Author Archive 1ADF8B

By1ADF8B

สารอาหารสำคัญจากชาเขียว

สารอาหารสำคัญจากชาเขียว
สารอาหารสำคัญจากชาเขียว
สารอาหารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว ได้แก่ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี กรดอะมิโน และสารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งสารเหล่านี้คือสารที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และยังมีสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกกันว่า คาเทชิน

ซึ่งสารคาเทชินนั้นสามารถแยกออกเป็น 5 ชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ gallocatechin (GC), epicatechin (EC), epigallocatechin (EGC), epicatechin gallate (ECG), และ epigallocatechin gallate (EGCG) ซึ่งสามารถพบสารคาเทชินได้มากและมีฤทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดในชาเขียว ที่เราเรียกกันว่า สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลป์เลตที่เป็นสารที่มีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

By1ADF8B

เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ

เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ
เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ

ตามปกติชาเขียวผงจะถูกจัดแบ่งประเภทกันตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ว่าต้องการให้ผงชาเขียวที่ออกมาเป็นประเภทไหน ก่อนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำให้เป็นผงที่แตกต่างกัน ความแตกต่างของชาเขียวทั้งสองประเภทนี้ มาจาก “วิธีการปลูก” ที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเอาส่วนของยอดอ่อนใบชาเขียวที่มีความสด และเป็นใบอ่อน เมื่อเก็บมาใหม่ๆ จะนำไปเข้าสู่กระบวนการอบแห้ง จะได้ออกมาเป็นชาเขียวแบบใบแห้งที่เรียกว่า “เทนชะ” ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตต่อไป โดยแบ่งประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ผงชาเขียวธรรมดา
ผงชาเขียวธรรมดา จะมีกระบวนการบดที่ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ส่วนใหญ่นำมาชงด้วยวิธีการกรองเอาใบชาออก ให้ได้เป็นน้ำชาใสๆ ที่มีกลิ่นและรสชาติไม่เข้มข้นมากนัก สำหรับดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ใบจะไม่ละเอียดมาก อาจมีสีเข้มขึ้น เพราะผ่านการบดที่โดนความร้อน

2. ผงชาเขียวมัทฉะ
มัทฉะจะเป็นผงชาเขียวที่มีราคาแพงมากกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากกระบวนการทำมีความยุ่งยากมากกว่า ในการบดจะต้องใช้เทคโนโลยีที่จะไม่ทำให้ใบชาโดนความร้อน เพื่อเป็นการรักษาสีเขียวของใบ รสชาติที่สดใหม่เหมือนเด็ดจากต้น และคุณค่าของใบชาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด อีกทั้งเมื่อบดออกมาแล้วจะมีความละเอียดมากๆ สามารถนำไปชงละลายน้ำได้ทันที และได้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่าผงชาเขียวธรรมดา ชาเขียวชนิดนี้ ยังนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ขนมหวาน รวมไปถึงอาหารบางชนิดอีกด้วย

เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ
ประโยชน์ของชาเขียว

ใช้เพื่อเป็นการปรุงแต่งกลิ่น สี รวมทั้งรสชาติของอาหาร
เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการที่มีความหลากหลายของผู้บริโภค และชาเขียวยังจัดเป็นสารที่ให้กลิ่นรสจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นกลิ่นและรสชาติที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารหลากชนิด เช่น ขนมปัง เค้ก ขนมขอบเคี้ยว ลูกอม เป็นต้น

ใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นเกลืออาบน้ำ ครีมบำรุงผิว สบู่ น้ำยาดับกลิ่น ยาสีฟัน โลชั่น รวมทั้งน้ำยาบ้วนปาก โดยผ่านการสกัดจากชาเขียวก่อนนำมาใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

สามารถนำมาเพิ่มความงามให้แก่ตัวเองได้

โดยการนำน้ำแร่มาต้มให้เดือด จากนั้นใส่ผงชาเขียวหรือใบชาเขียวตามลงไป แล้วจึงค่อยทิ้งไว้ให้เย็น เสร็จแล้วจึงเทน้ำที่ได้มาใส่ลงไปในขวดสเปรย์ เอาไว้ใช้ฉีดหน้าในทุกเวลาที่ต้องการ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดี

สามารถใช้เพื่อดับกลิ่นปากและแบคทีเรียในช่องปากได้
อีกทั้งยังช่วยทำให้ลมหายใจมีความสดชื่นอีกทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี เพราะได้มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบว่าสารสกัดจากชาเขียวนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและช่วยทำลายจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ นั่นเอง

มีส่วนช่วยในการป้องกันฟันผุ เพราะชาเขียวสามารถทำลายแบคทีเรียได้ รวมทั้งสามารถป้องกันอาหารเป็นพิษ และยังช่วยฆ่าแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดคราบพลัคในช่องปากได้เช่นกัน โดยจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าสาร catechins นั้นมีส่วนช่วยในการยับยั้งกระบวนการผลิตกลูแคนของเชื้อ Streptococcus mutans ในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว

By1ADF8B

การรักษาโรคด้วยชาเขียวกับพืชสมุนไพร

ชาเขียว คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ซึ่งเป็นต้นที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis โดยเป็นชาในชนิดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักแต่อย่างใด ซึ่งคุณสามารถเตรียมเครื่องดื่มชาเขียวได้ โดยการนำใบชาเขียวสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาเกิดความแห้งอย่างรวดเร็ว

ชาเขียวยังจัดเป็นสารที่ให้กลิ่นรสจากธรรมชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นกลิ่นและรสชาติที่นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารหลากชนิด

การรักษาโรคด้วยชาเขียวกับพืชสมุนไพร
การรักษาโรคด้วยชาเขียวกับพืชสมุนไพร
1. ชาเขียวกับเม็ดบัว ช่วยบรรเทาอาการฝันเปียก อีกทั้งยังช่วยในการหลั่งเร็วของสุภาพบุรุษ

2. ชาเขียวกับลูกเดือย ช่วยลดอาการบวมน้ำ มดลกอักเสบ และอาการตกขาว

3. ชาเขียวกับน้ำตาลกลูโคส ช่วยบรรเทาอาการตับอักเสบ

4. ชาเขียวกับโสมอเมริกา ช่วยทำให้ร่างกายมีความสดชื่น อีกทั้งยังช่วยแก้คอแห้ง และช่วยบำรุงหัวใจ

5. ชาเขียวกับขิงสด ช่วยรักษาอาการจุกลมและอาหารเป็นพิษ

6. ชาเขียวกับบ๊วยเค็ม ช่วยบรรเทาอาการคอแห้ง แสบคอ และเสียงแหบ

7. ชาเขียวกับเม็ดเก๋ากี้ ช่วยลดความอ้วนและอาการตาฟาง

8. ชาเขียวกับตัวต้นหอม ช่วยแก้โรคไข้หวัดและช่วยขับเหงื่อออกจากร่างกาย

9. ชาเขียวกับใบหม่อน ช่วยป้องกันโรคหวัด แลช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

