Category Archive ข้อควรระวังในการดืมชาเขียว

By1ADF8B

อีกหนึ่งประโยชน์ที่สาวๆ ควรรู้

คนในปัจจุบันหันมาใส่ใจกับเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น บ้างก็สรรหาวิตามิน อาหารเสริมต่างๆ มารับประทานเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และด้วยสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษรอบตัว จึงทำให้คนให้ความสำคัญกับเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นกว่าในอดีต“ชา” ก็เป็นเครื่องดื่มอีกประเภทหนึ่งที่สามารถครองใจคนรักสุขภาพได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องดื่มที่คนนิยมกันทั่วโลก เพราะนอกจากรสชาติที่ดีแล้ว ชายังมีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีชาอีกประเภทหนึ่งคือ ชาอู่หลง ที่มีฤทธิ์ในการลดน้ำหนักและช่วยลดการดูดซึมไขมันได้ดีกว่าชาประเภทอื่นๆ…งั้น อย่ารอช้า…ไปรู้จักกับ

ชาอู่หลงลดน้ำหนักกันเลยค่ะ

4 สรรพคุณของชาอู่หลงช่วยลดน้ำหนักได้
1 ชาอู่หลงช่วยลดการดูดซึมไขมันในร่างกาย เนื่องจากชาอู่หลงเป็นชาที่มีการบ่มแบบกึ่งหมัก จึงทำให้ได้สารชนิดหนึ่ง ชื่อ OTPP สารชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยในการลดการดูดซึมไขมันของร่างกาย ทำให้ไขมันถูกขับออกมาทางอุจจาระได้มากขึ้น จึงทำให้การดื่มชาอู่หลงช่วยลดน้ำหนักได้

2 ช่วยในการกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึ่ม กระบวนการเมตาบอลิซึ่มเป็นกระบวนการที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย การดื่มชาอู่หลงจะทำให้การเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีขึ้น

3 ชาอู่หลงช่วยลดไขมันในช่องท้อง ชาอู่หลงมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันในช่องท้อง และช่วยบำบัดภาวะอ้วนลงพุง ลดรอบเอว จากการศึกษาวิจัยพบว่าในชาอู่หลงมีสารที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซน์ไลเปส ซึ่งเป็นเอนไซน์ที่ช่วยในการดูดซึมไขมันที่ลำไส้เล็ก และถือว่าเป็นกลไกเดียวกับที่ใช้กับยาลดความอ้วนบางชนิดในปัจจุบัน

4 ชาอู่หลงช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ ไตรกลีเซอร์ไรด์คือ ไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมา มีขนาดเล็กมาก นอกจากนั้น ไตรกลีเซอร์ไรด์ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการรับประทานอาหารประเภทต่างๆ เช่น ไขมัน เนื้อ นม เป็นต้น เมื่อไขมันชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป ร่างกายจะเก็บไตรกลีเซอร์ไรด์ไว้ยังเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งมีกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ของร่างกาย กลายเป็นไขมันสะสมทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของชาอู่หลงอีกประการหนี่ง คือการช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกายได้ดี จึงไม่แปลกใจที่ชาอู่หลงลดน้ำหนัก และช่วยลดความอ้วนได้

นอกจากนี้ชาอู่หลงยังมีประโยชน์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ส่วนใครที่ต้องการลดน้ำหนัก การดื่มชาอู่หลงเพื่อลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักควรทำควบคู่กับการดูแลเรื่องการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย จึงจะเห็นผล หากคุณอยากจะเป็นคนที่มีรูปร่างดีแล้วล่ะก็ การดื่มชาอู่หลงน่าจะเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจแถมยังมีประโยชน์อีกสารพัดเลยล่ะ

By1ADF8B

โทษของชาเขียว

ชาเขียวไม่เพียงแต่จะมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง รวมถึงประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย แต่จริงๆ แล้วในอีกด้านหนึ่ง ชาเขียวก็สามารถให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดื่มชาเขียว ได้แก่

