Author Archive 1ADF8B

By1ADF8B

รู้จัก ชาเขียว ดีแค่ไหน

ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบา ๆ ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว) จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ และมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า “ชาเขียว”

และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมัก จึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอลหลงเหลืออยู่มากกว่าในอู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดยชาเขียวจะมีสาร EGCG ประมาณ 35-50% ส่วนชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10%

ประโยชน์ของชาเขียว

สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว จะประกอบไปด้วยกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน

การดื่มชาเขียวให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากสารสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด

ท้องผูกเพราะชาเขียว

ในชาเขียวมีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ ถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้

By1ADF8B

มารู้จักชาให้มากขึ้นกันดีกว่า….. ดูซิว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับชาบ้าง?

ประโยชน์ของชาเขียวมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านมะเร็งและโรคหัวใจ รวมทั้งการลดปริมาณคลอเรสเตอรอล ซึ่งชาเขียวจมีส่วนช่วยในกากรเผาผลาญไขมัน ป้องกันโรคเบาหวานและเส้นเลือดอุดตัน ไปจนถึงการชะลอความเสื่อมของสมองฯลฯ

และด้วย คุณประโยชน์อันมากมายของชาเขียว จึงเป็นเหตุผลที่ชาวญี่ปุ่น และชาวจีน หันมาดื่มชากันเป็นกิจวัตรมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี ซึ่งคุณประโยชน์ของชาเขียวต่างๆ เกิดขึ้นมาจากสารต้านอนุมูลอิสระหรือที่เรียกกันว่า คาเทชินส์ ที่จะคอยจัดการกับอนุมูลอิสระที่สามารถทำร้ายดีเอ็นเอที่ส่งผลทำให้เกิดสารก่อโรคมะเร็ง เส้นเลือดอุดตันและตีบแข็ง ซึ่งแม้ว่าในองุ่นเบอร์รี่ ไวน์แดง และดาร์กซ็อกโกแลตจะมีสารต้านอนุมูลอิสระนี้อยู่เช่นกัน แต่ปริมาณก็ไม่มากเท่าที่มีในชาเขียว

เคล็ดลับการเลือกชา
ชาถือกำเนิดมาจากพืชตระกูล Camelliea เป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมบริโภคไม่น้อยไปกว่า กาแฟ และโกโก้ มี ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ใบแหลมสีเขียว มีดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ส่วนที่นำมาเป็นเครื่องดื่มจะอยู่บนสุด เป็นตำแหน่งของการผลิใบอ่อน และการแตกหน่อ

– ลักษณะของใบชาที่ดีต้องมีรูปร่าง ขนาด สี ที่เป็นลักษณะเดียวกัน และไม่มีก้านชาหรือสิ่งอื่นปะปน

– กลิ่นของใบชาที่ดีจะมีกลิ่นของความสด หอมติดจมูก และไม่มีกลิ่นอื่น ๆ ปะปน

– เมื่อสัมผัสใบชายิ่งมีน้ำหนักมาก ก็ยิ่งมีคุณภาพสูงมาก

– ทดลองชิมรสชาติของน้ำชา น้ำชาที่ดีต้องรสเข้ม มีกลิ่นหอมและหวานที่ปลายลิ้น

ประโยชน์สูงสุดจากการดื่มชา
1. ดื่มชาเพื่อลดน้ำหนัก
ชาเขียวแก้วแรกของวันควรเป็นชาเขียวร้อนแบบชงเอง ที่ไม่ใส่น้ำตาล สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือน้ำผึ้ง ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายของการดื่มชาของสาวๆ หลายคนส่วนใหญ่อยากจะหันมาดื่มชาเพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งชาที่ได้รับความนิยมเพื่อดื่มลดน้ำหนักก็คือ ชาเขียว เพราะชาเขียวมีสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (EGCG) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันจึงสามารถส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับดื่มชาเขียวคือ ตอนเช้าหลังตื่นนอน ซึ่งชาเขียวจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และเผาผลาญต่อเนื่องตลอดทั้งวัน การลดน้ำหนักที่ได้ผลคือควรดื่มชาเขียววันละ 3 ครั้ง ไม่ควรแต่งรสด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนมผง นมสด นมข้น เพราะโปรตีนจากนมจะไปจับกับสารสำคัญในชาเขียว และไปทำลายประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย วิธีการดื่มชาเขียวที่ดีที่สุดก็คือการดื่มแต่น้ำชาล้วน ๆ โดยไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติม การที่ดื่มชาเขียวบ่อยๆ จะช่วยทำให้ร่างกายเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง

2. ดื่มชาเพื่อเพิ่มการเผาผลาญไขมัน
การดื่มชาที่ถูกวิธีและถูกเวลาก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ต่อร่างกายมากๆ ทั้งช่วยให้ลดน้ำหนัก ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร ฯลฯ ซึ่งดื่มชาเขียวก่อนไปออกกำลังกายประมาณ 45 นาที จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันระหว่างออกกำลังกายได้ถึง 2 เท่า ง่ายๆ คือ แค่ชงชาเขียว 1-2 ช้อนชาในน้ำร้อน 200 มิลลิลิตร

3. ดื่มชาเพื่อกระตุ้นการย่อยอาหาร
การดื่มชาเข้มๆ หลังจากรับประทานอาหารแล้ว 2-3 ชั่วโมง จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยภายในกระเพาะอาหารหลั่งออกมามาก ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ได้ดี แต่สำหรับคนที่ดื่มชาเป็นประจำ หากใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบควรจิบน้ำชาอ่อนๆ เพราะน้ำชาแก่หรือเข้มข้นเกินไปจะทำให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งออกมามากเกินไปทำให้เกิดการระคายเคืองภายในกระเพาะอาหารมากขึ้น

ดื่มชาที่เพิ่งชงเสร็จร้อนๆ ดีที่สุด
หากชงชานานเกินไปและปล่อยทิ้งไว้นาน สารสำคัญจะลดลง เพราะอุณหภูมิและเวลามีผลต่อการลดลงของสารที่มีประโยชน์ต่างๆ ในชา นั่นเป็นเพราะชาที่ชงเสร็จแล้วจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างสารคาเฟอีนและธิโอฟิลลีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (EGCG) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันทำให้ส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย

ชาเขียวกับการรักษามะเร็ง
ชาเขียวมีสาร Catechin Polyphenol โดยเฉพาะสาร Epigallocatechin Gallate (EGCG) ที่มีอยู่มาก โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านพิษ และยังช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อส่วนดี ช่วยลดระดับ LDL โคเลสเตอรอลในเลือด และป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหัวใจวาย และลมชัก

มีการเปรียบเทียบประโยชน์ที่ได้จากการดื่มชา กับประโยชน์ที่ได้จากการดื่มไวน์ ว่า??? ทำไมชาวฝรั่งเศสจึงมีอัตราการป่วยด้วยโรคหัวใจน้อยกว่าชาวอเมริกัน ซึ้งทั้งสองประเทศบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะชาวฝรั่งเศสมักนิยมดื่มไวน์ซึ่งในไวน์แดงมีสาร Resveratrol ที่เป็น Polyphenol ที่สามารถลดอันตรายจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งสาร EGCG นั้น แรงเท่าๆ กับ Resveratrol ถึงเกือบ 2 เท่า เป็นการอธิบายว่าทำไมชาวญี่ปุ่นที่นิยมดื่มชาเขียวจึงมีอัตราการเสี่ยงโรคหัวใจค่อนข้างต่ำ แม้ว่าจะมีผู้สูบบุหรี่มากมายก็ตาม

By1ADF8B

ชาเขียว มีทั้งประโยชน์และโทษต่อสุขภาพ

มะเรชาเขียว.. เครื่องดื่มชาเพื่อสุขภาพ นับเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดที่หลายคนชื่นชอบไม่น้อยไปกว่ากาแฟ เพราะนอกจากจะให้รสชาติความอร่อยแล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้ยังให้ความหอมหวานในแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากประโยชน์จากชาเขียวที่มีต่อสุขภาพ การดื่มชาดังกล่าวยังพ่วงมาพร้อมโทษด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราก็หยิบมาฝากกันแล้ว สำหรับประโยชน์และโทษจากชาเขียว รวมถึงสาระน่ารู้อื่นๆ เรียกว่าเกี่ยวกับชาเขียวอย่างครบวงจร โดยสามารถติดตามได้เลยดังนี้

กว่าจะมาเป็นชาเขียว
ชาเขียวคือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ซึ่งเป็นต้นที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis โดยเป็นชาในชนิดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักแต่อย่างใดholiday-casino.org ซึ่งคุณสามารถเตรียมเครื่องดื่มชาเขียวได้ โดยการนำใบชาเขียวสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาเกิดความแห้งอย่างรวดเร็วในส่วนของวิธีการทำก็คือ เริ่มต้นจากการเก็บใบชาแล้วนำมาทำให้แห้งอย่างเร็วในหม้อทองแดง โดยใช้ความร้อนที่ไม่สูงจนเกินไป และใช้มือในการคลึงเบาๆ ก่อนที่ใบชาจะเริ่มแห้ง แต่สำหรับใครที่ต้องการใช้วิธีในการอบไอน้ำ ก็สามารถทำได้ด้วยการอบไอน้ำในระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นก็นำไปอบแห้งเพื่อเป็นการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ โดยความร้อนนั้นจะเป็นการช่วยในส่วนของการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์จนทำให้ไม่เกิดการสลายตัว จึงเห็นได้ว่าใบชาที่ได้มานั้นแม้จะแห้งแต่ก็ยังคงความสดเอาไว้และมีสีที่ค่อนข้างเขียว

By1ADF8B

รู้จัก ชาเขียว ดีแค่ไหน

ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบา ๆ ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว) จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ และมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า “ชาเขียว”

และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมัก จึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอลหลงเหลืออยู่มากกว่าในอู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดยชาเขียวจะมีสาร EGCG ประมาณ 35-50% ส่วนชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10%

 

ประโยชน์ของชาเขียว

สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว จะประกอบไปด้วยกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน

การดื่มชาเขียวให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากสารสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด

ท้องผูกเพราะชาเขียว

ในชาเขียวมีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ ถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้

By1ADF8B

กรีนนี่ชาเขียว

มาแล้วๆ ใครชอบบราวนี่ชาเขียว สายชาเขียวมาทางนี้ค่าา 🍵🍃 สูตรกรีนนี่ชาเขียวคลีนๆ พร้อมรบแล้วค่ะ ! สูตรนี้ไม่หวาน ชาเขียวอร่อยละมุณี ccduchallenge.com ใครชอบหวานกว่านี้เติมน้ำผึ้ง/น้ำตาลได้ตามชอบเลยนะคะ ❤️❤️

– แป้งข้าวโอ๊ต 1 1/3 ถ้วย ใส่แป้งสาลีผสมได้เล็กน้อยเพื่อให้เนื้อทานง่าย
– ชาเขียวมัชฉะ 1.5 ช้อนโต๊ะ
– ชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว ยี่ห้อ King 3-5 ช้อนโต๊ะ
– เกลือ 1/2 ช้อนชา
– เบคกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
– ไข่ 1 ฟอง
– วนิลา เล็กน้อย
– 1/3-1/2 ถ้วย น้ำผึ้ง
– นมสดไขมันต่ำ 1/3 ถ้วยตวง
– ดาร์คช็อคโกแลต เล็กน้อย

By1ADF8B

ชาเขียวกับฤทธิ์ทางยา

ชาเขียวมีผลต่อการยับยั้งภาวะโรคต่างๆ ซึ่งมีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย
มีฤทธิ์ในการลดความอ้วน เนื่องจากมีงานวิจัยได้ระบุว่าสารแคททีชินที่มีส่วนในการลดความอ้วนพบได้มากที่สุดในชาเขียว
มีฤทธิ์ในการช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมัน จนส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกายได้เป็นอย่างดี
มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด
มีงานวิจัยทางคลินิกที่ค้นพบว่าชาเขียวมีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดโรคของหลอดเลือดหัวใจ
มีผลต่อการช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งต่างๆ
เขียวธรรมดา VS ชาเขียวมัทฉะ
ตามปกติชาเขียวผงจะถูกจัดแบ่งประเภทกันตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ว่าต้องการให้ผงชาเขียวที่ออกมาเป็นประเภทไหน ก่อนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการทำให้เป็นผงที่แตกต่างกัน ความแตกต่างของชาเขียวทั้งสองประเภทนี้ มาจาก “วิธีการปลูก” ที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเอาส่วนของยอดอ่อนใบชาเขียวที่มีความสด และเป็นใบอ่อน เมื่อเก็บมาใหม่ๆ จะนำไปเข้าสู่กระบวนการอบแห้ง จะได้ออกมาเป็นชาเขียวแบบใบแห้งที่เรียกว่า “เทนชะ” ก่อนนำไปเข้ากระบวนการผลิตต่อไป โดยแบ่งประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ผงชาเขียวธรรมดา
ผงชาเขียวธรรมดา จะมีกระบวนการบดที่ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ส่วนใหญ่นำมาชงด้วยวิธีการกรองเอาใบชาออก ให้ได้เป็นน้ำชาใสๆ ที่มีกลิ่นและรสชาติไม่เข้มข้นมากนัก สำหรับดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ใบจะไม่ละเอียดมาก อาจมีสีเข้มขึ้น เพราะผ่านการบดที่โดนความร้อน

