Category Archive ชาเชียวเพื่อสุขภาพ

By1ADF8B

รวมประโยชน์และโทษของชาเขียว + รู้จักประเภทของชาเขียว

คนไทยมีความคุ้นเคยกับ “ชาเขียว” มานานหลายปีแล้ว จำได้เพราะเครื่องดื่มบรรจุขวดยี่ห้อหนึ่ง ได้นำเอาเทรนด์การดื่มขาเขียวผสมน้ำตาล บรรจุขวดมาปล่อยในตลาด พร้อมกับภาพโฆษณาที่ทำให้คนไทยติดตา กับตัวหนอนชาเขียว ที่ร่ายมนต์สะกดจิตคนเก็บใบชา ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูholiday-casino.org อีกทั้งรสชาติของมันยังถูกปากคนไทย จนกลายเป็นเทรนด์ชาเขียวเกิดขึ้นในบ้านเรา หลังจากนั้น อาหาร เครื่องดื่ม ขนม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็นำเอาเทรนด์ชาเขียวที่ว่านี้ มาใส่ลงในผลิตภัณฑ์ และส่วนใหญ่ก็จะขายดี และเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชาเขียวขายดี ผู้ผลิตสินค้า ก็พยายามจะนำคุณประโยชน์ และสรรพคุณของชาเขียวออกมานำเสนอ ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย และทำให้เกิดความต้องการตัวสินค้าที่เกี่ยวกับชา

เขียวมากขึ้น จนหลายคนเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าการดื่ม หรือกินชาเขียวเยอะๆ จะมีผลดีต่อสุขภาพ แต่หารู้ไม่ว่า นอกเหนือจากคุณประโยชน์ที่มีในตัวชาเขียวแล้ว โทษของมันก็มีอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะกับคนที่มีพฤติกรรมการบริโภคแบบผิดๆ

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

 

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

By1ADF8B

ดื่มอย่างไรได้ประโยชน์เต็ม ๆ

เห็นเคล็ดลับเร่งการเผาผลาญของสำนักต่าง ๆ มักแนะนำให้ดื่มชาเขียว แถมยังให้ข้อมูลว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้ ก็ชักอยากรู้แล้วสิว่า ชาเขียว มีประโยชน์มากขนาดนั้นเชียวหรือนี่ กระปุกดอทคอม เลยขอหยิบบทความดี ๆ เรื่องชาเขียว จากเว็บไซต์ emaginfo.com มาฝากคนชอบดื่มชาค่ะ ถึงเวลาหาคำตอบที่ทุกคนอยากรู้

ขึ้นชื่อว่า “ชา” ใคร ๆ ก็ยกให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม และก็มีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคนิยมดื่มนะ แต่ผู้ผลิตก็นิยมสร้างสรรค์ชาใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย

ในปัจจุบันการผลิต “ชาเขียว” ในรูปแบบของการเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปก็มีจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย ทำให้สะดวกต่อการบริโภค และด้วยรสชาติที่ความอร่อย ทำให้รู้สึกสดชื่น รวมไปถึงการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ชาเขียว หรือมีข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของการดื่มชาเขียวที่มีต่อร่างกายมากมาย เหล่านี้จึงเป็นแรงจูงใจทำให้กระแสการบริโภคชาเขียวเพิ่มขึ้น จนอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม หรือบริโภคในปริมาณที่สูงเกินไปโดยไม่ทราบถึงผลกระทบต่อร่างกาย ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชาเขียว ว่าจะต้องเลือกบริโภคอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

By1ADF8B

เรื่องชาที่ควรรู้!! พร้อมเคล็ดลับการชงชาให้อร่อย!

หากเอ่ยถึงใบชา ชาร้อน หรือชานม ชาไข่มุก ฯลฯ สารพัดชา ที่ฟังแล้วรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาทันที ยิ่งหากอากาศร้อน ๆ ก็อาจทำให้นึกถึงชานมเย็นที่มีทั้งรสชาติหวาน ๆ ดื่มแล้วรู้สึกชื่นใจไม่น้อย หากเป็นหน้าหนาวก็ต้องนึกถึงชาร้อน ๆ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคอน้ำชาแล้ว คงจะต้องมีชาใบโปรดติดอยู่กับบ้านสำหรับนำมาดับกระหายได้ทุกเมื่ออย่างแน่นอน เพราะว่ากันว่าการได้ดื่มชาแทนการดื่มน้ำจะช่วยส่งผลต่อร่างกายในทางที่ดีขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่มีความรู้เรื่องชา และอยากจะลองหาใบชามาไว้ติดบ้านเผื่อได้ซดร้อน ๆ กับการปล่อยอารมณ์แบบชิลๆ เรามีข้อมูลเล็ก ๆน้อย ๆ ของเหล่าใบชาพร้อมกับวิธีชงชาอย่างไรให้อร่อย??? มาฝากกัน!!

 

ชาเขียว
ชาเชียว (Green Tea) ถือได้ว่าเป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำไปอบให้แห้งทันที โดยไม่มีการหมัก ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ใบชาทำปฏิกิริยากับออกซิเจน (ออกซิเดชัน) ทำให้ได้ใบชาที่ยังมีสีเขียว พร้อมกับมีกลิ่นและรสชาติใกล้เคียงใบชาธรรมชาติมาก

ชาดำ
ชาดำ (Black Tea) เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดอย่างเต็มที่จากนั้นทำการหมักจนได้กลิ่นหอม ๆ ก่อนนำไปอบให้แห้ง ซึ่งจะส่งทำให้ได้ใบชาสีเข้มและมีรสขมปนฝาดกว่าชาเขียว เพราะปฏิกิริยาทางเคมีของสารแทนนินในใบชา

ชาแดง หรือ ชาอูหลง
ชาอูหลง หรือ ชาแดง (Red Tea or Oolang) เป็นการนำยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดพอให้ผิวนอกช้ำ เพื่อเป็นการกระตุ้นสารแทนนิน แล้วค่อยนำมาอบให้แห้ง เพื่อหยุดยั้งปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สีและรสของชาแดงจึงอยู่กึ่งกลางระหว่างชาดำกับชาเขียว ซึ่งเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน

ชาขาว
ชาขาว (White Tea) หรือ หยินแชน (เข็มเงิน) สามารถเก็บได้เฉพาะช่วงเวลา 2-3 วัน ในแต่ละฤดูใบไม้ผลิในช่วงที่ช่อสีขาวของต้นชาเพิ่งจะผลิออกมา เพราะชาขาวคือใบชาที่อ่อนที่สุด และยังปกคลุมด้วยปุยขนอ่อนสีขาวเท่านั้น เมื่อเก็บแล้วจะนำไปตากแห้งจากแสงอาทิตย์ธรรมชาติ

เคล็ดลับการชงชา ชงชาไม่ให้เกิดโทษ
หลักการชงชาเบื้องต้น คือ ไม่ควรแช่ใบชานานเกินไป เพราะตามปกติเรามักจะใส่ชาเติมน้ำร้อนแล้วก็แช่ทิ้งไว้ทั้งวัน ประมาณว่าอยากดื่มเมื่อไหร่ก็รินน้ำชาใส่แก้ว แล้วก็ดื่ม หากน้ำชาไม่อุ่นก็เติมน้ำร้อนให้อุ่นขึ้นใช่ไหม? วิธีการเหล่านี้มีส่วนทำให้หลายคนหันมาดื่มชาแล้วรู้สึกว่าท้องผูก หรือ เกิดอาการตาค้างนอนไม่หลับ เพราะการแช่ชานานเกินไป จะส่ง ผลทำให้สารอย่างพวกแทนนิน หรือคาเฟอีน มีปริมาณมากเกินไป ซึ่งจากการเรียนรู้จากคนรุ่นก่อนอาม้าอากง ทำให้มีการค้นพบว่า เมื่อมีการแช่ชาในน้ำร้อนนานเกินไป หากเป็นการแช่ชาเข้มๆ จะมีสารแทนนินออกมาในปริมาณมากพอที่ จะไปฆ่าเชื้อโรคที่ส่งผลทำให้คุณท้องเสียได้ อาการท้องเสียก็จะหยุดไปเมื่อคุณทานชาเข้มๆ นั่นเอง การชงชาให้ถูกวิธีและดื่มชาให้ถูกกับเวลา ก็จะทำให้การดื่มชามีแต่ประโยชน์อย่างแน่นอน