ในชาเขียวมีคาเฟอีน (caffeine) เป็นสารที่กระตุ้นทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นเช่นเดียวกับในกาแฟ และโกโก้ การบริโภคชาเขียวในปริมาณที่ไม่มากเกินไป มักไม่ทำให้เกิดพิษจากคาเฟอีน แต่ถ้าดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากเกินไป เช่น มากกว่าวันละ 3 ถึง 4 ถ้วย อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงจากคาเฟอีนได้ เช่น นอนไม่หลับ รู้สึกอึดอัดไม่สบายท้อง คลื่นไส้ รวมถึงอาจมีอาการท้องเสียได้
ควรระวังการดื่มชาเขียวในคนที่เป็นโรคหัวใจ เพราะคาเฟอีนสามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
ในคนที่เป็นเบาหวาน คาเฟอีนอาจจะส่งผลรบกวนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
การดื่มชาเขียวอาจจะทำให้ภาวะวิตกกังวลมีอาการแย่ลงได้
การรับประทานชาเขียวมากเกินไปในขณะให้นมบุตร อาจจะทำให้คาเฟอีนในชาเขียว ส่งผ่านไปยังเด็กผ่านทางน้ำนม ซึ่งถ้าเด็กได้รับปริมาณมาก อาจจะเกิดอันตรายจากคาเฟอีนได้ โดยมีคำแนะนำว่าไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ถ้วย
สำหรับในคนท้อง การทานชาเขียวอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งลูก ดังนั้น ในระหว่างตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงชาเขียว และเครื่องดื่มที่ให้คาเฟอีน เช่น กาแฟ และโกโก้
เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าชาเขียวสามารถรักษาและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ จึงทำให้ความนิยมของการดื่มชาเขียวในคนที่เป็นมะเร็งจึงเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน สารโพลีฟีนอล (polyphenols) ซึ่งพบได้มากในชาเขียว สามารถเกิดอันตรกิริยากับยารักษามะเร็งหรือยาตีกันได้ โดยเฉพาะกับยา bortezomib นอกจากนี้วิตามินเคที่พบมากในชาเขียว สามารถทำให้ฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดของยาวาร์ฟารินลดลง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในหลอดเลือดสมองและหัวใจ ดังนั้น ก่อนการทานชาเขียวและสมุนไพรอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันปัญหายาตีกัน
สารแทนนิน (tannin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดรสขมในชาเขียว สามารถยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในอาหารได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะขาดเหล็ก (iron deficiency) ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง
การรับประทานชาเขียวในปริมาณที่มาก อาจส่งผลทำให้มีการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) และอาจทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บที่กระดูกได้ง่ายขึ้น
มีความเชื่อว่าการดื่มชาเขียวในขณะท้องว่าง จะสามารถช่วยเติมเต็มสารอาหารที่ควรจะได้จากอาหารได้ แต่ความเป็นจริงแล้วความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะจากการทดลองในหนูทดลอง ที่ให้หนูดื่มชาเขียวในขณะท้องว่าง พบว่าเกิดพิษต่อตับ ไต และระบบทางเดินอาหาร แต่สำหรับผลในมนุษย์นั้นยังไม่มีการทดลอง
สารคาเทชิน (catechins) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) พบว่าสารตัวนี้จะมีพิษต่อไมโทคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างพลังงานให้กับเซลล์ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติต่อตับ ได้แก่ ตัวเหลืองตาเหลือง ตับอักเสบ รวมถึงตับวาย นอกจากนี้สารคาเทชินยังส่งผลทำให้กลูตาไธโอน (glutathione) ซึ่งเป็นสารที่คอยกำจัดสารพิษในตับลดลง
มีรายงานว่า การให้หนูทดลองกินชาเขียวในปริมาณสูง จะส่งผลทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายลดลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการทำงานของอัณฑะผิดปกติ ดังนั้น ชาเขียวอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ได้
ประโยชน์จากชาเขียวที่มีต่อสุขภาพล้วนมีให้เราได้ทราบด้วยกันหลายด้านทีเดียว ทั้งสรรพคุณต่างๆ และการนำมาใช้ผสมผสานกับการรักษาอาการเจ็บป่วยพร้อมกับสมุนไพร รวมถึงโทษจากชาเขียวที่มีให้เราพึงระวังก่อนดื่ม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อมูลที่ดีเยี่ยมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น หากใครชื่นชอบการดื่มชาเขียวเป็นชีวิตจิตใจ บทความนี้อัดแน่นไปด้วยประโยชน์เพื่อคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บอกเลยว่าพลาดติดตามกันไม่ได้แล้วจริงๆ

By1ADF8B

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง

โทษของการดื่มชามากเกินไป

จริงอยู่ที่การดื่มชาจะทำให้สุขภาพดี แต่หากดื่มปริมาณมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดโทษตามมาได้ โดยจะทำให้เป็นโรคนิ่วในไต เพราะจากงานวิจัยที่ระบุในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ว่า การดื่มชาดำเย็นมากๆ อาจเป็นต้นเหตุของอาการไตวายเฉียบพลัน เพราะชาดำมีสารออกซาเลทจำนวนมาก หากดื่มชาดำเป็นประจำอาจทำให้สารดังกล่าวเกิดการตกค้างและสะสมอยู่ในร่างกายจนนำมาสู่การเกิดโรคนิ่วในไตได้ในที่สุด ยิ่งหากใครเคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อนควรต้องระวังเป็นอย่างดีเลยทีเดียว ccduchallenge.com

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง
ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ยังมีผลการรายงานที่ระบุว่า หนูทดลองที่ได้ดื่มชาเขียวเข้าไปในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยดื่มติดต่อกัน 5 วัน ภาวะตับมีการถูกทำลายลงไปเล็กน้อย อีกทั้งยังเกิดภาวะตับเป็นพิษหากดื่มชาเขียวในระหว่างที่ป่วยเป็นไข้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การดื่มชาติดต่อกันเป็นเวลานานและการดื่มในปริมาณมากจะมีผลทำให้ตับถูกทำลายได้นั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีอาการท้องอืดบ่อย เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตและโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชาอย่างเด็ดขาด เพราะชาจะยิ่งกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

By1ADF8B

วิธีการดื่มชาเขียวอย่างถูกวิธี

ประโยชน์ของชาเขียวมีมากมายสามารถอ่านประโยชน์ของชาเขียวได้ในบทความประโยชน์ของชาเขียว แต่ชาเขียวก็มีโทษบางอย่างเช่นกันถ้าดื่มอย่างไม่ถูกวิธี ดังนั้นจึงควรเข้าใจการดื่มชาเขียวอย่างถูกวิธีและข้อควรระวังของการดื่มชาเขียว