10. ชาเขียวกับเนื้อลำไยแห้ง ช่วยบำรุงสมองและเสริมสร้างในเรื่องความจำ

11. ชาเขียวกับดอกเก๊กฮวยสีเหลือง ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะและอาการตาลาย

12. ชาเขียวกับตะไคร้ ช่วยขับไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

13. ชาเขียวกับขึ้นฉ่าย ช่วยลดความดันโลหิต

14. ชาเขียวกับหนวดข้าวโพด ช่วยลดความดันโลหิต ลดอาการบวมน้ำ และช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด

15. ชาเขียวกับไส้หมาก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด


By1ADF8B

สูตรชงชาเขียว หลากเครื่องดื่มหอมเข้มจากธรรมชาติ

ขอนำเสนอวิธีชงชาเขียว เช่น ชาเขียวนมสด ชาเขียวมะนาว และเคล็ดลับชงชาเขียวอื่น ๆ อีกเพียบ ลองชงกินเองที่บ้านกัน

1. ชาเขียวนมสดเย็น

จากที่เคยทำชาเขียวเย็นเติมน้ำแข็ง ลองเติมนมสดลงไปเพิ่มความกลมกล่อมหน่อยดีไหม ขอนำเสนอชาเขียวนมสดเย็น สูตรนี้เติมน้ำเชื่อมและนมข้นหวานเพิ่มรสหวาน ก่อนเสิร์ฟราดนมสดเพิ่มความฟิน

ชาเขียว (Green Tea)

ส่วนผสม ชาเขียวนมสดเย็น

• ผงชาเขียวมัทฉะ 2 ช้อนชา
• นมสด 160 มิลลิลิตร
• น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ
• นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำแข็ง 1 แก้ว (แก้วขนาด 16 ออนซ์)
• นมสด (โรยหน้า)

วิธีทำชาเขียวนมสดเย็น

1. ผสมผงชาเขียว นมสด น้ำเชื่อม และนมข้นหวาน คนให้เข้ากัน (หรือใส่ในเชคเกอร์)
2. เทใส่ลงในแก้วที่ใส่น้ำแข็งเตรียมไว้ โรยด้านบนด้วยนมสด พร้อมดื่ม

++++++++++++++++++++++++++

2. ชาเขียวนมสดเย็น

สำหรับคนชอบกินชาเขียวนมสดเย็นสูตรหวานน้อยหน่อย ขอนำเสนอชาเขียวนมสดเย็นสูตรนี้เลย เติมแค่น้ำเชื่อมวานิลลา ลองทำดื่มตอนบ่ายสิคะ รับรองสดชื่น

ชาเขียว (Green Tea)

ส่วนผสม ชาเขียวนมสดเย็น

• ผงชาเขียว 4 ช้อนชา
• น้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลา
• น้ำแข็ง
• นมสด 1 ถ้วย

วิธีทำชาเขียวนมสดเย็น

1. เทนมใส่แก้ว เติมผงชาเขียว คนผสมจนละลายเข้ากัน หรือใช้เครื่องตีมือถือ ตีผสมจนเข้ากัน
2. เติมน้ำแข็งและน้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลา คนผสมจนเข้ากัน จัดเสิร์ฟ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ Copycat Starbucks Green Tea Latte / thejennyevolution.com

++++++++++++++++++++++++++++++++

3. กรีนทีลาเต้ ชาเขียวนมสดร้อน

เลิกสั่งกรีนทีลาเต้จากร้านดังแล้วมาลองทำเองกันเถอะ ขอนำเสนอกรีนทีลาเต้ สูตรจาก คุณ RinS CookBook สูตรนี้ผสมผงชาเขียวกับน้ำร้อน ทีเด็ดคือ ตีฟองนมแต่งบนถ้วย แหม… ละมุนลิ้นสุด ๆ

ชาเขียว (Green Tea)

ส่วนผสม กรีนทีลาเต้

• ผงชาเขียวมัทฉะ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำร้อน 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลา 2 ช้อนโต๊ะ
• นมสดเย็น 1+1/2 ถ้วย

วิธีทำกรีนทีลาเต้

1. ใส่ผงชาเขียวและน้ำร้อนลงในแก้ว คนผสมให้ละลายเข้ากันจนเหนียว
2. ผสมน้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลากับนมสดเข้าด้วยกัน นำไปทำโฟมนมด้วยเครื่อง โดยให้ได้อุณหภูมิ 66-77 องศาเซลเซียส จนเป็นเนื้อโฟมละเอียด กระแทกแก้วบนโต๊ะเบา ๆ เพื่อให้ฟองนมขนาดใหญ่แตกตัวลง วางพักทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อให้โฟมแยกตัวกัน
3. เทส่วนผสมชาเขียวลงในแก้ว จากนั้นหมุนแก้วให้น้ำชาเขียวเคลือบข้าง ๆ แก้ว ค่อย ๆ เทโฟมนมลงไปจนเกือบเต็มแก้ว สุดท้ายตักโฟมนมลงไปด้านบนให้สวยงาม โรยผงชาเขียวเป็นรูปตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

++++++++++++++++++++++++++

By1ADF8B

ข้อดี และข้อเสีย ของชาเขียว

ข้อดีของชาเขียว……

– ต้านโรคไขข้ออักเสบ กล่าวกันว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูห์มาติก (rheumatoid arthritis) ที่มักจะเกิดกับสตรีวัยกลางคน อาการของโรคโดยทั่วไปคือมีอาการของการอักเสบบวมแดง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ
– ลดระดับคอเลสเทอรอล สารแคเทชินในชาเขียว ช่วยทำลายคอเลสเทอรอล และกำจัดปริมาณของคอเรสเทอรอลในลำไส้ และ ชาเขียวยังช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่พอดีอีกด้วย
– ควบคุมน้ำหนัก ถ้าคุณกำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่ การจิบชาเขียวสามารถช่วยได้ดีทีเดียว จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์พบว่า ชาเขียวช่วยเร่งให้ร่างกายมีการเผาผลาญอาหารและไขมันมากขึ้น
– กลิ่นปากและแบคทีเรีย ป้องกันฟันผุ การดื่มชาเขียวนอกจากจะทำให้ร่างกายอบอุ่นแล้ว ยังช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่นและป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย อันที่จริงแล้วพบว่าชาเขียวเป็นตัวช่วยยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ต่อสู้กับเชื้อไวรัสในปากโดยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย
– ป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี ข้อมูลในวารสารวิทยาภูมิคุ้มกันทางการแพทย์ และโรคภูมิแพ้ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายนตีพิมพ์ไว้ว่า สารแคเทชินในชาเขียวโดยเฉพาะพระเอกตัวเก่ง EGCG มีสรรพคุณป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ชาเขียวเข้มข้นช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเอชไอวี จับตัวกับเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิดที่มีความสำคัญต่อภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราที่เรียกว่า “ทีเซลล์” (T cells) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีได้ ถ้ามีผลการศึกษาเพิ่มเติมยืนยันผลการวิจัยดังกล่าวนี้ นักวิจัยกล่าวว่าจะนำสารในชาเขียวมาใช้ทดลองในการผลิตยาชนิดใหม่ เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อเอชไอวี

ประโยชน์ของชาเขียว….
– ทำความสะอาดพรม นอกจากใบชาแห้งจะเป็นยาดับกลิ่นได้ดีแล้ว ยังมีคุณสมบัติต่อต้านหรือหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย
ก่อนทำความสะอาดพรมด้วยเครื่องดูดฝุ่น ให้โปรยใบชาแห้งบนพรม ให้ทั่วทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงดูดฝุ่นรวมทั้งใบชาทั้งหมด กลิ่นหอมสะอาดของใบชาเขียว0จะช่วยทำให้ห้องสดชื่น รวมทั้งทำความสะอาดพรมด้วย
– ทำความสะอาดเครื่องครัว เราสามารถใช้กากชาเขียวดับกลิ่นคาวต่าง ๆ ได้ โดยหลังจากใช้เขียงประกอบอาหารแล้ว ให้นำไปล้างน้ำ หลังจากนั้นเกลี่ยใบชาเปียกให้ทั่วเขียง ทิ้งไว้สักพักใหญ่แล้วจึงใช้ใบชาขัดถูเขียงให้ทั่ว และล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำชาต้มก็สามารถนำมาใช้ล้างทำความสะอาดเขียงและอุปกรณ์เครื่องครัวอื่น ๆ ได้เช่นกัน
– ป้องกันสนิม ใช้ใบชาขัดถูหม้อ หรือกะทะเหล็กป้องกันสนิมได้ สารแทนนิน (tannin) ในใบชาจะจับตัวกับเหล็กและสร้างสารเคลือบบาง ๆ บนพื้นผิวหม้อหรือกะทะเพื่อป้องกันสนิม
– น้ำยาบ้วนปาก กลั้วปากด้วยชาเขียวช่วยทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในปาก สารฟลูออรีนในชาเขียวช่วยทำให้ฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบ ไม่จำเป็นต้องใช้ชาเขียวชงครั้งแรกกลั้วปาก ดื่มชาให้ชื่นใจก่อน หลังจากนั้นคุณสามารถใช้ชาเขียวชงครั้งที่สามหรือสี่ได้
– ผสมน้ำอาบ นำถุงชาใช้แล้วหรือใบชาใส่ถุงผ้าฝ้ายบาง ๆ มัดให้แน่นแช่ทิ้งไว้ในอ่างอาบน้ำอุ่น น้ำอุ่นผสมน้ำชาจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น
– หมอนใบชา กลิ่นหอมบาง ๆ จากใบชาจะช่วยให้เราหลับสบายขึ้น การดูแลรักษาทำได้ง่ายโดยนำหมอนที่ทำจากใบชาออกตากในที่ร่ม เพื่อระบายอากาศเป็นประจำ สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
– เป็นเครื่องหอม นำใบชามาเผาเป็นเครื่องหอมจะให้กลิ่นหอมมาก
โทษของชาเขียว….
ชาเขียวจะมีประโยชน์ แต่ชาที่เข้มข้นเกินไป ก็อาจจะมีโทษได้เช่นกัน

1.ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
2.หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์
3.ในรายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะกาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
4.คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมามากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร
5.การดื่มชาแทนอาหารเช้าจะทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร จึงควรเติมนมหรือน้ำตาลอาจเพิ่มเพิ่มคุณค่าได้บ้าง และควรกินอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย
6.การดื่มชาในปริมาณที่เข้มข้นมากๆจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และนอนไม่หลับ
7.ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดมากๆเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ระคายเคืองต่อเซลล์ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งสูง
8.การดื่มชาเขียวในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้
9.ในกรณีที่ดื่มชาเพื่อต้องการเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็ง การเติมนมในชาก็ไม่ได้ผล เพราะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารแทนนิน แต่การเติมนมลงไปนมจะไปจับกับสารแทนนิน ไม่ให้ออกฤทธิ์
แม้จะมีการวิจัยต่างๆ มากมายที่ระบุว่าสาร EGCG[5] ในคาเทซินซึ่งมีอยู่ในชาจะสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่การทดลองบางแห่งหนึ่งก็พบว่าการ EGCG เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง เพราะความสลับซับซ้อนของเอมไซม์และฮอร์โมนของสัตว์ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดื่มชาเพื่อสุขภาพที่แท้จริงจึงควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี

By1ADF8B

จิบชาเขียว..ลิ้มรสเครปเค้กสุดฟิน ณ “ไร่ชาฉุยฟง” แห่งเมืองเชียงราย

ชาเขียว (Green Tea)

หากมาเยือนเชียงรายทีไร ไร่ชาฉุยฟงคงเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยือนกันเสมอ

ชาเขียว (Green Tea)

ด้วยบรรยากาศไร่ชาสีเขียวชะอุ่ม ที่เรียงรายไปตามไหล่เขา ยิ่งไปช่วงเช้าๆของหน้าฝนด้วยแล้วนะแกรเอ๋ย!!!

ชาเขียว (Green Tea)

มันจะมีหมอกฟุ้งๆ สีขาวๆที่มีฉากหลังเป็นภูเขาเขียวๆ แสงอาทิตย์ยามเช้ากระทบใบยอดอ่อนชาสีเขียวอ่อน เปล่งประกายดั่งมรกต มณีฉาย ฟินมากบอกเลยยยยยยยยยย

ชาเขียว (Green Tea)
ช่วงเช้าที่ไร่ชาอากาศดีเวอร์ แต่สายๆบ่ายๆมาก็ร้อนตับแตกเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นตื่นเช้าหน่อยนะถ้าจะไป นี่เตือนแล้วนะ อย่ามาด่าเค้าทีหลังนะตัวเองงงงงงง

ชาเขียว (Green Tea)
นอกจากไร่ชาสวยๆแล้ว บอกเลยว่าถ้ามาไร่ชาฉุยฟงแล้วต้องสั่งก็คือ เครปเค้กชาเขียว เนื้อเครปนุ่มๆหอมกลิ่นชาเขียว ทานคู่กับชาเขียวร้อนหรือเย็น นั้งชมบรรยากาศดีๆ เช็คอินเก๋ๆให้พี่ๆที่ออฟฟิตอิจฉาเล่นๆกันไปเลย
การเดินทางค่อนข้างสะดวกครับ หากจะไปช็อปปิ้งแม่สายเป็นไฮโซปลอดภาษี ก็แวะกินชาเขียว เซลฟี่เช็คอินกันได้ที่ไร่ชาฉุยฟงนะครับ หน้าฝนยิ่งฟินบอกเลยยยย

ชาเขียว (Green Tea)

การเดินทาง : ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่ อ.แม่สาย ถึงแยกดอยแม่สลองให้เลี้ยวซ้าย

เวลาเปิด-ปิด : 08.00-18.00 น.

ที่ตั้ง : อ.แม่จัน จ.เชียงราย

By1ADF8B

Peace Oriental Teahouse ชาเขียวคุณภาพดี..หาได้ที่นี่

ชาเขียว (Green Tea)

ชาเขียวไม่ใช่แค่ชาเขียวแบบที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป เมื่อพวกเราได้มาลองชาเขียวของที่ร้าน Peace – Oriental Teahouse ด้วยความรู้จากการศึกษาอย่างจริงจังของเจ้าของร้าน ทำให้คุณภาพของชาเขียวที่ทางร้านเลือกมาเสิร์ฟมีทั้งชนิดที่ดีที่สุด หายากที่สุด และยังคงความเป็นธรรมชาติไม่ดัดแปลงไว้ให้มากที่สุด มากไปกว่านั้นวิธีการชง การเสิร์ฟของทางร้านก็ยังเป็นแบบที่เราอาจไม่เคยได้ลองที่ไหนมาก่อนในบ้านเรา ด้วยความอยากลองไปซะทุกสิ่งอย่าง ทั้งร้อนทั้งเย็นไหนจะขนมและไอศกรีมอีก พนักงานที่เห็นความงุนงงหน้าบอร์ดเมนูของพวกเราจึงเข้ามาช่วยให้คำแนะนำ และจะช่วยจัดเรียงลำดับก่อนหลังของชาและขนมต่างๆ มาเสิร์ฟให้ด้วย ดีจริง ๆ.

เราเริ่มกันด้วย 3-course Gyokuro ที่จะเริ่มต้นจากใบชาเขียวที่ชงด้วยน้ำอุณหภูมิห้องแต่เสิร์ฟในถ้วยที่ถูกแช่เย็นไว้ ทางร้านแนะนำให้จิบทีละนิดสัก 6-7 จิบ กลืนและนั่งสบาย ๆ แล้วลองหายใจออกยาว ๆ เพื่อสัมผัสถึงทั้งรสและกลิ่นที่แท้จริงของใบชาเขียวชั้นดี เราลองทำตามและได้กลิ่นหอมที่ยังคงค้างอยู่ พร้อมทั้งความหวานในลำคอหลังกลืนชาไปแล้ว แค่ถ้วยเล็ก ๆ และเพียงจิบน้อย ๆ ยังให้ความรู้สึกที่ชัดเจนและรสชาติที่เข้มข้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย จากนั้นใบชาเดียวกันนี้ถูกนำไปชงด้วยน้ำอุ่นที่ 60 องศา รสเริ่มเจือจางลงกว่าคอร์สแรก แต่ยังคงหวานและชุ่มคอเด่นชัด

ก่อนจบคอร์สสุดท้ายที่ตัวใบชาผสมด้วยโชยุยูซุเล็กน้อยแล้วกิน! ใบชาสดที่ตอนนี้เหลือกลิ่นเพียงจาง ๆ ขมมันหวานปลายลิ้นและเค็มปะแล่ม ๆ จากโชยุ เคี้ยวเพลิน เป็นอันจบ 3 คอร์สอย่างละเมียดละไม

ชาเขียว (Green Tea)

จากนั้นพวกเราก็ได้ลอง Matcha Latte ที่ใช้ผงชาเขียวเกรดเดียวกับที่ใช้ในพิธีชงชาญี่ปุ่น ที่เราขอให้เสิร์ฟพร้อมกับซากุระโมจิ ชาเขียวข้นขลั่กออกขมมันแต่หอมอวลกลิ่นชาเขียว เมื่อกินพร้อมซากุระโมจิไส้ถั่วแดงกวนหวานๆ ที่มีรสเค็มนิด ๆ จากใบชิโสะดองที่คาดอยู่ด้านนอก รสขมของมัชฉะส่งรสหวานของไส้ถั่วแดง ในขณะที่รสหวานของถั่วแดงกวนก็เสริมให้รสขมมันรื่นรมย์ขึ้นเช่นกัน ช่างเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเหลือเกิน (ที่ร้านจะมีขนมโฮมเมดจากคุณป้าชาวญี่ปุ่นสลับกันไปเรื่อย ๆ เฉพาะวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และเพียงวันละ 10 ชิ้นเท่านั้นนะ)

สุดท้ายกับเมนูไอศกรีมนมสดออร์แกนิค 100% ในถ้วยชาเขียวโคอิฉะเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมเกาลัดหวานมันเพิ่มเนื้อสัมผัสหนุบ ๆ ตัวเนื้อไอศกรีมออกเหนียวและมีรสหวานหอมนมนำ เพื่อให้ตัดกันพอดีกับความขมมันของชาเขียว ใครชอบขมมากก็จุ่มให้ชุ่มโชก ใครนิยมหวานก็จุ่มแค่เบา ๆ ตามใจ และถ้ากินไอศกรีมหมดแล้วสามารถดื่มชาเขียวที่มีตัวไอศกรีมนมละลายปนอยู่ต่อได้ หรือถ้ารู้สึกว่าเข้มข้นไปก็สามารรถขอให้ทางร้านเติมนมเพิ่มได้ด้วยนะ

ชาเขียว (Green Tea)

Peace – Oriental Teahouse ทิ้งความประทับใจไว้ให้กับกิน-กินมากมายทีเดียว พวกเราชอบทั้งคุณภาพของชาที่ทางร้านตั้งใจคัดเลือกมาอย่างดีและขนมทำมือ รวมไปถึงบรรยากาศสบายๆ และผ่อนคลายของที่ร้าน และโดยเฉพาะความรู้เรื่องชาของพนักงานที่พร้อมจะช่วยแนะนำและบอกเล่าเพิ่มเติม ที่ช่วยทำให้ประสบการ์ณชาเขียวจริงจังครั้งแรกของพวกเราสมบูรณ์สวยงาม บอกเลยว่าติดใจและต้องกลับไปอีกแน่ ๆ !

