Author Archive 1ADF8B

By1ADF8B

ชาเขียวมีประโยชน์ แต่ชาที่เข้มข้นเกินไป ก็อาจจะเกิดโทษได้เช่นกัน

ชาเขียวกับความงามสูตรน้ำแร่ชาเขียว นำน้ำแร่มาต้มให้เดือด ใส่ชาเขียวแบบผงหรือใบชาลงไป อาจเพิ่มใบสะระแหน่สักเล็กน้อย แล้วทิ้งไว้ให้เย็น หรือนำไปแช่ในตู้เย็น ถ้าใช้ใบชา ควรกรองเอาแต่น้ำ เทใส่ขวดสเปรย์ ใช้เป็นสเปรย์น้ำแร่ชาเขียว จะเพิ่มความชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า ฉีดได้ทุกเวลาที่ต้องการความสดชื่น
สูตรถนอมผิวรอบดวงตา ต้มชาเขียวกับน้ำเดือด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วใช้สำลีชุบชาเขียวให้เปียกชุ่ม นำมาวางบริเวณเปลือกตาccduchallenge.com ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยลดร่องรอยความอ่อนล้าของผิวรอบดวงตา และยังลดการบวมของเปลือกตาและถุงใต้ตา ผิวจะนุ่มนวลและดูสดชื่นขึ้น
สูตรลดน้ำหนัก ดื่มชาเขียววันละ 3 แก้ว จะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญพลังงานและและไขมันของร่างกายได้
เนื่องจากประโยชน์ที่มีมาก ชาเขียวจึงไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องดื่มอีกต่อไป แต่ยังเป็นสารอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

โทษของชาเขียว

1.ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
2.หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์
3.ในรายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะกาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
4.คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมา มากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร
5.การดื่มชาแทนอาหารเช้าจะทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร จึงควรเติมนมหรือน้ำตาลอาจเพิ่มเพิ่มคุณค่าได้บ้าง และควรกินอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย
6.การดื่มชาในปริมาณที่เข้มข้นมากๆจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และนอนไม่หลับ
7.ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดมากๆเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ระคายเคืองต่อเซลล์ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งสูง
8.การดื่มชาเขียวในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้
9.ในกรณีที่ดื่มชาเพื่อต้องการเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็ง การเติมนมในชาก็ไม่ได้ผล เพราะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารแทนนิน แต่การเติมนมลงไปนมจะไปจับกับสารแทนนิน ไม่ให้ออกฤทธิ์
แม้จะมีการวิจัยต่างๆ มากมายที่ระบุว่าสาร EGCG[5] ในคาเทซินซึ่งมีอยู่ในชาจะสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่การทดลองบางแห่งหนึ่งก็พบว่าการ EGCG เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง เพราะความสลับซับซ้อนของเอมไซม์และฮอร์โมนของสัตว์ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดื่มชาเพื่อสุขภาพที่แท้จริงจึงควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดมาจากจีนหรือญี่ปุ่นกันแน่

มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในภาษาญี่ปุ่น Matcha (抹茶) แปลว่าชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียวสินะ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้ง่ายๆ คือ อะไรก็ได้ที่นิยมใส่มัทฉะไปแล้วขายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่ม ดัดแปลงผสมกันในสูตรอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ เบียร์หรือแม้กระทั่งผสมในเครื่องสำอาง หากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกอย่างจะต้องมีมัทฉะเป็นส่วนผสมมาด้วยจนกลายเป็นจุดเด่น Signature ของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทราบประวัติความเป็นมาของชาเลยว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะจีนเองก็เด่นดังเรื่องชาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

พิธีการชงชา จะเป็นพิธีที่สง่างาม มีการผสมผสานทางด้านความคิด จิตวิญญาณ แสดงความผูกพันระหว่างเจ้าบ้านกับผู้มาเยือน กุศโลบายของพิธีจะแฝงความคิดให้คิดถึงจิตใจของคนอื่น หัวใจหลักของพิธีชงชา คือ การดื่มชาด้วยความสุนทรีย์ในความเรียบง่าย การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติด้วยจิตใจที่นิ่งสงบและบริสุทธิ์

