาเขียวผงจะถูกจัดแบ่งประเภทกันตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ว่าต้องการให้ผงชาเขียวที่ออกมาเป็นประเภทไหน ก่อนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำให้เป็นผงที่แตกต่างกัน ความแตกต่างของชาเขียวทั้งสองประเภทนี้ มาจาก “วิธีการปลูก” ที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเอาส่วนของยอดอ่อนใบชาเขียวที่มีความสด และเป็นใบอ่อน เมื่อเก็บมาใหม่ๆ จะนำไปเข้าสู่กระบวนการอบแห้ง จะได้ออกมาเป็นชาเขียวแบบใบแห้งที่เรียกว่า “เทนชะ” ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตต่อไป โดยแบ่งประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ผงชาเขียวธรรมดา
ผงชาเขียวธรรมดา จะมีกระบวนการบดที่ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ส่วนใหญ่นำมาชงด้วยวิธีการกรองเอาใบชาออก ให้ได้เป็นน้ำชาใสๆ ที่มีกลิ่นและรสชาติไม่เข้มข้นมากนัก สำหรับดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ใบจะไม่ละเอียดมาก อาจมีสีเข้มขึ้น เพราะผ่านการบดที่โดนความร้อน

2. ผงชาเขียวมัทฉะ
มัทฉะจะเป็นผงชาเขียวที่มีราคาแพงมากกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากกระบวนการทำมีความยุ่งยากมากกว่า ในการบดจะต้องใช้เทคโนโลยีที่จะไม่ทำให้ใบชาโดนความร้อน เพื่อเป็นการรักษาสีเขียวของใบ รสชาติที่สดใหม่เหมือนเด็ดจากต้น และคุณค่าของใบชาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด อีกทั้งเมื่อบดออกมาแล้วจะมีความละเอียดมากๆ สามารถนำไปชงละลายน้ำได้ทันที และได้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่าผงชาเขียวธรรมดา ชาเขียวชนิดนี้ ยังนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ขนมหวาน รวมไปถึงอาหารบางชนิดอีกด้วย

เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ
ประโยชน์ของชาเขียว

ใช้เพื่อเป็นการปรุงแต่งกลิ่น สี รวมทั้งรสชาติของอาหาร
เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการที่มีความหลากหลายของผู้บริโภค และชาเขียวยังจัดเป็นสารที่ให้กลิ่นรสจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นกลิ่นและรสชาติที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารหลากชนิด เช่น ขนมปัง เค้ก ขนมขอบเคี้ยว ลูกอม เป็นต้น

ใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นเกลืออาบน้ำ ครีมบำรุงผิว สบู่ น้ำยาดับกลิ่น ยาสีฟัน โลชั่น รวมทั้งน้ำยาบ้วนปาก โดยผ่านการสกัดจากชาเขียวก่อนนำมาใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

สามารถนำมาเพิ่มความงามให้แก่ตัวเองได้

โดยการนำน้ำแร่มาต้มให้เดือด จากนั้นใส่ผงชาเขียวหรือใบชาเขียวตามลงไป แล้วจึงค่อยทิ้งไว้ให้เย็น เสร็จแล้วจึงเทน้ำที่ได้มาใส่ลงไปในขวดสเปรย์ เอาไว้ใช้ฉีดหน้าในทุกเวลาที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดี

สามารถใช้เพื่อดับกลิ่นปากและแบคทีเรียในช่องปากได้
อีกทั้งยังช่วยทำให้ลมหายใจมีความสดชื่นอีกทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี เพราะได้มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบว่าสารสกัดจากชาเขียวนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและช่วยทำลายจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ นั่นเอง

มีส่วนช่วยในการป้องกันฟันผุ เพราะชาเขียวสามารถทำลายแบคทีเรียได้ รวมทั้งสามารถป้องกันอาหารเป็นพิษ และยังช่วยฆ่าแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดคราบพลัคในช่องปากได้เช่นกัน โดยจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าสาร catechins นั้นมีส่วนช่วยในการยับยั้งกระบวนการผลิตกลูแคนของเชื้อ Streptococcus mutans ในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว