Author Archive 1ADF8B

By1ADF8B

ใครจะรู้ว่าต้นกำเนิดชาเขียวจริงๆมาจากจีนไม่ใช่ญี่ปุ่น

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ชาวจีนนิยมมากกว่า 4 พันปีมาแล้ว ในตำราแพทย์แผนโบราณของจีน ชามีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ช่วยย่อยอาหาร ล้างสารพิษ และเชื่อกันว่ามีฤทธิ์เป็นยาอายุวัฒนะ ชามีหลายชนิด แต่สามารถจัดออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ชาดำและชาเขียว ข้อแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่มนี้ คือ การหมัก ซึ่งรสชาติของชาดำนั้นจะเข้มข้นกว่าชาเขียว แต่ชาเขียวมีสารสำคัญซึ่งไม่ได้เปลี่ยนไปในขบวนการหมักชา และมีคุณภาพมากกว่าชาดำ สารสำคัญในชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจได้หลายอย่าง ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ชาเขียวยังมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้นกำเนิดชาเขียวของจีน

ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอม คนจึงนิยมดื่มกันอย่างแพร่หลายไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือ ชาวยุโรป ชาที่นิยมดื่มในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ชาจีน ชาเขียว และชาฝรั่ง ซึ่งชาแต่ละชนิดจะต่างกันตรงกรรมวิธีในการผลิต แต่ชาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากก็คือชาเขียว ซึ่งเป็นชาที่ไม่ผ่านการหมัก ทำให้ไม่สูญเสียส่วนประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพไปในระหว่างการหมักเหมือนชาฝรั่ง ชาเขียวได้จากการทำใบชาให้แห้งที่อุณหภูมิสูงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ใบชาแห้งยังคงมีสีเขียวและมีคุณภาพเช่นเดียวกับใบชาสด ซึ่งเมื่อชงน้ำร้อนแล้วจะได้น้ำชาสีเขียวหรือเหลืองอมเขียว ไม่มีกลิ่น มีรสฝาดกว่าชาจีน นิยมแต่งกลิ่นด้วยพืชหอมเช่น มะลิ บัวหลวง เป็นต้น

ชาชนิดต่างๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้นกำเนิดชาเขียวของจีน

มนุษย์รู้จักดื่มชาเมื่อประมาณ 2737 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต้นชามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis กําเนิดของต้นชามาจากประเทศจีน พันธุ์ชามีมากกว่า 2,000 พันธุ์ ใบชาจากต้นเดียวกันสามารถแบ่งชนิดของชาได้ตามกรรมวิธีในการผลิต

ชาเขียว (Green tea)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาเขียว (Green tea)

  • ใบของชามีสีเขียว ใบแห้งทําโดยการนําชาสดคั่วหรืออบไอน้ำเพื่อทําลายเอนไซม์และป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารโพลีฟีนอล เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีเขียว ชาเขียวชาเป็นพืชในตระกูล Camellia sinensisนิยมชงดื่มมาหลายชั่วอายุคนชาเขียวได้รับความสนใจไปทั่วโลก
  • ชาเขียวเป็นชาที่นิยมดื่มในจีนและญี่ปุ่นทำได้โดยการเอาใบชาสดที่เก็บได้มาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปนักโดยใช้มือคลึงเบาๆก่อนแห้งหรือนำใบชาอ่อนที่ได้มาผ่านไอน้ำหรืออบด้วยความร้อนทันทีเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์จึงได้ใบชาจึงมีความสดและยังมีสีเขียวอยู่มาก
  • ชาเขียวที่มีคุณภาพดีได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สองที่เก็บจากยอดเรียกว่า”บู๋อี๋”ใบชาใบคู่ที่สามและคู่ที่สี่จากยอดจะให้ชาชั้นสองเรียกว่า”อันเคย”ส่วนใบชาคู่ที่ห้าและคู่ที่หกจากปลายยอดจะให้ชาชั้นเลวเรียกว่า”ล่ำก๋อง”เมื่อชงดื่มจะได้น้ำชาที่มีสีเหลืองอ่อนหรือเขียวและมีกลิ่นหอม
  • ชาเขียวแบ่งตามลักษณะการนำมาบริโภคได้เป็น 2 ประเภทคือ “ชาคอ” (breast tea) ที่ดื่มแล้วจะรู้สึกชุ่มคอ และ “ชากลิ่น”(scented tea) ที่มีกลิ่นหอม เนื่องจากอบด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ เช่น ดอกมะลิ ดอกประยงค์