By1ADF8B

วิธีดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

เพราะประโยชน์ของการดื่มชาเขียวนั้นมีมากมาย โดยจะช่วยบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง เนื่องจากในชาเขียวจะมีสารสำคัญบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำลายแบคทีเรียภายในช่องปากอันเป็นสาเหตุของปัญหาฟันผุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างเข้มข้นจากน้ำชา ยังมีสรรพคุณช่วยยับยั้งโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ดี การดื่มชาก็มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมๆ กัน แต่สำหรับใครที่อยากดื่มชาเขียวแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับร่างกาย เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ

 

วิธีดื่มชาเขียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด ควรดื่มดังนี้

1.ควรชงชาดื่มด้วยตัวเอง ซึ่งควรดื่มน้ำชาที่มีความเข้มข้นจากถ้วยชาใบจิ๋ว เพราะความเข้มข้นที่ได้จากใบชานั้นจะทำให้ได้ปริมาณสารแคททีชินที่เข้มข้นนั่นเอง

2.หากต้องการนำชาเขียวมาทำเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นก็จะสามารถช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญที่ได้จากใบชาได้ แต่อย่าลืมว่าในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวมักจะต้องผ่านกระบวนการต้มหรือทำให้ร้อนก่อนทั้งสิ้น หรือผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนที่จะนำชาเขียวมาบรรจุใส่ลงในขวด และความร้อนนั่นเองที่จะทำลายปริมาณสารสำคัญจากในน้ำชาให้หมดลง

3.การดื่มน้ำชาเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชาเย็นหรือชาร้อน ก็ควรดื่มชาเพียวๆ ล้วนๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยนมทุกชนิดเพิ่ม ไม่ว่าจะนมสด นมผงหรือนมข้นก็ตาม เพราะโปรตีนจากนมจะเข้าไปจับสารสำคัญในน้ำชาและขัดขวางประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถรับสารสำคัญจากน้ำชาได้อย่างเต็มที่

By1ADF8B

ชานวัตกรรมใหม่ เพื่อสุขภาพ

ไม่กี่ปีให้หลัง คนไทยท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ สองประเทศนี้ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความตื่นตัวด้านสุขภาพสูง จึงไม่แปลก ที่เทรนด์การกินการดื่มเพื่อสุขภาพจะถูกถ่ายทอดมาสู่คนไทย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาลดไขมันซึ่งกำลังมาแรงสุดๆ บ.ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีความถนัดด้านชาและน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพอยู่แล้ว จึงนำเทรนด์ดังกล่าวมาต่อยอดจนเป็น “ชาเดลี่เมท” ชาลดไขมันเพื่อสุขภาพสูตรเฉพาะตัว ที่ได้ผลดีกับคนไทยจริงๆ
เพียงไม่กี่วันที่ชาเดลี่เมทวางขายใน holiday-casino.org ก็เกิดกระแสคลื่นใต้น้ำ ขยายความนิยมออกเป็นวงกว้างท่ามกลางบรรยากาศการขายที่ค่อนข้างสโลว์ในช่วงปลายปีชาเดลี่เมทกลายเป็นสินค้าน้องใหม่ที่เตะตาเพจและบล็อกเกอร์ชื่อดัง ต่างหยิบไปรีวิวและแชร์ต่อจนกลายเป็นคลื่นลูกใหม่กระเพื่อมวงการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทั้งๆ ที่ขณะนั้นยังไม่มีภาพยนตร์โฆษณาออกมาด้วยซ้ำ เรามาดูกัน ว่าชาเดลี่เมทมีดีอะไร จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว

มีอาวุธเด็ดหากนี่คือสมรภูมิรบ ชาเดลี่เมทนับว่าเป็นนักรบที่น่าหวาดหวั่น เพราะมีอาวุธเด็ดใช้ต่อสู้กับไขมัน คือ กลยุทธ์ 3B ที่ต้องมีครบ 3 ช่วยกันทำงานจึงจะได้ผลดีได้แก่ Block น้ำตาลไม่ให้กลายเป็นไขมัน Burn ไขมัน และ Balance ให้ขับถ่ายดี หากมีนักรบสักคนที่มีคุณสมบัติครบแบบนี้ คุณจะต้องการอะไรอีกล่ะจากการต่อสู้ไขมันครั้งนี้ส่วนผสมปังส่วนผสมของชาเดลี่เมท ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเด็ดที่ผู้กังวลในรูปร่างมักให้ความสนใจ ได้แก่ สารสกัดจากถั่วขาวที่ช่วยชะลอการย่อยแป้ง ทำให้แป้งถูกขับออกจากร่างกายก่อนจะกลายเป็นไขมันส่วนเกิน, แอลคาร์นิทีนชาเขียว และสารสกัดจากผลมะระขี้นก ช่วยการเผาผลาญไขมัน และไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดี ทำให้อิ่มนาน ไม่อยากอาหารเพิ่มหาที่ยืนจนเจอ คุณสมบัติดังกล่าวล้วนสร้างจุดขายและจุดยืนที่เข้มแข็งให้กับชาเดลี่เมท คือ “ช่วยให้รูปร่างดูดีและสุขภาพดีอย่างมีความสุข” ชาเดลี่เมทไม่สนับสนุนให้คุณอดอาหาร อดขนม ของอร่อย บุฟเฟต์หรือปาร์ตี้ เพราะมันคือความสุขในชีวิตประจำวันที่คุณสมควรจะได้รับ แต่เน้นให้กินอย่างถูกสัดส่วน และฉลาดเลือกสิ่งที่จะมาช่วยต่อสู้กับไขมันอย่างได้ผล

By1ADF8B

ชาเขียว

ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบา ๆ ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว) จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ccduchallenge.com และมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า “ชาเขียว” และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมัก จึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอล (Phenolic compound) หลงเหลืออยู่มากกว่าในอู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดยชาเขียวจะมีสาร EGCG ประมาณ 35-50% ส่วนชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10%

ชาเขียวที่มีคุณภาพจะได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สองที่เก็บจากยอด (ชาวจีนเรียกว่า “บู๋อี๋”) ส่วนใบชาคู่ที่สามและสี่จากยอดจะให้ชาชั้นสอง (ชาวจีนเรียกว่า “อันเคย”) ส่วนใบชาคู่ที่ห้าและหกจากปลายยอดจะเป็นชาชั้นเลว (ชาวจีนเรียกว่า “ล่ำก๋อง”) สำหรับสี กลิ่น และรสชาติของชานั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณของสารคาเทชินที่มีอยู่ในชา โดยฤดูการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว จะมีผลต่อระดับของสารคาเทชิน ซึ่งในใบชาฤดูใบไม้ผลิจะมีสารคาเทชินประมาณ 12-13% ในขณะที่ชาในฤดูร้อนจะมีสารคาเทชินประมาณ 13-14% (ใบชาอ่อนจะมีสารคาเทชินมากกว่าใบชาแก่)

 

 

สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว จะประกอบไปด้วย กรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ กาเฟอีน (caffeine) และธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน (catechins) โดยเราสามารถแยกสารคาเทชินออกได้เป็น 5 ชนิด คือ gallocatechin (GC), epicatechin (EC), epigallocatechin (EGC), epicatechin gallate (ECG), และ epigallocatechin gallate (EGCG) โดยคาเทชินที่พบได้มากและมีฤทธิ์ทรงพลังที่สุดในชาเขียว คือ สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate – EGCG) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

By1ADF8B

มัทฉะ กับ ชาเขียว ต่างกันตรงไหน?

