Category Archive ข้อควรระวังในการดืมชาเขียว

By1ADF8B

กุมารแพทย์เตือนเด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่มชาเขียว

กุมารแพทย์เตือนเด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรดื่มชาเขียว เสี่ยงเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนคนทั่วไปต้องระวังเรื่องน้ำตาล และไม่ควรดื่มชาที่ชงทิ้งไว้นาน เพราะสารในน้ำชาอาจกลายเป็นสารพิษ

กระแสการดื่มชาเขียวเพื่อส่งฝาขวดชิงรางวัลมาแรงมาก ทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีคุณแม่หลายคนโพสต์ภาพให้ลูกน้อยดื่มชาเขียวที่ซื้อมาลงในเฟซบุ๊ก จนชาวสังคมออนไลน์ออกมาแสดงความเป็นห่วงกันในวงกว้าง เพราะอย่างที่รู้กันว่าในชาเขียวพร้อมดื่มมีการเติมน้ำตาลในปริมาณมาก จึงเป็นเครื่องดื่มที่ไม่เหมาะกับเด็กเล็กเท่าใดนัก

เรื่องนี้ก็ได้ทำให้ พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ทารกแรกเกิด ประจำโรงพยาบาลบีเอนเอช แสดงความเป็นห่วงเช่นกัน จึงได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ผ่าน เฟซบุ๊ก สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 ระบุว่า คุณสมบัติของชาเขียวที่ระบุว่ามี “สารโพลีฟีนอล” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ว่ากันว่าช่วยลดมะเร็ง ชะลอภาวะแก่ก่อนวัย รักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ สกัดกั้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่เปลี่ยนแปลงความเครียดในหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยก่อให้เกิดหลอดเลือดตีบ ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ ช่วยลดระดับไขมันอิ่มตัว ซึ่งจะยับยั้งไม่ให้เกิดลิ่มเลือด และการก่อตัวของตะกอนไขมันที่ผนังเลือดนั้น ในปัจจุบันนี้ยังเป็นสิ่งที่ยังไม่มีงานวิจัยที่เชื่อถือได้สนับสนุนข้อมูลดังกล่าว

 

ขณะที่การดื่มชาเขียวในแบบฉบับชาวญี่ปุ่นแตกต่างจากในไทย เพราะการดื่มชาเขียวของญี่ปุ่นจะชงใหม่ ๆ ร้อน ๆ กินแบบความเข้มข้นสูง ต่างจากไทยที่เป็นชาเขียวพร้อมดื่ม ชงไว้นานหลายเดือน ชงแบบเจือจาง เติมน้ำตาลมาก และอาศัยการโฆษณากล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง เพื่อสร้างยอดขาย อย่างไรก็ตาม วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนที่ไม่มีโรคประจำตัว สามารถดื่มได้บ้าง แต่สำหรับเด็กเล็ก ๆ ทารก และหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรดื่มเด็ดขาด เพราะจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพมากมาย ซึ่งต้องระวังใน 3 เรื่องคือ

1. คาเฟอีน

ในชาเขียวมีคาเฟอีนสูง ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และเด็ก หากสตรีมีครรภ์ทานคาเฟอีนในระดับสูงจะทำให้หัวใจของทารกในครรภ์เต้นเร็วผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงของทารกเสียชีวิตในครรภ์

ส่วนเด็กเล็ก การทานคาเฟอีนจะทำให้ตื่นเต้น ใจสั่น อาการซนมากผิดปกติ อยู่ไม่นิ่ง นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ กระสับกระส่าย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ชาเขียวเท่านั้นที่มีคาเฟอีน แต่ในอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้ปกครองชอบให้เด็กทาน เช่น น้ำอัดลม โกโก้ ช็อกโกแลต กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง ก็มีคาเฟอีนสูงมาก