2. ผงชาเขียวมัทฉะ
มัทฉะจะเป็นผงชาเขียวที่มีราคาแพงมากกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากกระบวนการทำมีความยุ่งยากมากกว่า ในการบดจะต้องใช้เทคโนโลยีที่จะไม่ทำให้ใบชาโดนความร้อน เพื่อเป็นการรักษาสีเขียวของใบ รสชาติที่สดใหม่เหมือนเด็ดจากต้น และคุณค่าของใบชาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด อีกทั้งเมื่อบดออกมาแล้วจะมีความละเอียดมากๆ สามารถนำไปชงละลายน้ำได้ทันที และได้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่าผงชาเขียวธรรมดา ชาเขียวชนิดนี้ ยังนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ขนมหวาน รวมไปถึงอาหารบางชนิดอีกด้วย

By1ADF8B

รู้จัก ชาเขียว ดีแค่ไหน

ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบา ๆ ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้น ๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว) จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ ccduchallenge.comและมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า “ชาเขียว”

และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมัก จึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอลหลงเหลืออยู่มากกว่าในอู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดยชาเขียวจะมีสาร EGCG ประมาณ 35-50% ส่วนชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10%

ประโยชน์ของชาเขียว

สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียว จะประกอบไปด้วยกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน

การดื่มชาเขียวให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากสารสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด

ท้องผูกเพราะชาเขียว

ในชาเขียวมีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ ถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้

By1ADF8B

รวมประโยชน์และโทษของชาเขียว + รู้จักประเภทของชาเขียว

คนไทยมีความคุ้นเคยกับ “ชาเขียว” มานานหลายปีแล้ว จำได้เพราะเครื่องดื่มบรรจุขวดยี่ห้อหนึ่ง ได้นำเอาเทรนด์การดื่มขาเขียวผสมน้ำตาล บรรจุขวดมาปล่อยในตลาด พร้อมกับภาพโฆษณาที่ทำให้คนไทยติดตา กับตัวหนอนชาเขียว ที่ร่ายมนต์สะกดจิตคนเก็บใบชา ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูholiday-casino.org อีกทั้งรสชาติของมันยังถูกปากคนไทย จนกลายเป็นเทรนด์ชาเขียวเกิดขึ้นในบ้านเรา หลังจากนั้น อาหาร เครื่องดื่ม ขนม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็นำเอาเทรนด์ชาเขียวที่ว่านี้ มาใส่ลงในผลิตภัณฑ์ และส่วนใหญ่ก็จะขายดี และเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชาเขียวขายดี ผู้ผลิตสินค้า ก็พยายามจะนำคุณประโยชน์ และสรรพคุณของชาเขียวออกมานำเสนอ ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย และทำให้เกิดความต้องการตัวสินค้าที่เกี่ยวกับชา

เขียวมากขึ้น จนหลายคนเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าการดื่ม หรือกินชาเขียวเยอะๆ จะมีผลดีต่อสุขภาพ แต่หารู้ไม่ว่า นอกเหนือจากคุณประโยชน์ที่มีในตัวชาเขียวแล้ว โทษของมันก็มีอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะกับคนที่มีพฤติกรรมการบริโภคแบบผิดๆ

By1ADF8B

ชาเขียวมีประโยชน์ แต่ชาที่เข้มข้นเกินไป ก็อาจจะเกิดโทษได้เช่นกัน

ชาเขียวกับความงามสูตรน้ำแร่ชาเขียว นำน้ำแร่มาต้มให้เดือด ใส่ชาเขียวแบบผงหรือใบชาลงไป อาจเพิ่มใบสะระแหน่สักเล็กน้อย แล้วทิ้งไว้ให้เย็น หรือนำไปแช่ในตู้เย็น ถ้าใช้ใบชา ควรกรองเอาแต่น้ำ เทใส่ขวดสเปรย์ ใช้เป็นสเปรย์น้ำแร่ชาเขียว จะเพิ่มความชุ่มชื่นและความเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้า ฉีดได้ทุกเวลาที่ต้องการความสดชื่น
สูตรถนอมผิวรอบดวงตา ต้มชาเขียวกับน้ำเดือด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วใช้สำลีชุบชาเขียวให้เปียกชุ่ม นำมาวางบริเวณเปลือกตาccduchallenge.com ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยลดร่องรอยความอ่อนล้าของผิวรอบดวงตา และยังลดการบวมของเปลือกตาและถุงใต้ตา ผิวจะนุ่มนวลและดูสดชื่นขึ้น
สูตรลดน้ำหนัก ดื่มชาเขียววันละ 3 แก้ว จะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญพลังงานและและไขมันของร่างกายได้
เนื่องจากประโยชน์ที่มีมาก ชาเขียวจึงไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องดื่มอีกต่อไป แต่ยังเป็นสารอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย

โทษของชาเขียว

1.ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์ จะมีอาการกระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว มือสั่นอยู่แล้ว การดื่มชาจะทำให้มีอาการเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
2.หญิงมีครรภ์ ควรงดดื่มเพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์
3.ในรายที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรงดดื่มชา เพราะกาเฟอีนจะทำให้หัวใจทำงานไม่ปกติ คือเต้นเร็วขึ้น (หากชอบดื่มชา ก็อาจเลือกชาชนิดที่สกัดกาเฟอีนออกแล้วก็ได้)
4.คนที่เป็นโคกระเพาะอาหารอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา เพราะชาจะกระตู้นให้ผนังกระเพราะอาหารหลั่งน้ำย่อยซึ่งมีสภาวะเป็นกรดมา มากกว่าปกติ ทำให้อาการอักเสบยิ่งรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เป็นโรคกระเพาะแต่เลิกดื่มชาไม่ได้ การเติมนมก็มีประโยชน์ เพราะนมยับยั้งแทนนินไม่ให้ออกฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพราะอาหาร
5.การดื่มชาแทนอาหารเช้าจะทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร จึงควรเติมนมหรือน้ำตาลอาจเพิ่มเพิ่มคุณค่าได้บ้าง และควรกินอาหารชนิดอื่นร่วมด้วย
6.การดื่มชาในปริมาณที่เข้มข้นมากๆจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และนอนไม่หลับ
7.ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดมากๆเพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร ระคายเคืองต่อเซลล์ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งสูง
8.การดื่มชาเขียวในปริมาณสูงอาจมีผลในการลดการดูดซึมวิตามิน B1 และ ธาตุเหล็กได้
9.ในกรณีที่ดื่มชาเพื่อต้องการเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็ง การเติมนมในชาก็ไม่ได้ผล เพราะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเกิดจากสารแทนนิน แต่การเติมนมลงไปนมจะไปจับกับสารแทนนิน ไม่ให้ออกฤทธิ์
แม้จะมีการวิจัยต่างๆ มากมายที่ระบุว่าสาร EGCG[5] ในคาเทซินซึ่งมีอยู่ในชาจะสามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่การทดลองบางแห่งหนึ่งก็พบว่าการ EGCG เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในสัตว์อีกชนิดหนึ่ง เพราะความสลับซับซ้อนของเอมไซม์และฮอร์โมนของสัตว์ที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดื่มชาเพื่อสุขภาพที่แท้จริงจึงควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี

By1ADF8B

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้นกำเนิดมาจากจีนหรือญี่ปุ่นกันแน่

มัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในภาษาญี่ปุ่น Matcha (抹茶) แปลว่าชาเขียว ก็ต้องมีสีเขียวสินะ แต่สำหรับที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากเป็นสมุนไพรและชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น ปัจจุบันชาเขียวได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เห็นได้ง่ายๆ คือ อะไรก็ได้ที่นิยมใส่มัทฉะไปแล้วขายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเครื่องดื่ม ดัดแปลงผสมกันในสูตรอาหาร ขนม เบเกอร์รี่ เบียร์หรือแม้กระทั่งผสมในเครื่องสำอาง หากใครไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจะสังเกตเห็นว่าเกือบทุกอย่างจะต้องมีมัทฉะเป็นส่วนผสมมาด้วยจนกลายเป็นจุดเด่น Signature ของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยอยากทราบประวัติความเป็นมาของชาเลยว่ามาจากที่ไหนกันแน่ ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เพราะจีนเองก็เด่นดังเรื่องชาไม่ใช่น้อยเช่นกัน

พิธีการชงชา จะเป็นพิธีที่สง่างาม มีการผสมผสานทางด้านความคิด จิตวิญญาณ แสดงความผูกพันระหว่างเจ้าบ้านกับผู้มาเยือน กุศโลบายของพิธีจะแฝงความคิดให้คิดถึงจิตใจของคนอื่น หัวใจหลักของพิธีชงชา คือ การดื่มชาด้วยความสุนทรีย์ในความเรียบง่าย การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติด้วยจิตใจที่นิ่งสงบและบริสุทธิ์