 

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ การดื่มมัทฉะ คือ การดื่มใบชาเขียวบดเป็นผงเข้าไปทั้งใบ โดยไม่มีการคัดแยกกากออก ไม่เหมือนการดื่มชาเขียวโดยทั่วไป ที่เราต้องใช้ตัวกรองใบชา เพื่อให้เราได้น้ำชาออกมา และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เราได้รับประโยชน์จากใบชามาแบบเต็มๆ แต่ก็แลกมากับความขม ซึ่งอาจจะทำให้บางคนรู้สึกว่าดื่มยากไปหน่อย ดังนั้นเมนูที่เหมาะกับมัทฉะจึงต้องมีการเติมนมลงไป เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น กลายมาเป็นมัทฉะลาเต้นั่นเองค่ะ

เมนูชาเขียวของร้านเรา มีส่วนผสมของมัทฉะอยู่ด้วยเช่นกัน แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อย ทำให้ดื่มง่าย สดชื่น ลื่นคอกว่าการดื่มมัทฉะเพียวๆที่กระด้างมากกว่า แล้วก็ยังคงคุณประโยชน์ของมัทฉะไว้ในเวลาเดียวกัน ไม่เหมาะแก่การเติมนม เพราะไม่ได้มีความเข้มข้นมากพอ

เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแล้วล่ะค่ะ ชอบความเข้มข้นอย่างมัทฉะ หรือชอบความสดชื่นในแบบชาเขียว

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดมาจากจีนหรือญี่ปุ่นกันแน่

มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในภาษาญี่ปุ่น Matcha (抹茶) แปลว่าชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียวสินะ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้ง่ายๆ คือ อะไรก็ได้ที่นิยมใส่มัทฉะไปแล้วขายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่ม ดัดแปลงผสมกันในสูตรอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ เบียร์หรือแม้กระทั่งผสมในเครื่องสำอาง หากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกอย่างจะต้องมีมัทฉะเป็นส่วนผสมมาด้วยจนกลายเป็นจุดเด่นholiday-casino.orgของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทราบประวัติความเป็นมาของชาเลยว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะจีนเองก็เด่นดังเรื่องชาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

Matcha ชาเขียว มีประวัติความเป็นมาหลายร้อยปีแล้ว โดยนักบวชชาวญี่ปุ่น Eichu จากวัด Bonshakuji จังหวัดไอจิ ได้เดินทางไปเป็นทูตเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากประเทศจีนรวมทั้งการศึกษาตัวยาสมุนไพรจากจีนอีกด้วย เมื่อไปศึกษาที่เมืองจีนแล้วก็เอาชากลับมาถวายให้จักรพรรดิ Saga เมื่อท่านได้ดื่มชาก็เกิดความประทับใจในรสชาติ แต่ในสมัยนั้นความนิยมยังคงมีอยู่แต่ในเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะฉะนั้น ชา จากประเทศจีนจึงเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกๆ โดยพระสงฆ์นั่นเอง จึงเห็นได้ชัดว่าชามีต้นกำเนิดมาจากเมืองจีนนะคะ แต่คนญี่ปุ่นได้นำชานั้นมาเป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นขึ้นมาชัดเจนมากเค้าคิดว่าชาดีอยู่ที่การใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง เพราะความประณีตจนเกิดเป็นวัฒนธรรมการชงชา และพิธีชงชาเป็นเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ซึ่งแหม่มโชคดีมากที่เคยเห็นพิธีชงชาที่กินซ่า ประเทศญี่ปุ่น เห็นแล้วรู้สึกว่าพิธีนี้มีความขลังมากเลยค่ะ

By1ADF8B

ดื่มอย่างไรได้ประโยชน์เต็ม ๆ

เห็นเคล็ดลับเร่งการเผาผลาญของสำนักต่าง ๆ มักแนะนำให้ดื่มชาเขียว แถมยังให้ข้อมูลว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้ ก็ชักอยากรู้แล้วสิว่า ชาเขียว มีประโยชน์มากขนาดนั้นเชียวหรือนี่ กระปุกดอทคอม เลยขอหยิบบทความดี ๆ เรื่องชาเขียว จากเว็บไซต์ emaginfo.com มาฝากคนชอบดื่มชาค่ะ ถึงเวลาหาคำตอบที่ทุกคนอยากรู้