By1ADF8B

ชาเพื่อสุขภาพ ในนวัตกรรมใหม่!

ไม่กี่ปีให้หลัง คนไทยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ สองประเทศนี้ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความตื่นตัวด้านสุขภาพสูง จึงไม่แปลก ที่เทรนด์การกินการดื่มเพื่อสุขภาพจะถูกถ่ายทอดมาสู่คนไทย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาลดไขมันซึ่งกำลังมาแรงสุดๆ บ.ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความถนัดด้านชาและน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพอยู่แล้ว จึงนำเทรนด์ดังกล่าวมาต่อยอดจนเป็น “ชาเดลี่เมท” ชาลดไขมันเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะตัว ที่ได้ผลดีกับคนไทยจริงๆ

daily-mate-2

เพียงไม่กี่วันที่ชาเดลี่เมทวางขายใน 7-ELEVEN ก็เกิดกระแสคลื่นใต้น้ำ ขยายความนิยมออกเป็นวงกว้างท่ามกลางบรรยากาศการขายที่ค่อนข้างสโลว์ในช่วงปลายปีชาเดลี่เมทกลายเป็นสินค้าน้องใหม่ที่เตะตาเพจและบล็อกเกอร์ชื่อดัง ต่างหยิบไปรีวิวและแชร์ต่อจนกลายเป็นคลื่นลูกใหม่กระเพื่อมวงการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นยังไม่มีภาพยนตร์โฆษณาออกมาด้วยซ้ำ เรามาดูกัน ว่าชาเดลี่เมทมีดีอะไร จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว

มีอาวุธเด็ดหากนี่คือสมรภูมิรบ ชาเดลี่เมทนับว่าเป็นนักรบที่น่าหวาดหวั่น เพราะมีอาวุธเด็ดใช้ต่อสู้กับไขมัน คือ กลยุทธ์ 3B ที่ต้องมีครบ 3 ช่วยกันทำงานจึงจะได้ผลดีได้แก่ Block น้ำตาลไม่ให้กลายเป็นไขมัน Burn ไขมัน และ Balance ให้ขับถ่ายดี หากมีนักรบสักคนที่มีคุณสมบัติครบแบบนี้ คุณจะต้องการอะไรอีกล่ะจากการต่อสู้ไขมันครั้งนี้

AW Booth Daily Mate 275x75 Cm

ส่วนผสมปังส่วนผสมของชาเดลี่เมท ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเด็ดที่ผู้กังวลในรูปร่างมักให้ความสนใจ ได้แก่ สารสกัดจากถั่วขาวที่ช่วยชะลอการย่อยแป้ง ทำให้แป้งถูกขับออกจากร่างกายก่อนจะกลายเป็นไขมันส่วนเกิน, แอลคาร์นิทีนชาเขียว และสารสกัดจากผลมะระขี้นกช่วยการเผาผลาญไขมัน และไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดี ทำให้อิ่มนาน ไม่อยากอาหารเพิ่ม

daily-mate-4

หาที่ยืนจนเจอ คุณสมบัติดังกล่าวล้วนสร้างจุดขายและจุดยืนที่เข้มแข็งให้กับชาเดลี่เมท คือ “ช่วยให้รูปร่างดูดีและสุขภาพดีอย่างมีความสุข” ชาเดลี่เมทไม่สนับสนุนให้คุณอดอาหาร อดขนม ของอร่อย บุฟเฟต์หรือปาร์ตี้ เพราะมันคือความสุขในชีวิตประจำวันที่คุณสมควรจะได้รับ แต่เน้นให้กินอย่างถูกสัดส่วน และฉลาดเลือกสิ่งที่จะมาช่วยต่อสู้กับไขมันอย่างได้ผล

daily-mate-5

ซื้อสะดวก24 ชม.ที่ 7-ELEVEN ทุกสาขาทั่วประเทศ ทำให้เราได้เห็นปรากฏการณ์ของการtag เพื่อนแล้วเพื่อนผู้ถูก tag ก็ออกไปซื้อมาลองแล้วอวดลงโซเชียลมีเดียได้ทันทีเพราะสะดวก ทำให้เกิดการทดลองดื่มอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง

แล้วเมื่อถึงวันนี้ ที่คลิปโฆษณาของชาเดลี่เมทออกสู่สายตาได้เพียงไม่กี่วัน ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งในแง่ความบันเทิงและความหวังของคนอยากมีรูปร่างที่ดูดีพร้อมด้วยสุขภาพดี วัดได้จากกระแสตอบรับในเชิงบวกและยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นด้วยว่า รูปร่างที่ดูดีและไขมันไม่ควรอยู่ร่วมกัน ชาเดลี่เมทและคลิปโฆษณาชิ้นนี้ก็คงจะเข้าไปนั่งอยู่ในใจได้ไม่ยาก

By1ADF8B

10 ข้อสงสัย กินชาดีไหม อันตรายกับร่างกายหรือเปล่า

กินชาเขียว ชาเย็น ทุกวันอันตรายไหม มาตอบทุกข้อสงสัยเรื่องประโยชน์และโทษของการดื่มชาให้เคลียร์กันไปเลย
คนที่ดื่มชาเขียวนมทุกวัน หรือดื่มชาเย็นทุกวันคงใจคอไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร เพราะมีหลายกระแสออกมาเตือนถึงโทษของการดื่มชามากเกินไปอยู่ไม่น้อย งั้นเพื่อความสบายใจของคนชอบดื่มชา วันนี้เราจะมาตอบทุกปัญหาให้รู้ชัดกันไปเลยค่ะว่า ดื่มชาเขียวนมทุกวันเป็นอันตรายกับสุขภาพไหม หรือดื่มชามากไปจะมีโทษอย่างไรบ้าง
กินชาดีไหม
ภาพจาก unsplash

1. กินชาดีไหม มาดูประโยชน์ของการดื่มชากัน

ประโยชน์ของชาต่อสุขภาพมีอยู่หลายข้อด้วยกัน เนื่องด้วยในน้ำชามีทั้งวิตามิน B, C, E กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ที่เรียกว่าคาเทซินอย่างสารสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) หรือ EGCG ซึ่งมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิด รวมทั้งคาเทชินในใบชายังมีส่วนช่วยลดความอ้วนได้ โดยเฉพาะคาเทชินในชาเขียวที่มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่ามีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคชาให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุดนั้นควรต้องดื่มอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ

2. กินชามากไป มีโทษอะไรบ้าง

การดื่มชามากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ อย่างงานวิจัยในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ที่พบว่า การดื่มชาดำเย็นมาก ๆ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน เนื่องจากในชาดำมีสารออกซาเลทเป็นจำนวนมาก การดื่มชาดำเป็นประจำจะทำให้สารออกซาเลทตกค้างอยู่ในร่างกายและก่อให้เกิดนิ่วในไตได้ ยิ่งหากคุณมีประวัติว่าเคยเป็นนิ่วมาก่อนยิ่งต้องระวังให้ดี

นอกจากนี้ยังมีรายงานที่พบว่า หนูทดลองที่ดื่มชาเขียวในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ติดต่อกัน 5 วัน มีภาวะตับถูกทำลายลงเล็กน้อย และจะเกิดภาวะตับเป็นพิษเมื่อดื่มชาเขียวในขณะที่เป็นไข้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การดื่มชาในระยะเวลาติดต่อกันนาน ๆ และบริโภคในปริมาณที่สูง อาจส่งผลให้ตับถูกทำลายได้

ขณะที่ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เตือนมาว่า ผู้ที่ท้องอืดบ่อย ๆ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และคนที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชา เพราะจะยิ่งทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น รวมทั้งคนที่เป็นโรคไตก็ไม่ควรดื่ม

กินชาดีไหม

3. กินชาเย็น/ชาเขียวทุกวันเป็นอันตรายไหม

อย่างที่ได้รู้กันไปว่าในใบชามีสารออกซาเลทจำนวนมาก ดังนั้นหากเราดื่มชาเขียวนมทุกวัน หรือดื่มชานมทุกวัน โอกาสที่สารออกซาเลทจะสะสมจนก่ออาการอุดตันในไต หรือทำให้เกิดโรคนิ่วในไตก็อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้ง ผศ. ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังเตือนว่า การดื่มชานม กาแฟเย็น หรือชาเขียวทุกวันอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมดื่มชาเย็น ชาไข่มุกในปริมาณมาก บางคนดื่มกันวันละ 3 แก้ว ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินแล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินเกินจำเป็นอีกต่างหาก

4. กินชาเขียวแช่เย็นมีโทษไหม

อาจารย์สง่า ดามาพงศ์ นักโภชนาการ ได้เคยให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเย็นจะทำให้เกิดโรคได้ ทว่าก็ยังไม่มีผลวิจัยใด ๆ ยืนยันว่าการดื่มชาเขียวจะสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งในคนได้เช่นกัน แม้ที่ยอดใบชาจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ป้องกันการเกิดมะเร็งได้จริงก็ตาม

นอกจากนี้ นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ธรรมชาติบำบัด ก็พูดถึงเรื่องการดื่มชาเขียวไว้ว่า การกินชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระจริง ๆ จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่น และต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก แต่สำหรับการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบัน เป็นชาเขียวที่เจือจาง และยังปรุงรสแต่งกลิ่นด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมาก ๆ ก็อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้นจะดื่มร้อนหรือเย็นก็ไม่ต่างกัน

5. ดื่มชาแล้วใจสั่น อาการนี้อันตรายไหม

ไม่ใช่แค่กาเฟที่มีคาเฟอีน เพราะฐานข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรสหรัฐอเมริกาเผยว่า ชาเขียวร้อนมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 25 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์หรือเท่ากับ 236.6 มิลลิลิตร และชาดำร้อนมีคาเฟอีน 47 มิลลิกรัมต่อปริมาณชาดำ 8 ออนซ์ ในขณะที่ชาร้อนสำเร็จรูปจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 26 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์ ซึ่งเผลอ ๆ ในใบชาอาจจะมีคาเฟอีนที่มากกว่ากาแฟอีกก็เป็นได้นะคะ

ดังนั้นสำหรับบางคนที่ดื่มชาแล้วใจสั่น ก็อาจเป็นเพราะคาเฟอีนที่แฝงอยู่ในชานี่เอง ยิ่งกับคนที่มีภาวะเครียด อ่อนเพลีย หรืออยู่ในภาวะร่างกายขาดน้ำ ก็อาจโดนคาเฟอีนเล่นงานเอาได้ง่ายกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น หรือเวียนศีรษะแปลก ๆ ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นอาการที่ร้ายแรงอะไร เพียงแต่ทางที่ดีควรจะดื่มน้ำเปล่าตามไปให้มาก ๆ หรือจะงดดื่มชากาแฟไปก่อนก็ได้ ทว่าเมื่อไรที่มีอาการใจสั่นร่วมกับอาการหน้ามืด หมดสติ แน่นหน้าอก หรือหอบเหนื่อยกว่าปกติ แบบนี้ควรต้องรีบไปพบแพทย์เพราะอาจมีโรคหัวใจรุนแรงซ่อนอยู่

กินชาดีไหม
ภาพจาก unsplash

6. ดื่มชาแล้วนอนไม่หลับ ทำไงดี

สำหรับคนที่มักจะมีอาการนอนไม่หลับ แล้วคิดว่าต้นเหตุคือชาที่ดื่มเข้าไป บอกเลยว่าคุณคิดถูกแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าในชาก็มีคาเฟอีนอยู่ไม่น้อยเลย ดังนั้นหากไม่อยากกินชาแล้วนอนไม่หลับ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มชาในช่วงเย็น หรือจะงดดื่มชาไปก่อนสักระยะ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเวลานอนหลับก่อนก็ได้

7. กินชาเขียวตอนไหนดี ถึงจะได้ความเฮลธ์ตี้เต็มแม็กซ์

การดื่มชาเพื่อสุขภาพควรต้องดื่มหลังรับประทานอาหารไปแล้ว 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ชากระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารจำพวกวิตามินเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ง่ายขึ้น ทว่าเพื่อผลผระโยชน์สูงสุดก็ควรดื่มชาเขียวหลังมื้ออาหารเช้าจะดีกว่านะคะ เพราะหากดื่มหลังมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็น อาจทำให้นอนตาค้างเนื่องจากผลกระทบของคาเฟอีนได้

อ้อ ! และขอฝากวิธีดื่มชาเขียวที่ถูกต้องเอาไว้อีกสักนิด นั่นก็คือควรดื่มชาเขียวชงร้อนด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้เราจำกัดปริมาณน้ำตาลได้ อีกทั้งการดื่มชาเขียวร้อนยังจะช่วยให้ประสิทธิภาพของชาเขียวไม่ถูกเจือจางไปกับน้ำแข็งอีกด้วยค่ะ แค่หากใครอยากดื่มชาเขียวเย็นก็ได้ เพียงแต่ว่าขอเป็นชาเขียวชงเองแล้วแช่เย็นไว้ และดื่มแบบไม่ใส่น้ำแข็งเป็นพอ นอกจากนี้หากจะชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ก็แนะนำให้บีบมะนาวลงไประหว่างชงชาด้วยนะคะ