การชงชาให้อร่อย..ทำได้อย่างไร ??
เชื่อว่าหลายคนคงจะมีความคุ้นเคยในวิธีชงชาใบแบบเดิม ๆ ทำให้บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้รับรสชาที่แท้จริง เพราะคิดว่าแค่ใบชาผ่านน้ำร้อน แช่ทิ้งไว้สักครู่ ไม่ว่าจะเป็นชาสำเร็จ หรือใบชาก็คงจะได้รสชาติของน้ำชากันแล้ว ซึ่งความจริงนั้นการชงชาแต่ละชนิดมีความลับเฉพาะที่แตกต่างจากหลักการเบื้องต้นไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ก็มีความละเอียดอ่อนของตัวชาเอง ซึ่งการชงชาให้ได้รสอร่อยแบบง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณได้ทั้งประโยชน์และการประหยัด มีเคล็ดลับที่ไม่ยากเกินไป เราขอแยกตามวิธีการชงชาให้อร่อยมาฝากก็แล้วกัน

ขั้นตอนการชงชา
อาจใช้ชาต้งติ่งอูหลง, ชาอูหลงเบอร์ 12 หรือ ชาอูหลงก้านอ่อน , ชาสี่ฤดู และ ชาจาเป่าหลง หรือใบชาที่ชอบส่วนน้ำชงชาควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรอง และควรต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ใบชา 2-3ช้อนชา สำหรับกาน้ำชาประมาณ 150-200 CC. แล้วเติมน้ำร้อนลงในกา เพียงท่วมใบชาก่อนแล้วค่อยรินน้ำออกทันที แล้วหลังจากนั้นเติมน้ำร้อนให้เต็มกา แช่ไว้ประมาณ 1นาที รินน้ำชาออกจากกาให้หมดเพื่อดื่มในขณะที่อุ่น ๆ ไม่ควรแช่ทิ้งไว ส่วนใบชาที่ชงแล้วเมื่อรินน้ำออกหมด สามารถพักไว้ในกาได้โดยยังไม่ต้องเอาทิ้ง ซึ่งสามารถนำชาชุดนี้กลับมาใช้ชงได้อีก 3-4 ครั้ง แต่ควรจะชงภายใน 1 วัน

By1ADF8B

ไขความลับชาเขียวญี่ปุ่นแท้ !!!

คุณรู้หรือเปล่าว่า ชาเขียวสำเร็จรูปที่วางขายในบ้านเราที่เห็นกันตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ที่เป็นแบบขวดสำเร็จรูปตามร้านสะดวกซื้อนั้นไม่ใช่…ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (เพราะชาเขียวต้องสีเขียว ไม่ใช่สีน้ำตาล) ซึ่งชาวญี่ปุ่นยังบอกเลยว่า มันคือน้ำหวาน เพราะชาเขียวที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่หวาน

 

ที่สำคัญ..ชาเขียวแท้ยิ่งดื่มยิ่งสุขภาพดี ไม่เช่นนั้น คนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนการดื่มน้ำเปล่าทำไมกัน??? แถมดื่มได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่สำหรับบ้านเราที่หันมานิยมดื่มชาเขียวสำเร็จรูปนั้น ดื่มเพื่อสุขภาพ? หรือดื่มเพราะตามเทรนด์? อย่างที่บอกว่าชาเขียวที่แท้จริงนั้นจะมีรสชาติที่ขม แต่ที่เราได้ลิ้มรสกันจนติดอกติดใจ แถมบางช่วงมีโปร 1 แถม 1 ซดกันให้ชุ่มปอดเลยทีเดียว ซึ่งที่ชาเขียวรสต่าง ๆ ที่เห็นในบ้านเรานั้น เขานำมาเพิ่มรสชาติให้มีความหวานให้เหมาะกับคนไทยนั่นเอง ลองสังเกตดูสิว่าหากเป็นรสออริจินอลชาเขียวแท้ จะต้นตำหรับมาจากไหน มักจะมียอดขายแย่กว่าชาเขียวที่มีรสหวานซะอีก วันนี้เรามี 5 เรื่องเด็ด ๆ ของ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่คุณจะต้องร้อง…WOW มาเล่าสู่กันฟัง มีอะไรเด็ดจริงไหม?? มาดูกัน

1. เชื่อไหม??ชาขาว ชาเขียว ชาอูหลง ชาดำ ก็คือ ต้นชาเดียวกัน
อย่างที่บอกไปว่า ชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียว เชื่อว่าหลายคนคงมีความคิดเหมือนกันว่า ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอูหลง หรือ ชาดำ เป็นชาคนละต้น แต่ความจิรงแล้ว ชาเขียวที่เราเห็นรวมทั้งชาอื่นๆ ดังกล่าว มันมาจาก ต้นชาเดียวกัน ชาชนิดเดียวกัน เหมือนกัน เพียงแต่ต่างกันที่ขั้นตอนการผลิต และการหมักบ่มนั่นเอง ทำให้สีของใบชา รวมทั้งรสชาติต่าง ๆ ของชามีความแตกต่างกันตามไปด้วย