ขึ้นชื่อว่า “ชา” ใคร ๆ ก็ยกให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม และก็มีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคนิยมดื่มนะ แต่ผู้ผลิตก็นิยมสร้างสรรค์ชาใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย

ในปัจจุบันการผลิต “ชาเขียว” ในรูปแบบของการเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปก็มีจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย ทำให้สะดวกต่อการบริโภค และด้วยรสชาติที่ความอร่อย ทำให้รู้สึกสดชื่น รวมไปถึงการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ชาเขียว หรือมีข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของการดื่มชาเขียวที่มีต่อร่างกายมากมาย เหล่านี้จึงเป็นแรงจูงใจทำให้กระแสการบริโภคชาเขียวเพิ่มขึ้น จนอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม หรือบริโภคในปริมาณที่สูงเกินไปโดยไม่ทราบถึงผลกระทบต่อร่างกาย ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชาเขียว ว่าจะต้องเลือกบริโภคอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

By1ADF8B

เรื่องชาที่ควรรู้!! พร้อมเคล็ดลับการชงชาให้อร่อย!

หากเอ่ยถึงใบชา ชาร้อน หรือชานม ชาไข่มุก ฯลฯ สารพัดชา ที่ฟังแล้วรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาทันที ยิ่งหากอากาศร้อน ๆ ก็อาจทำให้นึกถึงชานมเย็นที่มีทั้งรสชาติหวาน ๆ ดื่มแล้วรู้สึกชื่นใจไม่น้อย หากเป็นหน้าหนาวก็ต้องนึกถึงชาร้อน ๆ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคอน้ำชาแล้ว คงจะต้องมีชาใบโปรดติดอยู่กับบ้านสำหรับนำมาดับกระหายได้ทุกเมื่ออย่างแน่นอน เพราะว่ากันว่าการได้ดื่มชาแทนการดื่มน้ำจะช่วยส่งผลต่อร่างกายในทางที่ดีขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่มีความรู้เรื่องชา และอยากจะลองหาใบชามาไว้ติดบ้านเผื่อได้ซดร้อน ๆ กับการปล่อยอารมณ์แบบชิลๆ เรามีข้อมูลเล็ก ๆน้อย ๆ ของเหล่าใบชาพร้อมกับวิธีชงชาอย่างไรให้อร่อย??? มาฝากกัน!!

 

ชาเขียว
ชาเชียว (Green Tea) ถือได้ว่าเป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำไปอบให้แห้งทันที โดยไม่มีการหมัก ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้ใบชาทำปฏิกิริยากับออกซิเจน (ออกซิเดชัน) ทำให้ได้ใบชาที่ยังมีสีเขียว พร้อมกับมีกลิ่นและรสชาติใกล้เคียงใบชาธรรมชาติมาก

ชาดำ
ชาดำ (Black Tea) เป็นยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดอย่างเต็มที่จากนั้นทำการหมักจนได้กลิ่นหอม ๆ ก่อนนำไปอบให้แห้ง ซึ่งจะส่งทำให้ได้ใบชาสีเข้มและมีรสขมปนฝาดกว่าชาเขียว เพราะปฏิกิริยาทางเคมีของสารแทนนินในใบชา

ชาแดง หรือ ชาอูหลง
ชาอูหลง หรือ ชาแดง (Red Tea or Oolang) เป็นการนำยอดอ่อนของชาที่ถูกนำมานวดพอให้ผิวนอกช้ำ เพื่อเป็นการกระตุ้นสารแทนนิน แล้วค่อยนำมาอบให้แห้ง เพื่อหยุดยั้งปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สีและรสของชาแดงจึงอยู่กึ่งกลางระหว่างชาดำกับชาเขียว ซึ่งเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน

ชาขาว
ชาขาว (White Tea) หรือ หยินแชน (เข็มเงิน) สามารถเก็บได้เฉพาะช่วงเวลา 2-3 วัน ในแต่ละฤดูใบไม้ผลิในช่วงที่ช่อสีขาวของต้นชาเพิ่งจะผลิออกมา เพราะชาขาวคือใบชาที่อ่อนที่สุด และยังปกคลุมด้วยปุยขนอ่อนสีขาวเท่านั้น เมื่อเก็บแล้วจะนำไปตากแห้งจากแสงอาทิตย์ธรรมชาติ