การบริโภคชาเขียวที่ถูกต้อง คือ การบริโภคชาเขียวในรูปแบบการชงชาดื่มเองและไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพราะการดื่มชาเขียวที่ชงเองนอกจากจะได้รับรสชาติและกลิ่นหอมแท้จากชาเขียวแล้วยังได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปซึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและมีปริมาณชาเขียวที่เจือจาง
ปริมาณที่เหมาะสมในการดื่มชาเขียว คือ วันละ 3 ถ้วย โดยการชงใบชา 1 – 2 ช้อนชาในน้ำร้อน ควรดื่มในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย
ในแต่ละวันไม่ควรดื่มเกิน 10 – 12 ถ้วย เพราะในชาเขียวมีคาเฟอีน การดื่มในปริมาณสูงอาจส่งผลให้นอนไม่หลับได้และในชาเขียวร้อน 1 ถ้วยมีสารสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (EGCG) ประมาณ 100 – 200 มก. มีรายงานการวิจัยในหนูเม้าส์พบว่าสาร epigallocatechin gallate (EGCG) จะส่งผลให้ตับถูกทำลายเล็กน้อยเมื่อบริโภคในขนาดสูง (2,500 มก./กก.) ติดต่อกัน 5 วัน และความเป็นพิษต่อตับจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อบริโภคในขณะที่เป็นไข้ จากงานวิจัยช่วยยืนยันว่าการบริโภคชาเขียวในระยะเวลาสั้นๆ มีความปลอดภัย แต่ถ้าบริโภคในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้ตับถูกทำลาย ดังนั้นหากมีความผิดปกติเกี่ยวกับตับหรือมีอาการไข้ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคชาเขียวในปริมาณสูงและติดต่อกันเป็นเวลานาน
จากงานวิจัยหลายชิ้นได้ระบุว่า อุณหภูมิและเวลามีผลต่อการลดลงของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในชาเขียว ซึ่งบางบทความที่เผยแพร่ในบ้านเรา ได้ระบุว่าชาเขียวเย็นมีโทษต่อร่างกาย แต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าการดื่มชาเขียวเย็นเป็นโทษต่อร่างกาย และบางข้อมูลก็ได้ระบุว่าการดื่มชาเขียวร้อนหรือเย็น (แบบชงเอง) ไม่มีความแตกต่างกัน
เครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปจะมีปริมาณใบชาที่น้อยมากจึงมีสารสำคัญน้อย ถ้าจะดื่มเพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากสารโพลีฟีนอล EGCG อาจจะต้องดื่มหลายขวดต่อวัน ซึ่งแทนที่จะได้ประโยชน์อาจทำให้เสียสุขภาพเนื่องจากร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลที่เป็นส่วนผสมในชาเขียวสำเร็จรูปนั้นสูงเกินไป จึงไม่ควรดื่มชาเขียวสำเร็จรูปบ่อยจนเกินไป ดื่มเพื่อดับกระหายเพียง 1 – 2 ครั้งต่อวัน และไม่ควรดื่มติดต่อกันทุกวัน

By1ADF8B

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง

จริงอยู่ที่การดื่มชาจะทำให้สุขภาพดี แต่หากดื่มปริมาณมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดโทษตามมาได้ โดยจะทำให้เป็นโรคนิ่วในไต เพราะจากงานวิจัยที่ระบุในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ว่า การดื่มชาดำเย็นมากๆ อาจเป็นต้นเหตุของอาการไตวายเฉียบพลัน เพราะชาดำมีสารออกซาเลทจำนวนมาก หากดื่มชาดำเป็นประจำอาจทำให้สารดังกล่าวเกิดการตกค้างและสะสมอยู่ในร่างกายจนนำมาสู่การเกิดโรคนิ่วในไตได้ในที่สุด ยิ่งหากใครเคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อนควรต้องระวังเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

      โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย รู้ไว้! ก่อนสุขภาพพัง
ไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ยังมีผลการรายงานที่ระบุว่า หนูทดลองที่ได้ดื่มชาเขียวเข้าไปในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยดื่มติดต่อกัน 5 วัน ภาวะตับมีการถูกทำลายลงไปเล็กน้อย อีกทั้งยังเกิดภาวะตับเป็นพิษหากดื่มชาเขียวในระหว่างที่ป่วยเป็นไข้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การดื่มชาติดต่อกันเป็นเวลานานและการดื่มในปริมาณมากจะมีผลทำให้ตับถูกทำลายได้

นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีอาการท้องอืดบ่อย เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตและโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชาอย่างเด็ดขาด เพราะชาจะยิ่งกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

มีอาการนอนไม่หลับ
หลายคนที่ดื่มชาเข้าไป แล้วมักมีอาการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน ซึ่งคุณอาจสงสัยว่าสาเหตุมาจากการดื่มชาหรือเปล่า? คำตอบก็คือ ใช่แล้วค่ะ เนื่องจากในชาก็มีคาเฟอีนอยู่มากพอสมควร มันจึงออกฤทธิ์ได้ไม่ต่างจากกาแฟเลยนั่นเอง ดังนั้น หากอยากดื่มชาโดยไม่รบกวนการนอนหลับ แนะนำให้สาวๆ หลีกเลี่ยงการดื่มในตอนเย็นและก่อนนอนจะดีที่สุด หรือหากช่วงไหนดื่มชาบ่อยแล้วมีอาการนอนไม่หลับติดๆ กัน ควรงดดื่มชาในช่วงนั้นไปก่อนเพื่อให้ร่างกายได้ทำการปรับตัวได้เองตามธรรมชาติ อาการนอนไม่หลับก็จะค่อยๆ หายไปค่ะ

      โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

ดื่มชาเขียวแล้วท้องผูก
หลายคนดื่มชาเขียวแล้วมีอาการท้องผูก สาเหตุก็มาจากสารแทนนินที่มีอยู่ในชาเขียวซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการท้องผูกนั่นเอง และสารดังกล่าวยังทำหน้าที่ยับยั้งการดูดซึมสารอาหารสำคัญอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน เหล็กและโฟลิก เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันปัญหาท้องผูกตามมา แนะนำให้คุณหันมาดื่มชาเขียวแต่เพียงในปริมาณพอดี โดยดื่มวันละไม่ควรเกินกว่า 5 แก้ว ร่วมกับการดื่มน้ำให้มากๆ และกินอาหารที่มีกากใยสูง ก็จะช่วยปรับระบบขับถ่ายให้ทำงานคล่องตัวขึ้นได้แล้ว

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด
เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด
4.ไม่ควรดื่มน้ำชาพร้อมกับอาหาร เพราะในใบชาจะมีสารบางชนิดที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดไปใช้งานตามปกติได้

5.ในใบชาจะมีสารคาเฟอีนปริมาณสูง ซึ่งสูงกว่าเมล็ดกาแฟด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ การดื่มชา สารแทนนินจากน้ำชาก็จะช่วยป้องกันหรือช่วยลดการดูดซึมของคาเฟอีนในร่างกายได้ จึงทำให้การออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและสมองมีน้อยกว่าการดื่มกาแฟได้เป็นอย่างมากทีเดียว

6.การที่เรานำสารสกัดจากชาเขียวไปผสมกับอาหารอื่นๆ อย่างเช่น ขนมเค้กก็จะทำให้คุณค่าของชาเขียวลดประสิทธิภาพลง เพราะฉะนั้น หากต้องการให้ร่างกายได้รับสารสำคัญจากชาเขียวอยู่ดังเดิมก็ไม่ควรนำสารสกัดจากชาเขียวไปผ่านกระบวนการที่ต้องใช้ความร้อน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยรักษาคุณค่าของชาเขียวเอาไว้ดังเดิมได้แล้ว

อย่าลืมนะคะว่าหากต้องการดื่มชาเขียวเพื่อให้ได้ผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เราควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะช่วยให้ได้ลิ้มรสชาติของชาอย่างเต็มที่แล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากชา ในขณะที่การดื่มชาเขียวแบบสำเร็จรูป สารสำคัญจากชาบางส่วนก็จะถูกทำลายไปในระหว่างกระบวนการผลิตอย่างหมดสิ้นแล้ว สิ่งที่ร่างกายจะได้รับก็คงมีเพียงน้ำตาลปริมาณสูงที่นำมาซึ่งโรคต่างๆ ในอนาคตนั่นเอง

By1ADF8B

การดื่มชาเขียวญี่ปุ่น เพื่อลดน้ำหนักที่ดี ควรทำอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่น
ชาเขียวร้อนและเย็นไม่เหมือนกัน เพราะว่าการดื่มแบบร้อนจะได้สารคาเทชินอย่างเต็มที่ หากดื่มแบบเย็น จะทำให้ลดปริมาณสารคาเทชินจนเหลือน้อยมาก หากต้องการดื่มชาเขียวเพื่อลดน้ำหนัก ก็ควรหันมาดื่มแบบร้อนจะดีกว่า เรียกได้ว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แนะนำให้ดื่มตอนร้อนๆ ซึ่งการเลือกชาเขียว จะต้องเลือกให้ดี หากวันไหนได้ไปเลือกซื้อชาเขียว ก็ลองเลือกตัดสินใจซื้ออันที่ยี่ห้อดีเชื่อถือได้ บางยี่ห้อที่ทางญี่ปุ่นยกกระบวนการผลิตมาตั้งที่เมืองไทย ทำให้ราคาถูกลงกว่าการนำเข้า ทำให้ได้ชาเขียวที่ดี มีคุณภาพ ที่สำคัญราคาถูก และการดื่มชาจากธรรมชาติที่สดใหม่ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจะทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ที่สำคัญยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าอีกด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่น
หากต้องการลดน้ำหนักก็สามารถดื่มชาเขียวร้อน หรือใครอยากมีสุขภาพดีเหมือนคนญี่ปุ่น หันมาดื่มชาเขียวที่ไม่หวานนะ เพื่อสุขภาพที่ดีและบอกลาไขมันส่วนเกิน แต่ทางที่ดีควรจะควบคุมอาหาร ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และงดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ทานผักและผลไม้สด หันมาเลือกกินอาหารแคลอรีต่ำ และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะยิ่งช่วยได้มากขึ้น