2. น้ำตาล

น้ำตาลเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นโทษต่อสุขภาพในระยะยาวหากทานมากเกินไป โดยมีคำแนะนำให้เด็กไม่ควรกินน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา แต่ในชาเขียว 1 ขวด มีน้ำตาลมากถึง 13 ช้อนชา

การกินน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้หญิงตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวขึ้นมากเกินไป เสี่ยงต่อโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น ส่วนเด็ก ๆ ที่กินน้ำตาลเยอะ จะติดนิสัยกินหวาน ฟันผุ เป็นโรคอ้วน ไม่กินข้าว ทำให้เด็กบางคนมีอาการอยู่ไม่นิ่ง ซนมากผิดปกติ

3. แทนนิน

สารแทนนินในชามีฤทธิ์ทำให้ท้องผูก ยับยั้งการดูดซึมสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น โปรตีน โฟลิก และธาตุเหล็ก ทำให้เด็กขาดสารอาหารเหล่านี้ได้ ถ้าขาดโปรตีนจะทำให้เจริญเติบโตช้า ถ้าขาดธาตุเหล็กและโฟลิก จะทำให้เป็นโรคเลือดจาง และยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นหากหญิงตั้งครรภ์กินแทนนินมาก ๆ อาจทำให้ขาดโฟลิก ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อการเจริญพัฒนาของสมองและไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้าขาดโฟลิก จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดประสาทเปิด ทำให้สมองและไขสันหลังพิการ (Neural Tube Defect)

สำหรับคุณแม่ที่กำลังในนมบุตร สามารถกินคาเฟอีนได้นิดหน่อย โดยเลือกทานกาแฟ หรือ ชา หรือ น้ำอัดลม หรือ โกโก้ หรือ ช็อกโกแลต ได้ในปริมาณ 1 แก้วปกติ ไม่ใช่ 1 ขวด และเลือกได้เพียงอย่างเดียว พราะถ้ากินทุกอย่าง ๆ ละแก้ว ก็จะได้รับคาเฟอีนมากเกินไป จนมีผลเสียต่อร่างกายคุณแม่เองและผ่านทางน้ำนมไปมีผลเสียต่อลูกได้เช่นกัน เช่น นอนไม่หลับ ชีพจรเต้นเร็ว ซนมากผิดปกติ

ส่วนชาเขียวนั้น มีน้ำตาลสูง หากคุณแม่ทานมากก็ไม่ดีต่อสุขภาพของคุณแม่เอง จะทำให้เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้ลูกเห็น

By1ADF8B

ชาเขียวมีประโยชน์ แต่ชาที่เข้มข้นเกินไป ก็อาจจะเกิดโทษได้เช่นกัน

ชาเขียวกับความงามสูตรน้ำแร่ชาเขียว นำน้ำแร่มาต้มให้เดือด ใส่ชาเขียวแบบผงหรือใบชาลงไป อาจเพิ่มใบสะระแหน่สักเล็กน้อย แล้วทิ้งไว้ให้เย็น หรือนำไปแช่ในตู้เย็น ถ้าใช้ใบชา ควรกรองเอาแต่น้ำ เทใส่ขวดสเปรย์ ใช้เป็นสเปรย์น้ำแร่ชาเขียว จะเพิ่มความชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า ฉีดได้ทุกเวลาที่ต้องการความสดชื่น
สูตรถนอมผิวรอบดวงตา ต้มชาเขียวกับน้ำเดือด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วใช้สำลีชุบชาเขียวให้เปียกชุ่ม นำมาวางบริเวณเปลือกตาccduchallenge.com ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยลดร่องรอยความอ่อนล้าของผิวรอบดวงตา และยังลดการบวมของเปลือกตาและถุงใต้ตา ผิวจะนุ่มนวลและดูสดชื่นขึ้น
สูตรลดน้ำหนัก ดื่มชาเขียววันละ 3 แก้ว จะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญพลังงานและและไขมันของร่างกายได้
เนื่องจากประโยชน์ที่มีมาก ชาเขียวจึงไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องดื่มอีกต่อไป แต่ยังเป็นสารอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