เคล็ดลับการชงชา ชงชาไม่ให้เกิดโทษ
หลักการชงชาเบื้องต้น คือ ไม่ควรแช่ใบชานานเกินไป เพราะตามปกติเรามักจะใส่ชาเติมน้ำร้อนแล้วก็แช่ทิ้งไว้ทั้งวัน ประมาณว่าอยากดื่มเมื่อไหร่ก็รินน้ำชาใส่แก้ว แล้วก็ดื่ม หากน้ำชาไม่อุ่นก็เติมน้ำร้อนให้อุ่นขึ้นใช่ไหม? วิธีการเหล่านี้มีส่วนทำให้หลายคนหันมาดื่มชาแล้วรู้สึกว่าท้องผูก หรือ เกิดอาการตาค้างนอนไม่หลับ เพราะการแช่ชานานเกินไป จะส่ง ผลทำให้สารอย่างพวกแทนนิน หรือคาเฟอีน มีปริมาณมากเกินไป ซึ่งจากการเรียนรู้จากคนรุ่นก่อนอาม้าอากง ทำให้มีการค้นพบว่า เมื่อมีการแช่ชาในน้ำร้อนนานเกินไป หากเป็นการแช่ชาเข้มๆ จะมีสารแทนนินออกมาในปริมาณมากพอที่ จะไปฆ่าเชื้อโรคที่ส่งผลทำให้คุณท้องเสียได้ อาการท้องเสียก็จะหยุดไปเมื่อคุณทานชาเข้มๆ นั่นเอง การชงชาให้ถูกวิธีและดื่มชาให้ถูกกับเวลา ก็จะทำให้การดื่มชามีแต่ประโยชน์อย่างแน่นอน

การชงชาให้อร่อย..ทำได้อย่างไร ??
เชื่อว่าหลายคนคงจะมีความคุ้นเคยในวิธีชงชาใบแบบเดิม ๆ ทำให้บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้รับรสชาที่แท้จริง เพราะคิดว่าแค่ใบชาผ่านน้ำร้อน แช่ทิ้งไว้สักครู่ ไม่ว่าจะเป็นชาสำเร็จ หรือใบชาก็คงจะได้รสชาติของน้ำชากันแล้ว ซึ่งความจริงนั้นการชงชาแต่ละชนิดมีความลับเฉพาะที่แตกต่างจากหลักการเบื้องต้นไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ก็มีความละเอียดอ่อนของตัวชาเอง ซึ่งการชงชาให้ได้รสอร่อยแบบง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณได้ทั้งประโยชน์และการประหยัด มีเคล็ดลับที่ไม่ยากเกินไป เราขอแยกตามวิธีการชงชาให้อร่อยมาฝากก็แล้วกัน

ขั้นตอนการชงชา
อาจใช้ชาต้งติ่งอูหลง, ชาอูหลงเบอร์ 12 หรือ ชาอูหลงก้านอ่อน , ชาสี่ฤดู และ ชาจาเป่าหลง หรือใบชาที่ชอบส่วนน้ำชงชาควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรอง และควรต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ใบชา 2-3ช้อนชา สำหรับกาน้ำชาประมาณ 150-200 CC. แล้วเติมน้ำร้อนลงในกา เพียงท่วมใบชาก่อนแล้วค่อยรินน้ำออกทันที แล้วหลังจากนั้นเติมน้ำร้อนให้เต็มกา แช่ไว้ประมาณ 1นาที รินน้ำชาออกจากกาให้หมดเพื่อดื่มในขณะที่อุ่น ๆ ไม่ควรแช่ทิ้งไว ส่วนใบชาที่ชงแล้วเมื่อรินน้ำออกหมด สามารถพักไว้ในกาได้โดยยังไม่ต้องเอาทิ้ง ซึ่งสามารถนำชาชุดนี้กลับมาใช้ชงได้อีก 3-4 ครั้ง แต่ควรจะชงภายใน 1 วัน