By1ADF8B

ชาเขียว… ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ชาเขียวดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์
ชาเขียว” เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการผลิตชาเขียวในรูปแบบของเครื่องดื่มสำเร็จรูปกันอย่างแพร่หลายทำให้สะดวกต่อการบริโภค และด้วยรสชาติความอร่อยของชาเขียว แก้กระหายทำให้รู้สึกสดชื่น รวมไปถึงเทคนิคการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชาเขียว หรือข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียวที่มีต่อร่างกาย เช่น ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดความอ้วน และป้องกันโรคมะเร็ง เป็นต้น เป็นแรงจูงใจทำให้กระแสการบริโภคชาเขียวเพิ่มขึ้น แต่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม จึงควรทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

ชาเขียว ก็คือ ชา (Camellia sinensis) ที่ไม่ผ่านการหมัก เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว ทำให้ได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่และยังมีสีที่ค่อนข้างเขียวจึงเรียกว่า ชาเขียว สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียวได้แก่ กรดอะมิโน วิตามิน B, C, E สารในกลุ่มแซนทีนอัลคาลอยด์ (xanthine alkaloids) คือ คาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่เรียกว่า แคททีชิน (catechins) แคททีชินที่พบมากที่สุดในชาเขียวคือ สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารต่างๆ ที่พบในชาเขียวมีผลในการยับยั้งภาวะโรคต่างๆ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนว่าการดื่มชาเขียวมีประโยชน์ต่อร่างกาย หนึ่งในการศึกษาเกี่ยวกับการดื่มชาเขียวที่น่าสนใจคือ ผลที่ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ(1) จึงขอยกตัวอย่างงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับเรื่องนี้มาอธิบายให้เช้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
ชาเขียวดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์
แล้วชาเขียวในรูปแบบไหนล่ะ ที่ดื่มแล้วจะได้ประโยชน์สูงสุด?
ที่น่าสังเกตคือรูปแบบการบริโภคชาเขียวตั้งแต่สมัยโบราณเป็นการบริโภคในรูปแบบการชงชาดื่มเองและไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ดังนั้นการดื่มชาเขียวที่ชงเองนอกจากจะได้รับรสชาติและกลิ่นหอมแท้จากชาเขียวแล้วยังได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปซึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและมีปริมาณชาเขียวที่เจือจาง ชาเขียวร้อน 1 ถ้วยมี EGCG ประมาณ 100 – 200 มก. จากข้อมูลงานวิจัยความเป็นพิษของชาเขียวที่กล่าวไว้เบื้องต้น ในแต่ละวันจึงไม่ควรดื่มเกิน 10 – 12 ถ้วย ทั้งนี้ชาเขียวยังมีคาเฟอีน การดื่มในปริมาณสูงอาจส่งผลให้นอนไม่หลับได้ ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสมโดยการชงใบชา 1 – 2 ช้อนชาในน้ำร้อน วันละ 3 ถ้วย ในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย (7)

ชาเขียวดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์
สำหรับเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูปจะมีปริมาณใบชาที่น้อยมากจึงมีสารสำคัญน้อย ถ้าจะดื่มเพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากสารโพลีฟีนอล EGCG อาจจะต้องดื่มหลายขวดต่อวัน ซึ่งแทนที่จะได้ประโยชน์อาจทำให้เสียสุขภาพเนื่องจากร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลที่เป็นส่วนผสมในชาเขียวสำเร็จรูปนั้นสูงเกินไป จึงไม่ควรดื่มชาเขียวสำเร็จรูปบ่อยจนเกินไป ดื่มเพื่อดับกระหายเพียง 1 – 2 ครั้งต่อวัน และไม่ควรดื่มติดต่อกันทุกวัน

ชาเขียวดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์
หรือเลือกรับประทานทีกรีน 97 (120 แคปซูล) ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากชาเขียวจากแหล่งใบชาเขียวที่ดีที่สุดในมณฑลเจ๋อเจียงประเทศจีน ใช้วิธีการเก็บและสกัดที่เฉพาะเพื่อให้ได้สารสำคัญ-โพลีฟีนอลในปริมาณสูง ที่สุดถึง 97% และปราศจากคาเฟอีน เพียงรับประทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 แคปซูลจะได้ปริมาณสารสำคัญและประโยชน์จากสารโพลีฟีนอล EGCG ที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

By1ADF8B

สารอาหารสำคัญจากชาเขียว

สารอาหารสำคัญจากชาเขียว
สารอาหารสำคัญจากชาเขียว
สารอาหารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว ได้แก่ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี กรดอะมิโน และสารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งสารเหล่านี้คือสารที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และยังมีสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกกันว่า คาเทชิน

ซึ่งสารคาเทชินนั้นสามารถแยกออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ gallocatechin (GC), epicatechin (EC), epigallocatechin (EGC), epicatechin gallate (ECG), และ epigallocatechin gallate (EGCG) ซึ่งสามารถพบสารคาเทชินได้มากและมีฤทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดในชาเขียว ที่เราเรียกกันว่า สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลป์เลตที่เป็นสารที่มีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