โทษของชาเขียว

1.ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
2.หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์
3.ในรายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะกาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
4.คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมา มากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร
5.การดื่มชาแทนอาหารเช้าจะทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร จึงควรเติมนมหรือน้ำตาลอาจเพิ่มเพิ่มคุณค่าได้บ้าง และควรกินอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย
6.การดื่มชาในปริมาณที่เข้มข้นมากๆจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และนอนไม่หลับ
7.ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดมากๆเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ระคายเคืองต่อเซลล์ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งสูง
8.การดื่มชาเขียวในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้
9.ในกรณีที่ดื่มชาเพื่อต้องการเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็ง การเติมนมในชาก็ไม่ได้ผล เพราะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารแทนนิน แต่การเติมนมลงไปนมจะไปจับกับสารแทนนิน ไม่ให้ออกฤทธิ์
แม้จะมีการวิจัยต่างๆ มากมายที่ระบุว่าสาร EGCG[5] ในคาเทซินซึ่งมีอยู่ในชาจะสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่การทดลองบางแห่งหนึ่งก็พบว่าการ EGCG เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง เพราะความสลับซับซ้อนของเอมไซม์และฮอร์โมนของสัตว์ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดื่มชาเพื่อสุขภาพที่แท้จริงจึงควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี

By1ADF8B

มัทฉะ กับ ชาเขียว ต่างกันตรงไหน?

 

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ การดื่มมัทฉะ คือ การดื่มใบชาเขียวบดเป็นผงเข้าไปทั้งใบ โดยไม่มีการคัดแยกกากออก ไม่เหมือนการดื่มชาเขียวโดยทั่วไป ที่เราต้องใช้ตัวกรองใบชา เพื่อให้เราได้น้ำชาออกมา และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เราได้รับประโยชน์จากใบชามาแบบเต็มๆ แต่ก็แลกมากับความขม ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกว่าดื่มยากไปหน่อย ดังนั้นเมนูที่เหมาะกับมัทฉะจึงต้องมีการเติมนมลงไป เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น กลายมาเป็นมัทฉะลาเต้นั่นเองค่ะ

เมนูชาเขียวของร้านเรา มีส่วนผสมของมัทฉะอยู่ด้วยเช่นกัน แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อย ทำให้ดื่มง่าย สดชื่น ลื่นคอกว่าการดื่มมัทฉะเพียวๆที่กระด้างมากกว่า แล้วก็ยังคงคุณประโยชน์ของมัทฉะไว้ในเวลาเดียวกัน ไม่เหมาะแก่การเติมนม เพราะไม่ได้มีความเข้มข้นมากพอ

เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแล้วล่ะค่ะ ชอบความเข้มข้นอย่างมัทฉะ หรือชอบความสดชื่นในแบบชาเขียว

By1ADF8B

อีกหนึ่งประโยชน์ที่สาวๆ ควรรู้

คนในปัจจุบันหันมาใส่ใจกับเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น บ้างก็สรรหาวิตามิน อาหารเสริมต่างๆ มารับประทานเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และด้วยสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษรอบตัว จึงทำให้คนให้ความสำคัญกับเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นกว่าในอดีต“ชา” ก็เป็นเครื่องดื่มอีกประเภทหนึ่งที่สามารถครองใจคนรักสุขภาพได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมกันทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ชายังมีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีชาอีกประเภทหนึ่งคือ ชาอู่หลง ที่มีฤทธิ์ในการลดน้ำหนักและช่วยลดการดูดซึมไขมันได้ดีกว่าชาประเภทอื่นๆ…งั้น อย่ารอช้า…ไปรู้จักกับ