อย่าง ชาเชียว เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำไปอบให้แห้งทันที โดยไม่มีการหมัก ส่วน ชาขาว คือ ใบชาที่อ่อนที่สุด เมื่อเก็บแล้วจะนำไปตากแห้ง สำหรับชาดำ เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดอย่างเต็มที่จากนั้นทำการหมักจนได้กลิ่นหอม ๆ แต่ ชาอูหลง นั้นเป็นการนำยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดให้ผิวนอกช้ำแล้วค่อยนำมาอบให้แห้ง

2. ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ลดน้ำหนัก สลายไขมันได้
จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า สารคาเฟอีน และ สารคาเทชิน ใน ชาเขียวญี่ปุ่น แท้ๆ นั้นมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มเมทาบอลิซึ่มของร่างกาย ซึ่งเป็นการเพิ่มอัตราการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และการออกซิเดชันของไขมัน ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ยังช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ทำงานดียิ่งขึ้น แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรจะออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะช่วยทำให้การเผาผลาญดีขึ้น

By1ADF8B

ประโยชน์ของชาเขียวญี่ปุ่น กับการลดน้ำหนักที่คุณควรรู้

เพราะปัจจุบัน คนส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น แม้แต่การดื่มชาก็ยังเน้นเรื่องสุขภาพเช่นกัน โดยเฉพาะชาเขียวญี่ปุ่นที่เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ในปัจจุบันจะมีการผลิตชาเขียวในรูปแบบของเครื่องดื่มสำเร็จรูปกันอย่างแพร่หลายccduchallenge.com จึงส่งผลทำให้สะดวกต่อการบริโภคและสามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย เป็นชาเขียวที่ถูกปรุงรสให้เหมาะกับคนไทย ด้วยรสชาติความอร่อยของชาเขียวที่ช่วยแก้กระหายทำให้รู้สึกสดชื่น

เพราะกระแสของชาเขียวยังแรงต่อเนื่อง และเป็นเหมือนตัวแทนชาเพื่อสุขภาพ ทำให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาเขียว หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียวซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดความอ้วน และป้องกันโรคมะเร็ง เป็นต้น

อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจทำให้กระแสการบริโภคชาเขียวเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ก็อีกนั่นล่ะ เพราะอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม อย่างการบริโภคชาเขียวในปริมาณสูงเกินไปโดยไม่ทราบถึงผลกระทบต่อร่างกาย คุณจึงควรทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ส่งผลเสียใดๆ ต่อร่างกาย

ที่มาของชาเขียว
ชาเขียว คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis เป็นชาที่ได้จากการนำใบชาสดมาผ่านการ streaming เพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว แล้วนำมาอบเพื่อยับยั้งเอ็นไซม์ไม่ให้เกิดการสลายตัว จึงส่งผลทำให้ใบชาที่แห้งยังสดอยู่ และมีสีค่อนข้างเขียว ทำให้ใบชายังคงมีสารประกอบอย่าง ฟีนอล (Phenolic compound) และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาอู่หลง และชาดำ ซึ่งในชาเขียว ยังมีสารสำคัญที่พบได้คือ กรดอะมิโน และธิโอฟิลลีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า อีกทั้งยังรวมอยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่เรียกว่า คาเทชิน (catechins)

ชาเขียวญี่ปุ่น
สารคาเทชิน เป็นสารประกอบที่สำคัญในชาเขียวเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenol) ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่มีสี และละลายได้ในน้ำ มีสาร epigallocatechin gallate หรือ EGCG ที่มีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารแอนติออกซิแด็นซ์ หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมากกว่าวิตามินซี และวิตามินอีถึง 25 เท่า โดยใบชาเขียวแห้ง 1 ซอง (1.5 กรัมต่อซอง) จะให้ EGCG ประมาณ 35 – 110 mg ซึ่งนอกจากชาเขียวจะมีสาร EGCG แล้ว ชาเขียวญี่ปุ่น ยังมีสารอื่นๆ ที่สำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