By1ADF8B

10 ข้อสงสัย กินชาดีไหม อันตรายกับร่างกายหรือเปล่า

กินชาเขียว ชาเย็น ทุกวันอันตรายไหม มาตอบทุกข้อสงสัยเรื่องประโยชน์และโทษของการดื่มชาให้เคลียร์กันไปเลย
คนที่ดื่มชาเขียวนมทุกวัน หรือดื่มชาเย็นทุกวันคงใจคอไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร เพราะมีหลายกระแสออกมาเตือนถึงโทษของการดื่มชามากเกินไปอยู่ไม่น้อย งั้นเพื่อความสบายใจของคนชอบดื่มชา วันนี้เราจะมาตอบทุกปัญหาให้รู้ชัดกันไปเลยค่ะว่า ดื่มชาเขียวนมทุกวันเป็นอันตรายกับสุขภาพไหม หรือดื่มชามากไปจะมีโทษอย่างไรบ้าง
กินชาดีไหม
ภาพจาก unsplash

1. กินชาดีไหม มาดูประโยชน์ของการดื่มชากัน

ประโยชน์ของชาต่อสุขภาพมีอยู่หลายข้อด้วยกัน เนื่องด้วยในน้ำชามีทั้งวิตามิน B, C, E กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ที่เรียกว่าคาเทซินอย่างสารสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) หรือ EGCG ซึ่งมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิด รวมทั้งคาเทชินในใบชายังมีส่วนช่วยลดความอ้วนได้ โดยเฉพาะคาเทชินในชาเขียวที่มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่ามีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคชาให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุดนั้นควรต้องดื่มอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ

2. กินชามากไป มีโทษอะไรบ้าง

การดื่มชามากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ อย่างงานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ที่พบว่า การดื่มชาดำเย็นมาก ๆ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน เนื่องจากในชาดำมีสารออกซาเลทเป็นจำนวนมาก การดื่มชาดำเป็นประจำจะทำให้สารออกซาเลทตกค้างอยู่ในร่างกายและก่อให้เกิดนิ่วในไตได้ ยิ่งหากคุณมีประวัติว่าเคยเป็นนิ่วมาก่อนยิ่งต้องระวังให้ดี

นอกจากนี้ยังมีรายงานที่พบว่า หนูทดลองที่ดื่มชาเขียวในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ติดต่อกัน 5 วัน มีภาวะตับถูกทำลายลงเล็กน้อย และจะเกิดภาวะตับเป็นพิษเมื่อดื่มชาเขียวในขณะที่เป็นไข้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การดื่มชาในระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ และบริโภคในปริมาณที่สูง อาจส่งผลให้ตับถูกทำลายได้

ขณะที่ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เตือนมาว่า ผู้ที่ท้องอืดบ่อย ๆ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และคนที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชา เพราะจะยิ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น รวมทั้งคนที่เป็นโรคไตก็ไม่ควรดื่ม

กินชาดีไหม

3. กินชาเย็น/ชาเขียวทุกวันเป็นอันตรายไหม

อย่างที่ได้รู้กันไปว่าในใบชามีสารออกซาเลทจำนวนมาก ดังนั้นหากเราดื่มชาเขียวนมทุกวัน หรือดื่มชานมทุกวัน โอกาสที่สารออกซาเลทจะสะสมจนก่ออาการอุดตันในไต หรือทำให้เกิดโรคนิ่วในไตก็อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้ง ผศ. ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังเตือนว่า การดื่มชานม กาแฟเย็น หรือชาเขียวทุกวันอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดื่มชาเย็น ชาไข่มุกในปริมาณมาก บางคนดื่มกันวันละ 3 แก้ว ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินเกินจำเป็นอีกต่างหาก

4. กินชาเขียวแช่เย็นมีโทษไหม

อาจารย์สง่า ดามาพงศ์ นักโภชนาการ ได้เคยให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเย็นจะทำให้เกิดโรคได้ ทว่าก็ยังไม่มีผลวิจัยใด ๆ ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวจะสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในคนได้เช่นกัน แม้ที่ยอดใบชาจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ป้องกันการเกิดมะเร็งได้จริงก็ตาม

นอกจากนี้ นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ธรรมชาติบำบัด ก็พูดถึงเรื่องการดื่มชาเขียวไว้ว่า การกินชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระจริง ๆ จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่น และต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก แต่สำหรับการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบัน เป็นชาเขียวที่เจือจาง และยังปรุงรสแต่งกลิ่นด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ ก็อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้นจะดื่มร้อนหรือเย็นก็ไม่ต่างกัน

5. ดื่มชาแล้วใจสั่น อาการนี้อันตรายไหม

ไม่ใช่แค่กาเฟที่มีคาเฟอีน เพราะฐานข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรสหรัฐอเมริกาเผยว่า ชาเขียวร้อนมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 25 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์หรือเท่ากับ 236.6 มิลลิลิตร และชาดำร้อนมีคาเฟอีน 47 มิลลิกรัมต่อปริมาณชาดำ 8 ออนซ์ ในขณะที่ชาร้อนสำเร็จรูปจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 26 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์ ซึ่งเผลอ ๆ ในใบชาอาจจะมีคาเฟอีนที่มากกว่ากาแฟอีกก็เป็นได้นะคะ