ชาขาว (White tea)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาขาว (White tea)

  • ใบของชามีสีเขียวอ่อน ปกคลุมด้วยขนขาวๆ ใบจะตากแห้งโดยใช้แสงแดด เมื่อชงชาแล้วจะได้ชาที่มีสีซีดมาก
  • ชาขาวเป็นใบชาที่ได้จากเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่มีขนสีขาวปกคลุมอยู่ ก่อนนำมาผ่านกรรมวิธีเดียวกันกับชาเขียว

ชาแดง (ชากึ่งหมัก ,ชาอู่หลง)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาแดง (ชากึ่งหมัก ,ชาอู่หลง)

  • ชาประเภทนี้จะมีการผึ่งใบชาให้แห้งจนได้ที่แล้วนำมานวดเพื่อให้ผิวนอกของใบช้ำ ซึ่งเป็นการกระตุ้นสารแทนนินที่อยู่ภายใน ทำให้ใบชามีสีเข้ม และมีรสฝาดขม จากนั้นนำไปหมัก หรือทำปฏิกิริยากับออกซิเจน 10-80% บางตำราจึงจัดเป็น “ชาดำ” ประเภทหนึ่ง บางตำราจัดแยกออกเป็นชาอีกประเภทหนึ่ง
  • ชาแดง เป็นใบของชาเขียวได้ผ่านกระบวนการออกซิเดชันหรือการหมัก จนได้เป็นใบชาสีเข้ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีออกน้ำตาลแดง

ชาดำ (ชาฝรั่ง)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาดำ (ชาฝรั่ง)

  • เตรียมได้โดยการเอาใบชาที่เก็บมาได้ เอามากองสุมไว้ เพื่อให้เกิดการหมัก 100%ขณะที่หมักจะมีการบดหรือขยี้ใบชาเพื่อช่วยเร่งการหมักให้เร็วขึ้นในขั้นตอนของการหมักนี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารสำคัญในใบชาเมื่อหมักจนได้ที่ตามที่ต้องการแล้วก็จะนำไปทำให้แห้งใบชาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเนื่องจากสารสีบางชนิดที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักโดยการใช้ความร้อนที่พอเหมาะเนื่องจากผ่านกระบวนการหมักซึ่งเป็นกระบวนการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจึงมีผลให้ใบชาสูญเสียสารสำคัญไปจึงมีประโยชน์ในการป้องกันและบำบัดโรคไม่ดีเท่าชาเขียว
  • ชาดํา เป็นใบของชาเขียว ผ่านกระบวนการหมักเต็มที่ทําให้ใบออกสีดําเข้ม ใบทําให้แห้งโดยการใช้เครื่องอบ เครื่องดื่มที่ได้จะออกสีแดงเข้มจนดูดํา

ชาอูลองเขียว (Green oolong)

  • ใบของชาเขียวถูกออกซิไดซ์ร้อยละ 15-20 ก่อนเข้าเครื่องอบแห้ง เครื่องดื่มที่ได้จะมีสีเขียวทอง

ชาอูลองแดง (Red oolong)

  • ใบของชาเขียวถูกออกซิไดซ์ร้อยละ 15-20 ก่อนเข้าเครื่องอบแห้ง เครื่องดื่มที่ได้จะมีสีออกน้ำตาลแดงเข้ม

ชากลิ่น (Scented tea)

  • เพิ่มกลิ่นโดยการเติมดอกไม้ ผลไม้ ชากลิ่นมักใช้ใบชาที่มีคุณภาพต่ำมาแต่งกลิ่นลงไป โดยนิยมใช้ชาดํา ยกเว้นชากลิ่นมะลิ

ชาจากเมล็ดกัวรานา (Guarana Tea)