สารคลอโรฟิลล์ – สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) มีประโยชน์ต่อขบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และช่วยในการจับสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย
คาเฟอีน – แม้ว่าชาเขียวจะมีคาเฟอีน แต่ก็น้อยกว่ากาแฟมาก ซึ่งคาเฟอีนในชาเขียวมีประโยชน์และสามารถช่วยลดความอ้วนได้ คือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาลในร่างกาย โดยจะทำให้อุณหภูมิร่างการสูงขึ้น และกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และคาเฟอีนจะจะออกมามากเมื่ออยู่ในน้ำร้อน

By1ADF8B

สายพันธุ์ชายอดนิยม ชาจีน และ ชาอินเดีย

เริ่มแรกชาเป็นที่แพร่หลายมากในจีน แหล่งปลูกชาใหญ่มีอยู่ 2 แหล่ง ได้แก่ทางตะวันตกเฉียงใต้จะนิยมปลูกชาพันธุ์อัสสัม(ชาอินเดีย) และทางตะวันออกจะนิยมปลูกพันธุ์ชาจีน ต่อมาชาได้แพร่หลายไปยังรอบข้างมากขึ้น

พันธุ์ชาอัสสัม ถูกนำไปปลูกในอินเดียและศรีลังกาเป็นจำนวนมากเราจึงได้ชื่อเล่นใหม่ว่าชาอินเดีย หรืออย่างชาซีลอนก็เป็นชาที่มาจากถิ่นนี้ มีต้นกำเนิดจากเมืองซีลอน ประเทศศรีลังกานั่นเอง และเป็นชาพันธุ์เดียวกันนี้เองที่แพร่หลายไปยังฝั่งยุโรป ได้ถูกพัฒนาให้เป็นชาแต่งกลิ่นที่มีเสน่ห์มากขึ้น ชามีชื่อเสียงมากคือ Earl Grey ,English Breakfast ,Darjeeling เป็นต้น จึงเกิดชื่อเล่นอีกชื่อให้เจ้าพวกนี้ว่า ชาฝรั่ง
พันธุ์ชาจีน นอกจากจะนิยมในจีนแล้ว ยังถูกนำไปปลูกในประเทศญี่ปุ่น ใต้หวัน ไทยและแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาพันธุ์นี้ถูกเอามาผ่านกระบวนการทำที่แตกต่างกัน จึงเกิดเป็นชาหลากหลายประเภทที่เราคุ้นหูในปัจจุบัน การแบ่งประเภทชา แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ด้วยเกณฑ์กระบวนการหมักชา ได้แก่ ชาขาว ชาเขียว ชาอู่หลงและชาดำ

ชาเขียวที่เราได้ยินกันนั้น มาจาก 2 แหล่ง คือชาเขียวจีนและชาเขียวญี่ปุ่น แน่นอนว่าที่นิยมและมีชื่อเสียงมากในเมืองไทยคือชาญี่ปุ่น สำหรับความแตงต่างของชาจาก 2 ประเทศนี้ อยู่ที่ขั้นตอนการผลิตในการหยุดกระบวนการทางเคมีภายใน ชาเขียวจีนจะมีการนำชามาคั่วด้วยกระทะร้อน แต่ของญี่ปุ่นจะนำชามาอบไอน้ำหรือนิ่งนั่นเอง

ชาเขียวญี่ปุ่น
ชาเขียว ถือว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของญี่ปุ่น นำเข้าประเทศครั้งแรกโดยพระญี่ปุ่นที่เดินทางไปศึกษาศาสนาที่จีน ในช่วงแรกญี่ปุ่นผลิตใบชามาเป็นยารักษาโรคและยังผลิตได้น้อย จึงมีราคาแพงและดื่มกันในชนชั้นสูง จนเกิดเป็นวัฒนธรรมที่จำกัดอยู่วัดและพระราชวังเท่านั้น ต่อมาชาเริ่มเปลี่ยนฐานะจากยารักษาโรคเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสุนทรีของบรรดาขุนนางและชนชั้นสูง แพร่หลายออกไปเรื่อยๆ จนเป็นที่นิยมในหมู่ซามูไร มีการปลูกและค้าขายมากขึ้น หาได้ง่ายขึ้น จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการดื่มชานั่นเอง ชาที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่นคือชาเขียว เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก กรรมวิธีคือหยุดการทำงานของเอนไซม์ที่อยู่ในใบชาสดโดยการอบด้วยไอน้ำ ทำให้เอนไซม์ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ เวลาชงออกมาน้ำจึงมีสีเขียว