ชาอู่หลงลดน้ำหนักกันเลยค่ะ

4 สรรพคุณของชาอู่หลงช่วยลดน้ำหนักได้
1 ชาอู่หลงช่วยลดการดูดซึมไขมันในร่างกาย เนื่องจากชาอู่หลงเป็นชาที่มีการบ่มแบบกึ่งหมัก จึงทำให้ได้สารชนิดหนึ่ง ชื่อ OTPP สารชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยในการลดการดูดซึมไขมันของร่างกาย ทำให้ไขมันถูกขับออกมาทางอุจจาระได้มากขึ้น จึงทำให้การดื่มชาอู่หลงช่วยลดน้ำหนักได้

2 ช่วยในการกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึ่ม กระบวนการเมตาบอลิซึ่มเป็นกระบวนการที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย การดื่มชาอู่หลงจะทำให้การเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีขึ้น

3 ชาอู่หลงช่วยลดไขมันในช่องท้อง ชาอู่หลงมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันในช่องท้อง และช่วยบำบัดภาวะอ้วนลงพุง ลดรอบเอว จากการศึกษาวิจัยพบว่าในชาอู่หลงมีสารที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซน์ไลเปส ซึ่งเป็นเอนไซน์ที่ช่วยในการดูดซึมไขมันที่ลำไส้เล็ก และถือว่าเป็นกลไกเดียวกับที่ใช้กับยาลดความอ้วนบางชนิดในปัจจุบัน

4 ชาอู่หลงช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ไตรกลีเซอร์ไรด์คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมา มีขนาดเล็กมาก นอกจากนั้น ไตรกลีเซอร์ไรด์ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ เช่น ไขมัน เนื้อ นม เป็นต้น เมื่อไขมันชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป ร่างกายจะเก็บไตรกลีเซอร์ไรด์ไว้ยังเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งมีกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ของร่างกาย กลายเป็นไขมันสะสมทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของชาอู่หลงอีกประการหนี่ง คือการช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายได้ดี จึงไม่แปลกใจที่ชาอู่หลงลดน้ำหนัก และช่วยลดความอ้วนได้

นอกจากนี้ชาอู่หลงยังมีประโยชน์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ส่วนใครที่ต้องการลดน้ำหนัก การดื่มชาอู่หลงเพื่อลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควรทำควบคู่กับการดูแลเรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย จึงจะเห็นผล หากคุณอยากจะเป็นคนที่มีรูปร่างดีแล้วล่ะก็ การดื่มชาอู่หลงน่าจะเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจแถมยังมีประโยชน์อีกสารพัดเลยล่ะ

By1ADF8B

โทษของชาเขียว

ชาเขียวไม่เพียงแต่จะมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง รวมถึงประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย แต่จริงๆ แล้วในอีกด้านหนึ่ง ชาเขียวก็สามารถให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดื่มชาเขียว ได้แก่