ดังนั้นสำหรับบางคนที่ดื่มชาแล้วใจสั่น ก็อาจเป็นเพราะคาเฟอีนที่แฝงอยู่ในชานี่เอง ยิ่งกับคนที่มีภาวะเครียด อ่อนเพลีย หรืออยู่ในภาวะร่างกายขาดน้ำ ก็อาจโดนคาเฟอีนเล่นงานเอาได้ง่ายกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น หรือเวียนศีรษะแปลก ๆ ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นอาการที่ร้ายแรงอะไร เพียงแต่ทางที่ดีควรจะดื่มน้ำเปล่าตามไปให้มาก ๆ หรือจะงดดื่มชากาแฟไปก่อนก็ได้ ทว่าเมื่อไรที่มีอาการใจสั่นร่วมกับอาการหน้ามืด หมดสติ แน่นหน้าอก หรือหอบเหนื่อยกว่าปกติ แบบนี้ควรต้องรีบไปพบแพทย์เพราะอาจมีโรคหัวใจรุนแรงซ่อนอยู่

กินชาดีไหม
ภาพจาก unsplash

6. ดื่มชาแล้วนอนไม่หลับ ทำไงดี

สำหรับคนที่มักจะมีอาการนอนไม่หลับ แล้วคิดว่าต้นเหตุคือชาที่ดื่มเข้าไป บอกเลยว่าคุณคิดถูกแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าในชาก็มีคาเฟอีนอยู่ไม่น้อยเลย ดังนั้นหากไม่อยากกินชาแล้วนอนไม่หลับ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มชาในช่วงเย็น หรือจะงดดื่มชาไปก่อนสักระยะ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเวลานอนหลับก่อนก็ได้

7. กินชาเขียวตอนไหนดี ถึงจะได้ความเฮลธ์ตี้เต็มแม็กซ์

การดื่มชาเพื่อสุขภาพควรต้องดื่มหลังรับประทานอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ชากระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารจำพวกวิตามินเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายขึ้น ทว่าเพื่อผลผระโยชน์สูงสุดก็ควรดื่มชาเขียวหลังมื้ออาหารเช้าจะดีกว่านะคะ เพราะหากดื่มหลังมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็น อาจทำให้นอนตาค้างเนื่องจากผลกระทบของคาเฟอีนได้

อ้อ ! และขอฝากวิธีดื่มชาเขียวที่ถูกต้องเอาไว้อีกสักนิด นั่นก็คือควรดื่มชาเขียวชงร้อนด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้เราจำกัดปริมาณน้ำตาลได้ อีกทั้งการดื่มชาเขียวร้อนยังจะช่วยให้ประสิทธิภาพของชาเขียวไม่ถูกเจือจางไปกับน้ำแข็งอีกด้วยค่ะ แค่หากใครอยากดื่มชาเขียวเย็นก็ได้ เพียงแต่ว่าขอเป็นชาเขียวชงเองแล้วแช่เย็นไว้ และดื่มแบบไม่ใส่น้ำแข็งเป็นพอ นอกจากนี้หากจะชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ก็แนะนำให้บีบมะนาวลงไประหว่างชงชาด้วยนะคะ

กินชาดีไหม

8. กินชาเขียวลดน้ำหนักต้องทำยังไง

ในชาเขียวมีคาเทชินซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย ซึ่งก็ช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่หากอยากดื่มชาเขียวลดน้ำหนักอย่างจริง ๆ จัง ๆ แนะนำให้ทำตามวิธีด้านล่างนี้

– ชาเขียว ช่วยลดน้ำหนักได้ ถ้าดื่มด้วยวิธีนี้ …

ดื่มแบบร้อนเท่านั้น

ถึงแม้ว่าชาเขียวเย็นจะมีขายกันเต็มไปหมด แต่รู้ไว้เถอะว่าชาเขียวร้อนและเย็นไม่เหมือนกันหรอกนะคะ ก็ในชาเขียวเย็นที่ใส่น้ำแข็งจะมีน้ำมากกว่าชาเขียวร้อนน่ะสิ โดยน้ำเหล่านั้นก็มาจากน้ำแข็งที่ละลาย ซึ่งมันจะเจือจางและทำให้ประสิทธิภาพของชาเขียวถูกลดลงไป ฉะนั้นถ้าอยากดื่มชาเขียวเพื่อลดน้ำหนัก ก็หันมาดื่มแบบร้อนกันดีกว่า


เลือกชายี่ห้อดี

หากวันไหนได้ไปเลือกซื้อชาเขียวที่ซูเปอร์มาเก็ต ก็ลองเลือกตัดสินใจซื้ออันที่ยี่ห้อดีเชื่อถือได้จะดีกว่า เพราะคุณจะได้ชาเขียวที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้คุณได้ดื่มชาจากธรรมชาติที่สดใหม่ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ที่สำคัญยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าอีกด้วย


บีบน้ำมะนาวผสมลงไป

แทนที่จะดื่มชาเขียวเพียว ๆ ก็ลองหยดน้ำมะนาวเล็กน้อยผสมลงไปด้วยสิ เพราะมันจะช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกแรงหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษจากร่างกายและลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย


เลือกชาเขียวที่ไม่เก็บไว้นานเกินไป

ชาเขียวก็เหมือนอาหารอื่น ๆ นั่นแหละค่ะ คือถ้าเลือกแบบสด ๆ ไม่เก็บไว้นานได้ ก็จะดีต่อสุขภาพร่างกาย ฉะนั้นเวลาซื้อชาเขียวมาจากซูเปอร์มาเก็ต ก็ให้ลองตรวจเช็คดูวันที่ผลิตและหมดอายุให้เรียบร้อย และไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป ไม่อย่างนั้นคุณภาพชาเขียวที่ได้ดื่มก็อาจจะแย่ลงและไม่ได้ประสิทธิภาพดีอย่างที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ยังมีชาอีกหลายชนิดที่ช่วยลดความอ้วนได้ ดังต่อไปนี้ค่ะ