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

คุณรู้หรือเปล่าว่า ชาเขียวสำเร็จรูปที่วางขายในบ้านเราที่เห็นกันตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ที่เป็นแบบขวดสำเร็จรูปตามร้านสะดวกซื้อนั้นไม่ใช่…ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (เพราะชาเขียวต้องสีเขียว ไม่ใช่สีน้ำตาล) ซึ่งชาวญี่ปุ่นยังบอกเลยว่า มันคือน้ำหวาน ccduchallenge.comเพราะชาเขียวที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่หวาน

ที่สำคัญ..ชาเขียวแท้ยิ่งดื่มยิ่งสุขภาพดี ไม่เช่นนั้น คนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนการดื่มน้ำเปล่าทำไมกัน??? แถมดื่มได้ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่สำหรับบ้านเราที่หันมานิยมดื่มชาเขียวสำเร็จรูปนั้น ดื่มเพื่อสุขภาพ? หรือดื่มเพราะตามเทรนด์? อย่างที่บอกว่าชาเขียวที่แท้จริงนั้นจะมีรสชาติที่ขม แต่ที่เราได้ลิ้มรสกันจนติดอกติดใจ แถมบางช่วงมีโปร 1 แถม 1 ซดกันให้ชุ่มปอดเลยทีเดียว ซึ่งที่ชาเขียวรสต่าง ๆ ที่เห็นในบ้านเรานั้น เขานำมาเพิ่มรสชาติให้มีความหวานให้เหมาะกับคนไทยนั่นเอง ลองสังเกตดูสิว่าหากเป็นรสออริจินอลชาเขียวแท้ จะต้นตำหรับมาจากไหน มักจะมียอดขายแย่กว่าชาเขียวที่มีรสหวานซะอีก วันนี้เรามี 5 เรื่องเด็ด ๆ ของ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่คุณจะต้องร้อง…WOW มาเล่าสู่กันฟัง มีอะไรเด็ดจริงไหม?? มาดูกัน

1. เชื่อไหม??ชาขาว ชาเขียว ชาอูหลง ชาดำ ก็คือ ต้นชาเดียวกัน
อย่างที่บอกไปว่า ชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียว เชื่อว่าหลายคนคงมีความคิดเหมือนกันว่า ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอูหลง หรือ ชาดำ เป็นชาคนละต้น แต่ความจิรงแล้ว ชาเขียวที่เราเห็นรวมทั้งชาอื่นๆ ดังกล่าว มันมาจาก ต้นชาเดียวกัน ชาชนิดเดียวกัน เหมือนกัน เพียงแต่ต่างกันที่ขั้นตอนการผลิต และการหมักบ่มนั่นเอง ทำให้สีของใบชา รวมทั้งรสชาติต่าง ๆ ของชามีความแตกต่างกันตามไปด้วย

อย่าง ชาเชียว เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำไปอบให้แห้งทันที โดยไม่มีการหมัก ส่วน ชาขาว คือ ใบชาที่อ่อนที่สุด เมื่อเก็บแล้วจะนำไปตากแห้ง สำหรับชาดำ เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดอย่างเต็มที่จากนั้นทำการหมักจนได้กลิ่นหอม ๆ แต่ ชาอูหลง นั้นเป็นการนำยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดให้ผิวนอกช้ำแล้วค่อยนำมาอบให้แห้ง

By1ADF8B

ดื่มชาเขียวปริมาณเท่าไรจะได้ประโยชน์

การรับประทานชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระ จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่นและต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก และยิ่งการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบันเป็นชาเขียวที่เจือจาง ทั้งยังปรุงรสแต่งกลิ่นและรสด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้

ส่วนการดื่มชาร้อนนั้น มีผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระในชาจะหายไปประมาณ 20% หากโดนความร้อนนาน ๆ และให้เคล็ดลับการชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ ทำได้โดยบีบมะนาวลงไประหว่างชงชา จะคงประโยชน์ของชาไว้ได้มากที่สุด

ยังคงยืนยันคำเดิมเสมอว่า พืช ผัก อาหารทุกอย่างนั้นมีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็มีโทษได้เหมือนกัน ข้อสำคัญคือกินให้พอดี และรู้จักวิธีกินให้ได้ประโยชน์จากอาหารนั้น ๆ มากที่สุด

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ccduchallenge.comยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่