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

  • สารสกัดจากเมล็ดกัวราน่านั้น นิยมใช้เป็นประโยชน์มานานแล้ว โดยเฉพาะในแถบประเทศแอฟฟริกาและอเมริกาใต้ โดยเน้นในเรื่องของการให้ผลในการกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า จากสารสำคัญที่มีอยู่ในเมล็ดกัวราน่า และสารสำคัญชนิดนี้เป็นสารสำคัญที่นอกจากจะให้ผลในการกระตุ้นร่างกายของเราให้กระปรี้กระเปร่าแล้ว สารสำคัญดังกล่าวยังให้ผลในการช่วยขับสารพิษตกค้างในร่างกาย ทั้งในระบบทางเดินอาหารและระบบไหลเวียนโลหิต จะพบว่าโปรแกรมในการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกายส่วนใหญ่แล้วจะต้องมีสารสกัดจากกัวราน่าอยู่ในโปรแกรมเสมอ

ชาสกัด

  • เป็นที่ทราบกันดีว่าสารโพลีฟีนอลในชาเขียวสามารถป้องกันโรคได้หลายโรค แต่เนื่องจากปริมาณของโพลีฟีนอลต่อชาหนึ่งถ้วยมีไม่มากนัก การจะบริโภคถึง 10ถ้วยอาจปฏิบัติได้ยากทางอุตสาหกรรมอาหารจึงได้คิดค้นวิธีการสกัดเพื่อให้ได้สารสําคัญมากขึ้นและบริโภคได้สะดวกขึ้น
  • สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารสําคัญที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จึงมีการนําสารสกัดจากธรรมชาติเติมในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ซีเรียล, เค้ก, ขนมปังกรอบ, เนื้อหมู, ไก่, เนื้อวัว, น้ำมันพืช, น้ำมันตับปลา, เนื้อปลา, ไขมันสัตว์, ผลิตภัณฑ์นม, บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป, ลูกอม, ไอศกรีม, ของขบเคี้ยว, ขนมไหว้พระจันทร์ เป็นต้น
  • ส่วนของใช้ที่นําชาเขียวสกัดมาเติม ได้แก่ ยาสีฟัน, น้ำยาบ้วนปาก, หมากฝรั่ง, สเปรย์ดับกลิ่นปาก, แชมพู, ครีมทาผิว, น้ำหอม, ครีมทาผิวผสมสารต้านรังสีอุลตราไวโอเล็ต, ผ้าอนามัย, เสื้อผ้า, ถุงเท้า เป็นต้น

ส่วนประกอบของชาเขียว

ใบชาสด ประกอบด้วย 75-78% (dry matter 22-25%) ใบชาแห้งมีสารอินทรีย์ 93-96% สารอนินทรีย์ 4-7% สารอินทรีย์ ได้แก่ โปรตีน 20-30% กรดอะมิโน 1-4% (theanine) อัลคาลอยด์ 3-5% (caffeine) โปลีฟีนอล 20-35% (catechin) คาร์โบไฮเดรต 20-25% (polysaccharide) กรดอินทรีย์ 3% (oxalic, malic, citric) ไขมัน 8% เม็ดสี 1% สารประกอบกลิ่น 0.005-0.03% วิตามิน 0.6-1% สารอนินทรีย์ ได้แก่ โปตัสเซียม 1.76% แคลเซียม 0.41% ฟอสฟอรัส 0.32% แมกนีเซียม 0.22% เหล็ก 0.15% แมงกานีส 0.12% ซัลเฟอร์ 0.088% อลูมิเนียม 0.069% โซเดียม 0.03% ซิลิกอน 0.024% สังกะสี 0.003% ทองแดง 0.002% เป็นต้น

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้กับประวัติที่ทำให้คุณต้องตะลึง

maruzen japanese green tea

 

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ คงบอกไม่ได้เลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก แล้วมักจะเรียกชาเขียว ติดปากกันว่า มัทฉะ Matcha ( 抹茶 ) ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้วเราเข้าใจกันผิดเล็กน้อย เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นคำว่าชาเขียว คือ Ryokucha ( 緑茶 ) หรือในภาษาอังกฤษ คือ green tea  ส่วน Matcha จริงๆแล้วคือ ชาเขียวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผงสีเขียว โดยผ่านขั้นตอนและการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อทำให้มีรสชาติ หวานหอมอร่อยเป็นพิเศษ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ มัทฉะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าตา มัทฉะ (Matcha) ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ของมารูเซน