ในชาเขียวมีคาเฟอีน (caffeine) เป็นสารที่กระตุ้นทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นเช่นเดียวกับในกาแฟ และโกโก้ การบริโภคชาเขียวในปริมาณที่ไม่มากเกินไป มักไม่ทำให้เกิดพิษจากคาเฟอีน แต่ถ้าดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากเกินไป เช่น มากกว่าวันละ 3 ถึง 4 ถ้วย อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงจากคาเฟอีนได้ เช่น นอนไม่หลับ รู้สึกอึดอัดไม่สบายท้อง คลื่นไส้ รวมถึงอาจมีอาการท้องเสียได้
ควรระวังการดื่มชาเขียวในคนที่เป็นโรคหัวใจ เพราะคาเฟอีนสามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
ในคนที่เป็นเบาหวาน คาเฟอีนอาจจะส่งผลรบกวนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
การดื่มชาเขียวอาจจะทำให้ภาวะวิตกกังวลมีอาการแย่ลงได้
การรับประทานชาเขียวมากเกินไปในขณะให้นมบุตร อาจจะทำให้คาเฟอีนในชาเขียว ส่งผ่านไปยังเด็กผ่านทางน้ำนม ซึ่งถ้าเด็กได้รับปริมาณมาก อาจจะเกิดอันตรายจากคาเฟอีนได้ โดยมีคำแนะนำว่าไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ถ้วย
สำหรับในคนท้อง การทานชาเขียวอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งลูก ดังนั้น ในระหว่างตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงชาเขียว และเครื่องดื่มที่ให้คาเฟอีน เช่น กาแฟ และโกโก้
เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าชาเขียวสามารถรักษาและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ จึงทำให้ความนิยมของการดื่มชาเขียวในคนที่เป็นมะเร็งจึงเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน สารโพลีฟีนอล (polyphenols) ซึ่งพบได้มากในชาเขียว สามารถเกิดอันตรกิริยากับยารักษามะเร็งหรือยาตีกันได้ โดยเฉพาะกับยา bortezomib นอกจากนี้วิตามินเคที่พบมากในชาเขียว สามารถทำให้ฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดของยาวาร์ฟารินลดลง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในหลอดเลือดสมองและหัวใจ ดังนั้น ก่อนการทานชาเขียวและสมุนไพรอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันปัญหายาตีกัน
สารแทนนิน (tannin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดรสขมในชาเขียว สามารถยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในอาหารได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะขาดเหล็ก (iron deficiency) ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง
การรับประทานชาเขียวในปริมาณที่มาก อาจส่งผลทำให้มีการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) และอาจทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บที่กระดูกได้ง่ายขึ้น
มีความเชื่อว่าการดื่มชาเขียวในขณะท้องว่าง จะสามารถช่วยเติมเต็มสารอาหารที่ควรจะได้จากอาหารได้ แต่ความเป็นจริงแล้วความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะจากการทดลองในหนูทดลอง ที่ให้หนูดื่มชาเขียวในขณะท้องว่าง พบว่าเกิดพิษต่อตับ ไต และระบบทางเดินอาหาร แต่สำหรับผลในมนุษย์นั้นยังไม่มีการทดลอง
สารคาเทชิน (catechins) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) พบว่าสารตัวนี้จะมีพิษต่อไมโทคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างพลังงานให้กับเซลล์ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติต่อตับ ได้แก่ ตัวเหลืองตาเหลือง ตับอักเสบ รวมถึงตับวาย นอกจากนี้สารคาเทชินยังส่งผลทำให้กลูตาไธโอน (glutathione) ซึ่งเป็นสารที่คอยกำจัดสารพิษในตับลดลง
มีรายงานว่า การให้หนูทดลองกินชาเขียวในปริมาณสูง จะส่งผลทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายลดลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการทำงานของอัณฑะผิดปกติ ดังนั้น ชาเขียวอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ได้
ประโยชน์จากชาเขียวที่มีต่อสุขภาพล้วนมีให้เราได้ทราบด้วยกันหลายด้านทีเดียว ทั้งสรรพคุณต่างๆ และการนำมาใช้ผสมผสานกับการรักษาอาการเจ็บป่วยพร้อมกับสมุนไพร รวมถึงโทษจากชาเขียวที่มีให้เราพึงระวังก่อนดื่ม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อมูลที่ดีเยี่ยมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น หากใครชื่นชอบการดื่มชาเขียวเป็นชีวิตจิตใจ บทความนี้อัดแน่นไปด้วยประโยชน์เพื่อคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บอกเลยว่าพลาดติดตามกันไม่ได้แล้วจริงๆ

By1ADF8B

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง

โทษของการดื่มชามากเกินไป

จริงอยู่ที่การดื่มชาจะทำให้สุขภาพดี แต่หากดื่มปริมาณมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดโทษตามมาได้ โดยจะทำให้เป็นโรคนิ่วในไต เพราะจากงานวิจัยที่ระบุในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ว่า การดื่มชาดำเย็นมากๆ อาจเป็นต้นเหตุของอาการไตวายเฉียบพลัน เพราะชาดำมีสารออกซาเลทจำนวนมาก หากดื่มชาดำเป็นประจำอาจทำให้สารดังกล่าวเกิดการตกค้างและสะสมอยู่ในร่างกายจนนำมาสู่การเกิดโรคนิ่วในไตได้ในที่สุด ยิ่งหากใครเคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อนควรต้องระวังเป็นอย่างดีเลยทีเดียว ccduchallenge.com