กินชาดีไหม

8. กินชาเขียวลดน้ำหนักต้องทำยังไง

ในชาเขียวมีคาเทชินซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย ซึ่งก็ช่วยในการลดน้ำหนักได้ แต่หากอยากดื่มชาเขียวลดน้ำหนักอย่างจริง ๆ จัง ๆ แนะนำให้ทำตามวิธีด้านล่างนี้

– ชาเขียว ช่วยลดน้ำหนักได้ ถ้าดื่มด้วยวิธีนี้ …

ดื่มแบบร้อนเท่านั้น

ถึงแม้ว่าชาเขียวเย็นจะมีขายกันเต็มไปหมด แต่รู้ไว้เถอะว่าชาเขียวร้อนและเย็นไม่เหมือนกันหรอกนะคะ ก็ในชาเขียวเย็นที่ใส่น้ำแข็งจะมีน้ำมากกว่าชาเขียวร้อนน่ะสิ โดยน้ำเหล่านั้นก็มาจากน้ำแข็งที่ละลาย ซึ่งมันจะเจือจางและทำให้ประสิทธิภาพของชาเขียวถูกลดลงไป ฉะนั้นถ้าอยากดื่มชาเขียวเพื่อลดน้ำหนัก ก็หันมาดื่มแบบร้อนกันดีกว่า


เลือกชายี่ห้อดี

หากวันไหนได้ไปเลือกซื้อชาเขียวที่ซูเปอร์มาเก็ต ก็ลองเลือกตัดสินใจซื้ออันที่ยี่ห้อดีเชื่อถือได้จะดีกว่า เพราะคุณจะได้ชาเขียวที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้คุณได้ดื่มชาจากธรรมชาติที่สดใหม่ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ที่สำคัญยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าอีกด้วย


บีบน้ำมะนาวผสมลงไป

แทนที่จะดื่มชาเขียวเพียว ๆ ก็ลองหยดน้ำมะนาวเล็กน้อยผสมลงไปด้วยสิ เพราะมันจะช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกแรงหนึ่ง อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษจากร่างกายและลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย


เลือกชาเขียวที่ไม่เก็บไว้นานเกินไป

ชาเขียวก็เหมือนอาหารอื่น ๆ นั่นแหละค่ะ คือถ้าเลือกแบบสด ๆ ไม่เก็บไว้นานได้ ก็จะดีต่อสุขภาพร่างกาย ฉะนั้นเวลาซื้อชาเขียวมาจากซูเปอร์มาเก็ต ก็ให้ลองตรวจเช็คดูวันที่ผลิตและหมดอายุให้เรียบร้อย และไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป ไม่อย่างนั้นคุณภาพชาเขียวที่ได้ดื่มก็อาจจะแย่ลงและไม่ได้ประสิทธิภาพดีอย่างที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ยังมีชาอีกหลายชนิดที่ช่วยลดความอ้วนได้ ดังต่อไปนี้ค่ะ

– 5 ชาชั้นดี ช่วยเบิร์นแคลอรี ลดความอ้วนได้ด้วย

ชาโป๊ยกั๊ก

ชาโป๊ยกั๊ก

ชาโป๊ยกั๊ก หรือโป๊ยกั๊กที่เป็นเครื่องเทศในผงพะโล้ มีส่วนช่วยในระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง อาเจียน และช่วยย่อยอาหารย่อยยาก ปรับการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ ระบบเผาผลาญพลังงานก็จะทำงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นนั่นเอง

โดยผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้ต้มชาโป๊ยกั๊กในน้ำร้อน 1 ถ้วยตวง นานประมาณ 10 นาที จากนั้นก็กรองน้ำชาออกมาดื่ม จะเติมความหวานเพิ่มรสชาติหรือไม่เติมก็ได้ แล้วก็จิบทีละนิดเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้

ชาเปปเปอร์มินต์

ชาเปปเปอร์มินต์

ชาเปปเปอร์มิ้นต์ก็มีคุณสมบัติช่วยเร่งการย่อยอาหารให้เร็วขึ้น ทำให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉง สดชื่น อีกทั้งยังช่วยให้คุณเบิร์นแคลอรี่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดความอยากอาหารให้เราได้อีกอย่าง เพียงแค่คุณต้มใบชาเปปเปอร์มินต์ แห้งหรือสดก็ได้ กับน้ำร้อนสัก 5 นาที กรองแล้วก็นำมาดื่ม จะเติมน้ำผึ้งเพิ่มความหอมหวานด้วยก็ได้นะจ๊ะ

ชาเขียว

ชาเขียว

ประโยชน์ของชาเขียวไม่ได้แค่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความเจ๋งตรงที่ช่วยเบิร์นแคลอรี่ให้ร่างกายเราได้ถึง 70 กิโลแคลอรี่ต่อวันเลยทีเดียว ด้วยสาร EGCG ที่นักวิจัยค้นพบว่ามีอยู่ในชาเขียวนั่นเอง ที่ช่วยเร่งระบบเมตาบอลิซึมในร่างกายของเรา รวมทั้งในชาเขียว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัว เรียกได้ว่าดื่มชาเขียวที่ต้มด้วยน้ำอุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียสทุกวัน ก็สวยได้เลยล่ะ

ชากุหลาบ

ชากุหลาบ

ใบกุหลาบและยอดใบชาที่ผสมกันจนเป็นชากุหลาบ ถือว่าเป็นสุดยอดชาที่ช่วยบำบัดอาการติดขัดต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ ทั้งช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ช่วยลดการอักเสบของผิว และยังช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย เนื่องจากในชากุหลาบอุดมไปด้วยวิตามิน A, B3, C, D และ E ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลผิวพรรณ รวมทั้งมีสารที่ช่วยเบิร์นไขมัน ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นด้วยจ้า

ชาอูหลง

ชาอูหลง

ชาอูหลงเป็นสุดยอดชาลดความอ้วนเลยก็ว่าได้ เพราะมีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลและไขมันมากกว่าชาเขียว และมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าอีกต่างหาก แต่สำหรับคนที่ต้องการดื่มชาเพื่อลดความอ้วน แนะนำให้ดื่มชาอูหลงปริมาณ 2 แก้วต่อวัน โดยต้มใบชาอูหลงกับน้ำร้อนจัดประมาณ 5 วินาที ถึง 3 นาทีโดยประมาณ
9. กินชาเขียวลดสิวได้จริงไหม

แม้ว่าชาและกาแฟจะเป็นเครื่องดื่มที่คนเป็นสิวควรเลี่ยงให้ไกล แต่ชาเขียวอุ่น ๆ เป็นข้อยกเว้นค่ะ ด้วยสรรพคุณของสารโพลีฟีนอลที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์ผิวหนัง และสารในชาเขียวที่ช่วยขับสารพิษในร่างกาย สองแรงแข็งขันแบบนี้ สิวที่ผุดอยู่บนใบหน้าก็จะกระจายตัวหายไปในที่สุด