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (Green tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก  กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากการหยุดการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase ที่อยู่ในใบชาสดโดยการอบด้วยไอน้ำ (steaming) เพื่อทำให้เอนไซม์ polyphenol oxidase ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยา oxidation และ polymerization ของ polyphenols ที่อยู่ในใบชาได้ เสร็จแล้วนำไปนวด (rolling) เพื่อทำให้เซลล์แตกและนวดเพื่อให้ใบชาม้วนตัว จากนั้นนำไปอบแห้ง สีของน้ำชาจึงมีสีเขียว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผนผังแสดงกระบวนการผลิตชาที่แตกต่างกันไปตามชนิดของชาแผนผังแสดงกระบวนการผลิตชาที่แตกต่างกันไปตามชนิดของชา

หากเอ่ยถึง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในประเทศญี่ปุ่น  แน่นอนว่าเราต้องนึกถึง จังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกชาเขียวมากที่สุด โดย 45% ของชาเขียวซึ่งดื่มกันในญี่ปุ่นนั้นมาจากที่นี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่นมาจากจังหวัด shizuoka

ชาเขียวสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  • มัทฉะ ( Matcha ) คือ ชาเขียวผงละเอียด ที่เอาใบชามาบดด้วยโม่หินให้เกิดความร้อนน้อยที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพและสารอาหาร แล้วเอามาละลายน้ำ
  • เซนฉะ ( Sencha ) คือ ชาเขียวเป็นใบๆ แล้วเอามาชงกับน้ำ
  • เกนไมฉะ ( Genmaicha ) คือ ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่วญี่ปุ่น ทำให้มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ร้านอาหารนิยมเสิร์ฟชาแบบนี้รูปภาพที่เกี่ยวข้องGenmaicha ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่วญี่ปุ่น ทำให้มีกลิ่นหอม และได้รสชาติจากข้่าวคั่ว

ชาเขียว ถือว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของญี่ปุ่น แต่ที่น่าสนใจ คือ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถังของจีน (ค.ศ.618-907) โดยพระญี่ปุ่นที่เดินทางกลับมาจากศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศจีน นำเมล็ดพันธุ์ชาจากประเทศจีนมาเพาะพันธุ์ในวัดที่ญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงแรกที่ญี่ปุ่นผลิตใบชามาเป็นยารักษาโรค และผลิตใบชาได้น้อย ทำให้ชากลายเป็นสินค้าราคาสูง สามัญชนไม่สามารถซื้อหาได้ จึงทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาจำกัดวงอยู่แค่ในวัดและพระราชวังเท่านั้น
ต่อมาชาเริ่มเปลี่ยนฐานะจากยารักษาโรคมาเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสุนทรีของบรรดาขุนนางและชนชั้นสูง จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 วัฒนธรรมการดื่มชาแบบนี้ก็ค่อยๆ แพร่ขยายออกไป จนเป็นที่นิยมในหมู่ซามูไร นักบวช และคนทั่วไป จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการดื่มชา หรือที่รู้จักกัน คือ พิธีชงชาญี่ปุ่น นั่นเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยอดใบชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ยอดใบชาเขียวญี่ปุ่นแท้

พิธีชงชาญี่ปุ่น (茶道 Chado) เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีน่าสนใจมาก โดยรูปแบบการจัดพิธีชงชา มักจัดในห้องพิธีภายในบ้าน โดยผู้ชงจะใส่มัทฉะ (matcha : ผงชาสีเขียว) ลงในถ้วยชาและตักน้ำร้อนหม้อต้มมาใส่ คนด้วยฉะเซน (chasen : ไม้คนชา) จนแตกฟอง เมื่อได้ที่ก็จะยกถ้วยชาขึ้นหมุนประมาณ 3 ครั้งแล้ววางไว้ด้านหน้าผู้ดื่ม