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง
ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ยังมีผลการรายงานที่ระบุว่า หนูทดลองที่ได้ดื่มชาเขียวเข้าไปในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยดื่มติดต่อกัน 5 วัน ภาวะตับมีการถูกทำลายลงไปเล็กน้อย อีกทั้งยังเกิดภาวะตับเป็นพิษหากดื่มชาเขียวในระหว่างที่ป่วยเป็นไข้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การดื่มชาติดต่อกันเป็นเวลานานและการดื่มในปริมาณมากจะมีผลทำให้ตับถูกทำลายได้นั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีอาการท้องอืดบ่อย เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตและโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชาอย่างเด็ดขาด เพราะชาจะยิ่งกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

By1ADF8B

วิธีการดื่มชาเขียวอย่างถูกวิธี

ประโยชน์ของชาเขียวมีมากมายสามารถอ่านประโยชน์ของชาเขียวได้ในบทความประโยชน์ของชาเขียว แต่ชาเขียวก็มีโทษบางอย่างเช่นกันถ้าดื่มอย่างไม่ถูกวิธี ดังนั้นจึงควรเข้าใจการดื่มชาเขียวอย่างถูกวิธีและข้อควรระวังของการดื่มชาเขียว

การบริโภคชาเขียวที่ถูกต้อง คือ การบริโภคชาเขียวในรูปแบบการชงชาดื่มเองและไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพราะการดื่มชาเขียวที่ชงเองนอกจากจะได้รับรสชาติและกลิ่นหอมแท้จากชาเขียวแล้วยังได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปซึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและมีปริมาณชาเขียวที่เจือจาง
ปริมาณที่เหมาะสมในการดื่มชาเขียว คือ วันละ 3 ถ้วย โดยการชงใบชา 1 – 2 ช้อนชาในน้ำร้อน ควรดื่มในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย
ในแต่ละวันไม่ควรดื่มเกิน 10 – 12 ถ้วย เพราะในชาเขียวมีคาเฟอีน การดื่มในปริมาณสูงอาจส่งผลให้นอนไม่หลับได้และในชาเขียวร้อน 1 ถ้วยมีสารสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (EGCG) ประมาณ 100 – 200 มก. มีรายงานการวิจัยในหนูเม้าส์พบว่าสาร epigallocatechin gallate (EGCG) จะส่งผลให้ตับถูกทำลายเล็กน้อยเมื่อบริโภคในขนาดสูง (2,500 มก./กก.) ติดต่อกัน 5 วัน และความเป็นพิษต่อตับจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อบริโภคในขณะที่เป็นไข้ จากงานวิจัยช่วยยืนยันว่าการบริโภคชาเขียวในระยะเวลาสั้นๆ มีความปลอดภัย แต่ถ้าบริโภคในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้ตับถูกทำลาย ดังนั้นหากมีความผิดปกติเกี่ยวกับตับหรือมีอาการไข้ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคชาเขียวในปริมาณสูงและติดต่อกันเป็นเวลานาน
จากงานวิจัยหลายชิ้นได้ระบุว่า อุณหภูมิและเวลามีผลต่อการลดลงของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในชาเขียว ซึ่งบางบทความที่เผยแพร่ในบ้านเรา ได้ระบุว่าชาเขียวเย็นมีโทษต่อร่างกาย แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าการดื่มชาเขียวเย็นเป็นโทษต่อร่างกาย และบางข้อมูลก็ได้ระบุว่าการดื่มชาเขียวร้อนหรือเย็น (แบบชงเอง) ไม่มีความแตกต่างกัน
เครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปจะมีปริมาณใบชาที่น้อยมากจึงมีสารสำคัญน้อย ถ้าจะดื่มเพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากสารโพลีฟีนอล EGCG อาจจะต้องดื่มหลายขวดต่อวัน ซึ่งแทนที่จะได้ประโยชน์อาจทำให้เสียสุขภาพเนื่องจากร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลที่เป็นส่วนผสมในชาเขียวสำเร็จรูปนั้นสูงเกินไป จึงไม่ควรดื่มชาเขียวสำเร็จรูปบ่อยจนเกินไป ดื่มเพื่อดับกระหายเพียง 1 – 2 ครั้งต่อวัน และไม่ควรดื่มติดต่อกันทุกวัน