10. กินชาเขียวแล้วท้องผูก เกิดจากอะไร

ประเด็นนี้อาจเกิดจากสารแทนนินที่อยู่ในชาเขียว ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ท้องผูก รวมทั้งยังยับยั้งการดูดซึมสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก และโฟลิก ดังนั้นเพื่อสุขภาพระบบขับถ่ายที่ดี แนะนำให้ดื่มชาเขียวในปริมาณที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 5 แก้วต่อวัน) พร้อมทั้งรับประทานผักผลไม้และน้ำเปล่ามาก ๆ ด้วย

ยังคงยืนยันคำเดิมว่าอาหารและเครื่องดื่มแทบทุกชนิดมีทั้งคุณและโทษด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งเพื่อสุขพลานามัยที่ดีของตัวเราเองก็ควรเดินทางสายกลาง จิบชาอย่างพอเหมาะและดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่า โดยเฉพาะใครที่ไม่อยากอ้วน แนะนำให้จำกัดการดื่มชาเย็นหรือดื่มชาเขียวนมด้วยนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เฟซบุ๊ก สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

By1ADF8B

โทษจากชาเขียวที่มีให้เราพึงระวังก่อนดื่ม!!

โทษของชาเขียว

ชาเขียวไม่เพียงแต่จะมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในแง่ของการป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง รวมถึงประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย แต่จริงๆ แล้วในอีกด้านหนึ่ง ชาเขียวก็สามารถให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน ซึ่งผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดื่มชาเขียว ได้แก่

  1. ในชาเขียวมีคาเฟอีน (caffeine) เป็นสารที่กระตุ้นทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นเช่นเดียวกับในกาแฟ และโกโก้ การบริโภคชาเขียวในปริมาณที่ไม่มากเกินไป มักไม่ทำให้เกิดพิษจากคาเฟอีน แต่ถ้าดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากเกินไป เช่น มากกว่าวันละ 3 ถึง 4 ถ้วย อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงจากคาเฟอีนได้ เช่น นอนไม่หลับ รู้สึกอึดอัดไม่สบายท้อง คลื่นไส้ รวมถึงอาจมีอาการท้องเสียได้
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ในชาเขียวมีคาเฟอีน
  2. ควรระวังการดื่มชาเขียวในคนที่เป็นโรคหัวใจ เพราะคาเฟอีนสามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
  3. ในคนที่เป็นเบาหวาน คาเฟอีนอาจจะส่งผลรบกวนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  4. การดื่มชาเขียวอาจจะทำให้ภาวะวิตกกังวลมีอาการแย่ลงได้
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โทษชาเขียว
  5. การรับประทานชาเขียวมากเกินไปในขณะให้นมบุตร อาจจะทำให้คาเฟอีนในชาเขียว ส่งผ่านไปยังเด็กผ่านทางน้ำนม ซึ่งถ้าเด็กได้รับปริมาณมาก อาจจะเกิดอันตรายจากคาเฟอีนได้ โดยมีคำแนะนำว่าไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 ถ้วย
  6. สำหรับในคนท้อง การทานชาเขียวอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งลูก ดังนั้น ในระหว่างตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงชาเขียว และเครื่องดื่มที่ให้คาเฟอีน เช่น กาแฟ และโกโก้
  7. เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าชาเขียวสามารถรักษาและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ จึงทำให้ความนิยมของการดื่มชาเขียวในคนที่เป็นมะเร็งจึงเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน สารโพลีฟีนอล (polyphenols) ซึ่งพบได้มากในชาเขียว สามารถเกิดอันตรกิริยากับยารักษามะเร็งหรือยาตีกันได้ โดยเฉพาะกับยา bortezomib นอกจากนี้วิตามินเคที่พบมากในชาเขียว สามารถทำให้ฤทธิ์ละลายลิ่มเลือดของยาวาร์ฟารินลดลง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันตามอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในหลอดเลือดสมองและหัวใจ ดังนั้น ก่อนการทานชาเขียวและสมุนไพรอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันปัญหายาตีกัน
  8. สารแทนนิน (tannin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดรสขมในชาเขียว สามารถยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กในอาหารได้ จึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะขาดเหล็ก (iron deficiency) ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง
    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง
  9. การรับประทานชาเขียวในปริมาณที่มาก อาจส่งผลทำให้มีการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) และอาจทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บที่กระดูกได้ง่ายขึ้น
  10. มีความเชื่อว่าการดื่มชาเขียวในขณะท้องว่าง จะสามารถช่วยเติมเต็มสารอาหารที่ควรจะได้จากอาหารได้ แต่ความเป็นจริงแล้วความเชื่อนี้ไม่ถูกต้อง เพราะจากการทดลองในหนูทดลอง ที่ให้หนูดื่มชาเขียวในขณะท้องว่าง พบว่าเกิดพิษต่อตับ ไต และระบบทางเดินอาหาร แต่สำหรับผลในมนุษย์นั้นยังไม่มีการทดลอง
  11. สารคาเทชิน (catechins) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มโพลีฟีนอล มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) พบว่าสารตัวนี้จะมีพิษต่อไมโทคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างพลังงานให้กับเซลล์ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติต่อตับ ได้แก่ ตัวเหลืองตาเหลือง ตับอักเสบ รวมถึงตับวาย นอกจากนี้สารคาเทชินยังส่งผลทำให้กลูตาไธโอน (glutathione) ซึ่งเป็นสารที่คอยกำจัดสารพิษในตับลดลง
  12. มีรายงานว่า การให้หนูทดลองกินชาเขียวในปริมาณสูง จะส่งผลทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายลดลง ซึ่งอาจจะเกิดจากการทำงานของอัณฑะผิดปกติ ดังนั้น ชาเขียวอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ได้

ประโยชน์จากชาเขียวที่มีต่อสุขภาพล้วนมีให้เราได้ทราบด้วยกันหลายด้านทีเดียว ทั้งสรรพคุณต่างๆ และการนำมาใช้ผสมผสานกับการรักษาอาการเจ็บป่วยพร้อมกับสมุนไพร รวมถึงโทษจากชาเขียวที่มีให้เราพึงระวังก่อนดื่ม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อมูลที่ดีเยี่ยมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น หากใครชื่นชอบการดื่มชาเขียวเป็นชีวิตจิตใจ บทความนี้อัดแน่นไปด้วยประโยชน์เพื่อคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บอกเลยว่าพลาดติดตามกันไม่ได้แล้วจริงๆ