– 5 ชาชั้นดี ช่วยเบิร์นแคลอรี ลดความอ้วนได้ด้วย

ชาโป๊ยกั๊ก

ชาโป๊ยกั๊ก

ชาโป๊ยกั๊ก หรือโป๊ยกั๊กที่เป็นเครื่องเทศในผงพะโล้ มีส่วนช่วยในระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง อาเจียน และช่วยย่อยอาหารย่อยยาก ปรับการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ ระบบเผาผลาญพลังงานก็จะทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นนั่นเอง

โดยผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้ต้มชาโป๊ยกั๊กในน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง นานประมาณ 10 นาที จากนั้นก็กรองน้ำชาออกมาดื่ม จะเติมความหวานเพิ่มรสชาติหรือไม่เติมก็ได้ แล้วก็จิบทีละนิดเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้

ชาเปปเปอร์มินต์

ชาเปปเปอร์มินต์

ชาเปปเปอร์มิ้นต์ก็มีคุณสมบัติช่วยเร่งการย่อยอาหารให้เร็วขึ้น ทำให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉง สดชื่น อีกทั้งยังช่วยให้คุณเบิร์นแคลอรี่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดความอยากอาหารให้เราได้อีกอย่าง เพียงแค่คุณต้มใบชาเปปเปอร์มินต์ แห้งหรือสดก็ได้ กับน้ำร้อนสัก 5 นาที กรองแล้วก็นำมาดื่ม จะเติมน้ำผึ้งเพิ่มความหอมหวานด้วยก็ได้นะจ๊ะ

ชาเขียว

ชาเขียว

ประโยชน์ของชาเขียวไม่ได้แค่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความเจ๋งตรงที่ช่วยเบิร์นแคลอรี่ให้ร่างกายเราได้ถึง 70 กิโลแคลอรี่ต่อวันเลยทีเดียว ด้วยสาร EGCG ที่นักวิจัยค้นพบว่ามีอยู่ในชาเขียวนั่นเอง ที่ช่วยเร่งระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายของเรา รวมทั้งในชาเขียว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัว เรียกได้ว่าดื่มชาเขียวที่ต้มด้วยน้ำอุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียสทุกวัน ก็สวยได้เลยล่ะ

ชากุหลาบ

ชากุหลาบ

ใบกุหลาบและยอดใบชาที่ผสมกันจนเป็นชากุหลาบ ถือว่าเป็นสุดยอดชาที่ช่วยบำบัดอาการติดขัดต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ ทั้งช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ช่วยลดการอักเสบของผิว และยังช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย เนื่องจากในชากุหลาบอุดมไปด้วยวิตามิน A, B3, C, D และ E ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลผิวพรรณ รวมทั้งมีสารที่ช่วยเบิร์นไขมัน ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นด้วยจ้า

ชาอูหลง

ชาอูหลง

ชาอูหลงเป็นสุดยอดชาลดความอ้วนเลยก็ว่าได้ เพราะมีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลและไขมันมากกว่าชาเขียว และมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าอีกต่างหาก แต่สำหรับคนที่ต้องการดื่มชาเพื่อลดความอ้วน แนะนำให้ดื่มชาอูหลงปริมาณ 2 แก้วต่อวัน โดยต้มใบชาอูหลงกับน้ำร้อนจัดประมาณ 5 วินาที ถึง 3 นาทีโดยประมาณ
9. กินชาเขียวลดสิวได้จริงไหม

แม้ว่าชาและกาแฟจะเป็นเครื่องดื่มที่คนเป็นสิวควรเลี่ยงให้ไกล แต่ชาเขียวอุ่น ๆ เป็นข้อยกเว้นค่ะ ด้วยสรรพคุณของสารโพลีฟีนอลที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิวหนัง และสารในชาเขียวที่ช่วยขับสารพิษในร่างกาย สองแรงแข็งขันแบบนี้ สิวที่ผุดอยู่บนใบหน้าก็จะกระจายตัวหายไปในที่สุด

10. กินชาเขียวแล้วท้องผูก เกิดจากอะไร

ประเด็นนี้อาจเกิดจากสารแทนนินที่อยู่ในชาเขียว ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ท้องผูก รวมทั้งยังยับยั้งการดูดซึมสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก และโฟลิก ดังนั้นเพื่อสุขภาพระบบขับถ่ายที่ดี แนะนำให้ดื่มชาเขียวในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 5 แก้วต่อวัน) พร้อมทั้งรับประทานผักผลไม้และน้ำเปล่ามาก ๆ ด้วย

ยังคงยืนยันคำเดิมว่าอาหารและเครื่องดื่มแทบทุกชนิดมีทั้งคุณและโทษด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งเพื่อสุขพลานามัยที่ดีของตัวเราเองก็ควรเดินทางสายกลาง จิบชาอย่างพอเหมาะและดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่า โดยเฉพาะใครที่ไม่อยากอ้วน แนะนำให้จำกัดการดื่มชาเย็นหรือดื่มชาเขียวนมด้วยนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เฟซบุ๊ก สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