By1ADF8B

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง

จริงอยู่ที่การดื่มชาจะทำให้สุขภาพดี แต่หากดื่มปริมาณมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดโทษตามมาได้ โดยจะทำให้เป็นโรคนิ่วในไต เพราะจากงานวิจัยที่ระบุในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ว่า การดื่มชาดำเย็นมากๆ อาจเป็นต้นเหตุของอาการไตวายเฉียบพลัน เพราะชาดำมีสารออกซาเลทจำนวนมาก หากดื่มชาดำเป็นประจำอาจทำให้สารดังกล่าวเกิดการตกค้างและสะสมอยู่ในร่างกายจนนำมาสู่การเกิดโรคนิ่วในไตได้ในที่สุด ยิ่งหากใครเคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อนควรต้องระวังเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

      โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง
ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ยังมีผลการรายงานที่ระบุว่า หนูทดลองที่ได้ดื่มชาเขียวเข้าไปในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยดื่มติดต่อกัน 5 วัน ภาวะตับมีการถูกทำลายลงไปเล็กน้อย อีกทั้งยังเกิดภาวะตับเป็นพิษหากดื่มชาเขียวในระหว่างที่ป่วยเป็นไข้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การดื่มชาติดต่อกันเป็นเวลานานและการดื่มในปริมาณมากจะมีผลทำให้ตับถูกทำลายได้

นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีอาการท้องอืดบ่อย เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตและโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชาอย่างเด็ดขาด เพราะชาจะยิ่งกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

มีอาการนอนไม่หลับ
หลายคนที่ดื่มชาเข้าไป แล้วมักมีอาการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน ซึ่งคุณอาจสงสัยว่าสาเหตุมาจากการดื่มชาหรือเปล่า? คำตอบก็คือ ใช่แล้วค่ะ เนื่องจากในชาก็มีคาเฟอีนอยู่มากพอสมควร มันจึงออกฤทธิ์ได้ไม่ต่างจากกาแฟเลยนั่นเอง ดังนั้น หากอยากดื่มชาโดยไม่รบกวนการนอนหลับ แนะนำให้สาวๆ หลีกเลี่ยงการดื่มในตอนเย็นและก่อนนอนจะดีที่สุด หรือหากช่วงไหนดื่มชาบ่อยแล้วมีอาการนอนไม่หลับติดๆ กัน ควรงดดื่มชาในช่วงนั้นไปก่อนเพื่อให้ร่างกายได้ทำการปรับตัวได้เองตามธรรมชาติ อาการนอนไม่หลับก็จะค่อยๆ หายไปค่ะ

      โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

ดื่มชาเขียวแล้วท้องผูก
หลายคนดื่มชาเขียวแล้วมีอาการท้องผูก สาเหตุก็มาจากสารแทนนินที่มีอยู่ในชาเขียวซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการท้องผูกนั่นเอง และสารดังกล่าวยังทำหน้าที่ยับยั้งการดูดซึมสารอาหารสำคัญอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน เหล็กและโฟลิก เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันปัญหาท้องผูกตามมา แนะนำให้คุณหันมาดื่มชาเขียวแต่เพียงในปริมาณพอดี โดยดื่มวันละไม่ควรเกินกว่า 5 แก้ว ร่วมกับการดื่มน้ำให้มากๆ และกินอาหารที่มีกากใยสูง ก็จะช่วยปรับระบบขับถ่ายให้ทำงานคล่องตัวขึ้นได้แล้ว