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้กับประวัติที่ทำให้คุณต้องตะลึง

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ คงบอกไม่ได้เลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก แล้วมักจะเรียกชาเขียว ติดปากกันว่า มัทฉะ Matcha ( 抹茶 ) ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้วเราเข้าใจกันผิดเล็กน้อย เพราะว่าภาษาญี่ปุ่นคำว่าชาเขียว คือ Ryokucha ( 緑茶 ) หรือในภาษาอังกฤษ คือ green tea ส่วน Matcha จริงๆแล้วคือ ชาเขียวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผงสีเขียว โดยผ่านขั้นตอนและการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อทำให้มีรสชาติ หวานหอมอร่อยเป็นพิเศษ

หน้าตา มัทฉะ (Matcha) ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ของมารูเซน

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (Green tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากการหยุดการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase ที่อยู่ในใบชาสดโดยการอบด้วยไอน้ำ (steaming) เพื่อทำให้เอนไซม์ polyphenol oxidase ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยา oxidation และ polymerization ของ polyphenols ที่อยู่ในใบชาได้ เสร็จแล้วนำไปนวด (holiday-casino.org) เพื่อทำให้เซลล์แตกและนวดเพื่อให้ใบชาม้วนตัว จากนั้นนำไปอบแห้ง สีของน้ำชาจึงมีสีเขียว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผนผังแสดงกระบวนการผลิตชาที่แตกต่างกันไปตามชนิดของชาแผนผังแสดงกระบวนการผลิตชาที่แตกต่างกันไปตามชนิดของชา

หากเอ่ยถึง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในประเทศญี่ปุ่น แน่นอนว่าเราต้องนึกถึง จังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกชาเขียวมากที่สุด โดย 45% ของชาเขียวซึ่งดื่มกันในญี่ปุ่นนั้นมาจากที่นี่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่นมาจากจังหวัด shizuoka

ชาเขียวสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักใหญ่ๆ ได้ดังนี้

มัทฉะ ( Matcha ) คือ ชาเขียวผงละเอียด ที่เอาใบชามาบดด้วยโม่หินให้เกิดความร้อนน้อยที่สุดเพื่อรักษาคุณภาพและสารอาหาร แล้วเอามาละลายน้ำ
เซนฉะ ( Sencha ) คือ ชาเขียวเป็นใบๆ แล้วเอามาชงกับน้ำ
เกนไมฉะ ( Genmaicha ) คือ ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่วญี่ปุ่น ทำให้มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ร้านอาหารนิยมเสิร์ฟชาแบบนี้รูปภาพที่เกี่ยวข้องGenmaicha ชาเขียวที่ผสมกับข้าวคั่วญี่ปุ่น ทำให้มีกลิ่นหอม และได้รสชาติจากข้่าวคั่ว
ชาเขียว ถือว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของญี่ปุ่น แต่ที่น่าสนใจ คือ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ถังของจีน (ค.ศ.618-907) โดยพระญี่ปุ่นที่เดินทางกลับมาจากศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศจีน นำเมล็ดพันธุ์ชาจากประเทศจีนมาเพาะพันธุ์ในวัดที่ญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงแรกที่ญี่ปุ่นผลิตใบชามาเป็นยารักษาโรค และผลิตใบชาได้น้อย ทำให้ชากลายเป็นสินค้าราคาสูง สามัญชนไม่สามารถซื้อหาได้ จึงทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาจำกัดวงอยู่แค่ในวัดและพระราชวังเท่านั้น
ต่อมาชาเริ่มเปลี่ยนฐานะจากยารักษาโรคมาเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสุนทรีของบรรดาขุนนางและชนชั้นสูง จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 วัฒนธรรมการดื่มชาแบบนี้ก็ค่อยๆ แพร่ขยายออกไป จนเป็นที่นิยมในหมู่ซามูไร นักบวช และคนทั่วไป จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการดื่มชา หรือที่รู้จักกัน คือ พิธีชงชา