พิธีชงชา (茶道)

พิธีชงชา (茶道)

ในพิธีชงชา จะเน้นเรื่อง ความสงบ เรียบง่าย การให้เกียรติ และไม่มีการแบ่งชนชั้น รวมไปถึงการแสดงความผูกพันระหว่างเจ้าบ้าน กับผู้มาเยือนเพื่อให้เข้าถึงจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น สังเกตได้จาก ก่อนเข้าบ้าน จะต้องมีการชมสวนก่อน เพื่อให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย แล้วค่อยผ่านช่องสี่เหลี่ยม ที่เข้าได้ด้วยการก้มหัวหรือคลานเข้ามา ซึ่งบ่งบอกถึงการไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ ทุกคนเท่ากันหมด ทั้งหมดนี่เป็นการทำจิตใจให้นิ่งสงบ และบริสุทธิ์ ตามหลักของศาสนาพุทธ นิกายเซน

พีธีชงชาเขียวญี่ปุ่น

พีธีชงชาเขียวญี่ปุ่น

วิธีดื่มชาในพิธีชงชา จะเริ่มจากการยกถ้วยชาขึ้นมา ด้วยมือขวาและวางลงบนฝ่ามือข้างซ้าย หมุนถ้วยชาเข้าหาตัวหลังจากดื่มเสร็จแล้วใช้ปลายนิ้วเช็ดขอบถ้วยชา และใช้ไคชิ (kaishi : กระดาษรองขนม) เช็ดนิ้ว แต่องค์ประกอบที่สำคัญของพิธีชงชาไม่ใช้แค่การชงและการดื่มชา สิ่งสำคัญอยู่ที่การชื่นชมคุณค่าและความงามของสิ่งต่างๆ เช่น ถ้วยชาเครื่องใช้ในพิธีชงชา ชื่นชมความงามของบรรยากาศรอบๆตัวและการสื่อประสานใจระหว่างเจ้าบ้านและแขก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดื่มชา ไคชิ

นิยมดื่มชาพร้อมขนมทานเล่นที่วางบนไคชิ (กระดาษรองขนม)

ส่วนในประทศไทย ชาได้เข้ามามีบทบาทตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ที่มีหลักฐานเด่นชัด จะอยู่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากจดหมายเหตุลาลูแบร์ โดย มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ อัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ได้กล่าวไว้ว่า คนไทยได้รู้จักการดื่มชาแล้ว โดยนิยมชงชาเพื่อรับแขก การดื่มชาของคนไทยสมัยนั้นดื่มแบบชาจีนไม่ใส่น้ำตาล

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เมืองไทยก็สามารถปลูกชาได้ และทางญี่ปุ่นก็มีความสนใจเป็นอย่างมาก กับไร่ชาบุญรอด ที่ singha park chiang rai

ในปัจจุบันทางบริษัทชาเขียวในญี่ปุ่น เริ่มที่จะขยายตลาดออกมาสู่เอเชียมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ มารูเซ็น (MARUZEN) ได้มาร่วมลงทุนกับบริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ภายใต้ชื่อ MARUZEN FOODS (Thailand) CO.,LTD ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในการทำตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น หลังจากก่อตั้งมา 70 ปี โดยทางมารูเซ็นได้เล็งประเทศไทย เพื่อแผนส่งออกประเทศในกลุ่ม AEC  และต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางเพราะมีทำเลที่เอื้ออำนวย โดยได้ใช้พื้นที่ปลูกชา และผลิตใบชา จากไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย นี่เอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ มารุเซ็น ญี่ปุ่นมารูเซน ญี่ปุ่น มาเปิดโรงงาน ที่ไร่บุญรอด เชียงราย (MARUZEN FOODS (Thailand) CO.,LTD)

เป็นอย่างไรบ้างกับประวัติและที่มาของ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ส่วนคุณภาพ และรสชาติจะดีหรือไม่ดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการปลูกชาและกระบวนการผลิตที่ดีมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอน  ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไรติดตามกันตอนต่อไปกันนะ เพราะคู่เลิฟจะพาไปดูกระบวนการผลิตชาเขียวกันถึงที่เลยทีเดียว