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด
เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด
4.ไม่ควรดื่มน้ำชาพร้อมกับอาหาร เพราะในใบชาจะมีสารบางชนิดที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดไปใช้งานตามปกติได้

5.ในใบชาจะมีสารคาเฟอีนปริมาณสูง ซึ่งสูงกว่าเมล็ดกาแฟด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ การดื่มชา สารแทนนินจากน้ำชาก็จะช่วยป้องกันหรือช่วยลดการดูดซึมของคาเฟอีนในร่างกายได้ จึงทำให้การออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและสมองมีน้อยกว่าการดื่มกาแฟได้เป็นอย่างมากทีเดียว

6.การที่เรานำสารสกัดจากชาเขียวไปผสมกับอาหารอื่นๆ อย่างเช่น ขนมเค้กก็จะทำให้คุณค่าของชาเขียวลดประสิทธิภาพลง เพราะฉะนั้น หากต้องการให้ร่างกายได้รับสารสำคัญจากชาเขียวอยู่ดังเดิมก็ไม่ควรนำสารสกัดจากชาเขียวไปผ่านกระบวนการที่ต้องใช้ความร้อน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยรักษาคุณค่าของชาเขียวเอาไว้ดังเดิมได้แล้ว

อย่าลืมนะคะว่าหากต้องการดื่มชาเขียวเพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เราควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ลิ้มรสชาติของชาอย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากชา ในขณะที่การดื่มชาเขียวแบบสำเร็จรูป สารสำคัญจากชาบางส่วนก็จะถูกทำลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตอย่างหมดสิ้นแล้ว สิ่งที่ร่างกายจะได้รับก็คงมีเพียงน้ำตาลปริมาณสูงที่นำมาซึ่งโรคต่างๆ ในอนาคตนั่นเอง

By1ADF8B

การดื่มชาเขียวญี่ปุ่น เพื่อลดน้ำหนักที่ดี ควรทำอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่น
ชาเขียวร้อนและเย็นไม่เหมือนกัน เพราะว่าการดื่มแบบร้อนจะได้สารคาเทชินอย่างเต็มที่ หากดื่มแบบเย็น จะทำให้ลดปริมาณสารคาเทชินจนเหลือน้อยมาก หากต้องการดื่มชาเขียวเพื่อลดน้ำหนัก ก็ควรหันมาดื่มแบบร้อนจะดีกว่า เรียกได้ว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แนะนำให้ดื่มตอนร้อนๆ ซึ่งการเลือกชาเขียว จะต้องเลือกให้ดี หากวันไหนได้ไปเลือกซื้อชาเขียว ก็ลองเลือกตัดสินใจซื้ออันที่ยี่ห้อดีเชื่อถือได้ บางยี่ห้อที่ทางญี่ปุ่นยกกระบวนการผลิตมาตั้งที่เมืองไทย ทำให้ราคาถูกลงกว่าการนำเข้า ทำให้ได้ชาเขียวที่ดี มีคุณภาพ ที่สำคัญราคาถูก และการดื่มชาจากธรรมชาติที่สดใหม่ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจะทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ที่สำคัญยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าอีกด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่น
หากต้องการลดน้ำหนักก็สามารถดื่มชาเขียวร้อน หรือใครอยากมีสุขภาพดีเหมือนคนญี่ปุ่น หันมาดื่มชาเขียวที่ไม่หวานนะ เพื่อสุขภาพที่ดีและบอกลาไขมันส่วนเกิน แต่ทางที่ดีควรจะควบคุมอาหาร ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และงดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ทานผักและผลไม้สด หันมาเลือกกินอาหารแคลอรีต่ำ และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะยิ่งช่วยได้มากขึ้น